บทความ

เศรษฐีญี่ปุ่นถวิลหากลิ่นอายยุโรป


รสนิยมเป็นเรื่องของคนชั้นสูง ที่มีความมั่นคงในเรื่องความเป็นอยู่ นับตั้งแต่สมัยโรมันมาแล้ว ที่แบ่งคนเป็น 2 ระดับ ระดับแรก คือ นักรบ และเกษตรกร ส่วนคนระดับสูง ก็จะเขียนกวี และเล่นดนตรี

จะเห็นได้ว่าเมื่อคนเราร่ำรวยขึ้นมา ก็จะหันเข้าหาการใช้ชีวิตที่มีระดับมากขึ้น อาทิ บางคนท่องเที่ยว ซื้อคอนโดหรู หรือปลูกบ้านไว้กลางเกาะ บางคนซื้อเครื่องบิน ซื้อเรือยอชท์ และบางคนซื้อรถหรูไว้ลูบคลำและขับเล่น ซึ่งอย่างหลังนี่เป็นที่นิยมกันมากที่สุด เพราะทำได้ง่าย ถ้าร่ำรวยแบบเศรษฐีน้อยๆ หรือเศรษฐีระดับกลางๆ ก็ทำได้ แถมเมื่อซื้อแล้ว โชว์ให้คนเห็นเพื่อแสดงสถานะได้ง่าย ทำได้ทุกๆ วัน เมื่อมีรถหรู เจ้าของก็สัมผัสได้ทุกวัน ตื่นเช้าขึ้นมา วันเริ่มมีความหมาย เพราะตื่นเต้นอยากขับรถคันหรูออกไปข้างนอก เศรษฐีไทยจึงเป็นเจ้าของรถหรูกันเป็นแถว

ครานี้ชักได้ยินข่าวไม่ค่อยดีจาก คสช. ว่ารถหรูราคาเกิน 3 ล้านบาท ต้องถูกสรรพากรตรวจสอบว่าเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ เล่นเอายอดขายรถหรูกระเทือน เพราะผู้บริโภคไม่ค่อยอยากให้โดนตรวจสอบ ตรวจดีไม่ดี เจอเรื่องอะไรที่ซุกไว้ละก็ยุ่งเปล่าๆ

ส่วนวัยรุ่นญี่ปุ่นหลงใหลกลิ่นอายวัฒนธรรมอเมริกัน วัยรุ่นไทยหลงใหลกลิ่นอายเกาหลี ส่วนบรรดาเศรษฐีญี่ปุ่นหลงใหลกลิ่นอายรถยุโรป โดยเฉพาะรถหรู ซึ่งต่างคนต่างก็มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองชอบ

เศรษฐีญี่ปุ่นเป็นลูกค้ากระเป๋าหนักของบแรนด์ยุโรปมาหลายปีดีดัก ไม่ว่าจะเป็น มาเซราตี โฟล์คสวาเกน และ เมร์เซเดส-เบนซ์ เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มกระเตื้องขึ้น เจ้าของรถอย่าง ทาอิชิ มัทสุกุระ บอกว่าเหม็นเบื่อรถญี่ปุ่นอย่าง โตโยตา และ ฮอนดา เต็มที เขาเป็นเจ้าของรถ เฟียต อบาธ 595 ซี เปิดประทุน ที่ซื้อมาแทนที่ ฮอนดา ซีอาร์-วี เขารำพึงให้ใครๆ ฟังว่า “เปิดประตูรถปุ๊บ ก็ได้กลิ่นอิตาเลียนโชยมาทีเดียวเชียว” มัทสุกุระ มีอาชีพเป็นนักออกแบบภัตตาคาร ก็แน่ละจะต้องมีความสุขอยู่กับรถสวยๆ เท่ๆ สไตล์อิตาลี

ตัวเลขยอดขายรถหรูของยุโรปในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อปีที่แล้ว ถึงสิ้นเดือนมีนาคมปีนี้ยอดขายอยู่ที่ 302,000 คัน สูงที่สุดนับจากปี 1997

บแรนด์ที่รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ได้แก่ เมร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งมียอดขายถึง 59,774 คัน ในรอบ 12 เดือน (นับถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา) เพิ่มขึ้น 40�% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ แซงหน้า เลกซัส ซึ่งเคยเป็นบแรนด์พรีเมียมอันดับ 1 ไปเรียบร้อย

เกิดอะไรขึ้นหนอคุณยุ่นจึงเหม็นเบื่อบแรนด์ของตัวเอง แต่ก่อนแต่ไร ก็แสนจะชาตินิยม

มาเซราตี กรัน ตูริสโม ในประเทศญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 22 ล้านเยน (ประมาณ 7.48 ล้านบาท) ยอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่า (714 คัน)

เป็นอันว่ารถหรูของยุโรปมีส่วนแบ่งตลาดถึง 8.8 % ซึ่งเรียกได้ว่าสูงสุดนับแต่มีการเก็บตัวเลขสถิติโดย JAPAN AUTOMOBILE IMPORTERS ASSOCIATION ในปี 1989

ไม่มีใครรู้เหมือนกันว่าทเรนด์นี้จะยาวนานอีกเท่าใด ทั้งนี้เป็นเพราะความนิยมบแรนด์ยุโรปเกิดขึ้นก่อนที่ญี่ปุ่นจะขึ้นภาษีผู้บริโภคจาก 5 เป็น 8 % เพื่อบริหารจัดการหนี้สาธารณะของประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วยการลดภาษีการซื้อรถจาก 5 เป็น 3 % มาตรการทั้งหลายนี้ดูจะได้ผล ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา จำนวนรถนำเข้าก็ลดลงไป 24% ส่วนยอดขายรถในประเทศก็ลดลง 5.5 % เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เมื่อมีการขึ้นภาษีบริโภคปี 1997 ยอดขายรถก็ฮวบลงไป 15 % ซึ่งยอดขายดิ่งลงนานถึง 21 เดือน

เศรษฐกิจญี่ปุ่นปีนี้ กลับหดตัวลงอีกแล้ว เริ่มตั้งแต่เมษายน ดรรชนีหุ้นนิเคอิ ลดลง 13 % แต่นักวิเคราะห์ด้านรถยนต์ก็บอกว่า ไม่เป็นไร ช่วงปลายปีเศรษฐกิจจะดีขึ้น แล้วบแรนด์รถหรูจากยุโรปก็จะกลับมากระดี๊กระด๊าอีก



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2557
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/UbX08
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th