บทความ

MERCEDES-AMG E 63 4MATIC+/ E 63 S 4MATIC+ T-MODELL


MERCEDES-AMG E 63 4MATIC+/E 63 S 4MATIC+ T-MODELL  สุดยอดรถตรวจการณ์พลังดาว

 

รถแรงชุดสุดท้ายของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ เป็นผลงานใหม่ที่เพิ่งเปิดผ้าคลุมของสำนัก เอเอมจี (AMG) หน่วยงานที่รับผิดชอบการออกแบบ/พัฒนารถแรงของยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองเบียร์ ซึ่งเริ่มเปิดเผยโฉมหน้าและรายละเอียดผ่านสื่อต่างๆ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2017 และก็เช่นเดียวกับรถ เมร์เซเดส-มายบัค จี 650 ลันเดาเลท์ (MERCEDES-MAYBACH G 650 LANDAULET) ที่เพิ่งผ่านตาไป ผู้คนเพิ่งมีโอกาสสัมผัสตัวจริงเสียงไม่มีจริงของรถแบบนี้เป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งล่าสุดซึ่งมีขึ้นตอนต้นเดือนมีนาคมของปีเดียวกัน

 

16C947_66

 

นับเป็นโมเดลหัวกะทิของรถเก๋งตรวจการณ์ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ ที-โมเดลล์ (MERCEDES-BENZ E-KLASS T-MODELL) รุ่นล่าสุด (รุ่นที่ 6) ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเมืองเบียร์เมื่อกลางปี 2016 และก็เช่นเดียวกันกับรถชื่อเดียวกันในตัวถังซีดานที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ รถตรวจการณ์สุดหรูและแสนแรงโมเดลใหม่นี้ พรั่งพร้อมไปด้วยสารพัดนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ผนวกกับระบบสื่อสารเริงรมย์ (INFOTAINMENT SYSTEM) ที่เร้าใจ

 

เริ่มรับการสั่งจองเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีรถให้เลือก 2 โมเดล คือ MERCEDES-AMG E 63 4MATIC+ T-MODELL กับ MERCEDES-AMG E 63 S 4MATIC+ T-MODELL เมื่อมองจากภายนอกความแตกต่างของรถ 2 โมเดลนี้แทบไม่ปรากฏให้เห็น นอกจากป้ายชื่อโมเดล เนื่องจากความแตกต่างซึ่งเป็นสาระสำคัญของรถ 2 โมเดลนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวถังหรือรายละเอียดอื่นๆ หากอยู่ที่เครื่องยนต์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้าบานโต กล่าวคือ โมเดลแรกติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 3,982 ซีซี ซึ่งให้กำลังสูงสุด 420 กิโลวัตต์/571 แรงม้า ที่ 5,750-6,500 รตน. และให้แรงบิดสูงสุด 750 นิวตัน-เมตร/76.5 กก.-ม. ที่ 2,250-5,000 รตน. โมเดลหลังติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดียวกันแต่ปรับแต่งพิเศษกว่า ทำให้ค่ากำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 450 กิโลวัตต์/612 แรงม้า ที่ 5,750-6,500 รตน. คือ เพิ่มร้อยละ 7.1 และค่าแรงบิดสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 850 นิวตัน-เมตร/86.7 กก.-ม. ที่ 2,500-4,500 รตน. คือ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 13.3

 

16C947_16

 

ที่เหมือนกัน คือ ทั้ง 2 โมเดลส่งทอดกำลังเครื่องยนต์ผ่านระบบขับเคลื่อนทุกล้อ AMG PERFORMANCE 4MATIC+ ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT MCT9 และที่ต่างกันเพียงนิดหน่อย คือ ตัวเลขสมรรถนะ โดยที่โมเดลแรกซึ่งมีน้ำหนักตัวพร้อมขับ 1,985 กก. สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 3.6 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยไว้ที่ 250 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.4 ลิตร/100 กม. หรือ 10.6 กม./ลิตร และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 214 กรัม/กม. โดยเฉลี่ย โมเดลหลัง เวลาที่ใช้ในการทำ 0-100 กม./ชม. ลดจาก 3.6 เป็น 3.5 วินาที ส่วนตัวเลขอื่นๆ ไม่มีอะไรแตกต่างจากรถโมเดลแรก

 

หากไม่พอใจตัวเลขความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ที่กล่าวข้างต้น ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ติดตั้งชุดตกแต่ง AMG DRIVER’S PACKAGE เข้าไป ความเร็วสูงสุดก็จะพุ่งขึ้นเป็น 290 กม./ชม. ในบัดดล

 

MERCEDES-AMG E 63 4MATIC+ T-MODELL
รถตรวจการณ์ขนาดกลางโมเดลหัวกะทิ
เครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง 571 แรงม้า
เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ/ขับเคลื่อนทุกล้อ
0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.6 วินาที
ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. (จำกัด)

 

MERCEDES-AMG E 63 S 4MATIC+ T-MODELL
รถตรวจการณ์ขนาดกลางโมเดลหัวกะทิ
เครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง 612 แรงม้า
เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ/ขับเคลื่อนทุกล้อ
0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. (จำกัด)


------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2560
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/5d1US

Follow autoinfo.co.th