บทความ

ธรรมนูญประชาชน


วงเสวนาระหว่างเพื่อนเรา ขณะนี้ยังเวียนว่ายอยู่กับแผ่นดินแม่ หรืออีกนัยหนึ่ง ประเทศไทย ที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองร้อนระอุมาแต่ช่วงปลายปี 2556

แผ่นดินแม่ของเราเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่ปี 2475 นับถึงปีนี้ก็ 82 ปี เพื่อนเราเสียงข้างมากเห็นว่า ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ยังไม่เกิดขึ้น

เพื่อนเราเสียงข้างน้อย เห็นตรงข้าม เห็นว่า ประชาธิปไตยในบ้านเมืองเราเติบใหญ่เต็มที่ ใครอยากทำอะไรก็ทำ เสรีภาพเป็นของคุณ สิทธิก็เป็นของคุณถ้าอ้างได้ ถึงบทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ระหว่างเพื่อนของเรา ต่างตระหนักดีว่า กฎหมายสูงสุดสำหรับการปกครองประเทศนั้นได้รับการแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม มาแล้วมาเล่า ซึ่งเหตุก็มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร อันเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองอีกหนึ่งมรรคา โดยส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงผู้นำ

ปฏิวัติ รัฐประหาร ในเมืองไทยถ้านับไม่ผิดก็ 18 ครั้ง โดยครั้งแรก คือ 20 พฤศจิกายน 2475 และหลังสุดเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 19 กันยายน 2549

ปัจจัยเหตุในการทำรัฐประหารก็เพื่อให้ ประชาธิปไตย เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งความจริงที่ปรากฏก็คือ ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไม่ได้ เพราะมีการยึดอำนาจ เปลี่ยนผู้นำ มาโดยตลอด

ผู้ยึดอำนาจ หรือฝ่ายที่ทำการรัฐประหาร โดยปกติทั่วไปก็คือ ฝ่ายที่แอนทีรัฐบาล มีรัฐประหารครั้งเดียวของเราเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2494 เป็นการยึดอำนาจของตนเอง เพียงเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญ ให้เกิดประโยชน์แก่ฝ่ายตน

กฎหมายรัฐธรรมนูญ จึงเป็นกติกาสำคัญสูงสุด ซึ่งก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะสังคมย่อมต้องมีระเบียบ มีกฎเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ระหว่างผู้ปกครองกับผู้อยู่ใต้การปกครอง คือ ประชาชน

คำถามที่เกิดขึ้นในการเปลี่ยนแปลง กฎหมายสูงสุดแต่ละครั้งนั้น ประชาชน ได้รับอรรถประโยชน์อย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงนามธรรม

คำถามดังกล่าว มีส่วนบันดาลใจต่อการยึดอำนาจ ซึ่งจะมากด้วยปริมาณและน้ำหนักเพียงใด ขึ้นอยู่กับผลแห่งการกระทำของผู้นำการปกครอง หากมุ่งมั่นแต่ผลประโยชน์ส่วนตนก็ย่อมจะถูกแอนทีเป็นเรื่องธรรมดา

รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ระบุชัดเจนว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย นั่นก็แปลว่า อำนาจสูงสุดในการปกครองอยู่ในกำมือของประชาชนโดยไม่มีอำนาจใดๆ จะสูงกว่า และเป็นอำนาจอธิปไตยที่

“พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”

การยึดอำนาจตามที่เกิดขึ้นในอดีต เกิดจากผลแห่งการกระทำของ รัฐสภา และคณะรัฐมนตรี หรืออีกนัยหนึ่งเกิดจากผลแห่งการมุ่งมั่นหวังอรรถประโยชน์เป็นส่วนตน มิได้ทำไปเพื่อประชาชน โดยบรรดาเหล่านักการเมือง ซึ่งเมื่อเข้าถึงภาวะทางตันแล้ว คนที่ผ่าทางตันก็หนีไม่พ้น ท. ทหาร

ประชาชน ไม่มีอาวุธ ประชาชนคนใดสะสมอาวุธก็แปลว่า ผิดกฎหมาย เพราะเตรียมตัวจะเป็นกบฏแผ่นดิน ซึ่งจะเป็นกบฏได้ก็ต่อเมื่อการยึดอำนาจไม่สำเร็จ เพราะถ้าสำเร็จก็สามารถเปลี่ยนคำจาก “กบฏแผ่นดิน” เป็น “การปฏิรูป” บ้าง “ปฏิวัติ” บ้างสุดแท้ หัวหน้าคณะ

ขณะที่เรากำลังตั้งวงเสวนากันนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของเรา ยังไม่รู้ว่า เส้นทางปฏิบัติวันข้างหน้าคืออย่างไร กลุ่ม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (ก.ป.ป.ส.) ต้องการได้อำนาจอธิปไตยคืนมา โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาชน

เมืองไทยเว้นวรรคการปฏิวัติรัฐประหารมา 8 ปีแล้ว เพื่อนเราลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า การยึดอำนาจอธิปไตยของประชาชน, โดยประชาชน และเพื่อประชาชน นั้น….จะเอาหรือยัง ? และ “เอาอยู่” ไหม ?



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2557
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/0dtG1

Follow autoinfo.co.th