บทความ

ยอดรถเมืองมะกันชาติพันธุ์อาชาไนย


ปีม้าพยศนี้ดูจะเป็นปีดีอีกปีหนึ่งของบรรดาผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกันในสหรัฐอเมริกา ดัชนีชี้วัด คือ ผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งปรากฏว่าบริษัทรถยนต์อเมริกันระดับ “ทอพธรี” สามารถขายรถในเมืองมะกันได้ถึง 3,746,023 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 จากยอดขาย 3,621,973 คัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2013 โดยแยกออกได้เป็นผลผลิตของค่าย เจเนอรัล มอเตอร์ส คัมพานี 1,455,868 คัน (ร้อยละ 38.9) ของค่าย ฟอร์ด 1,270,032 คัน (ร้อยละ 33.9) และของค่ายไครสเลอร์ กรุพ 1,020,123 คัน (ร้อยละ 27.2)

เมื่อแยกตามยี่ห้อรถก็พบว่ารถขายดีที่สุด 5 อันดับแรก คือ ฟอร์ด (FORD) 1,225,510 คัน เชฟโรเลต์ (CHEVROLET) 1,027,908 คัน จีพ (JEEP) 332,802 คัน ดอดจ์ (DODGE) 306,924 คัน จีเอมซี (GMC) 232,371 คัน และเมื่อแยกตามรุ่นของรถก็พบว่ารถขายได้มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ รถพิคอัพ ฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ (FORD F-SERIES) 365,825 คัน รถพิคอัพ เชฟโรเลต์ ซิลเวอราโด (CHEVROLET SILVERADO) รถพิคอัพ แรม (RAM) 203,860 คัน รถเก๋งขนาดกลาง ฟอร์ด ฟิวชัน (FORD FUSION) 165,498 คัน และรถ เอสยูวี ขนาดเล็กกะทัดรัด ฟอร์ด เอสเคพ (FORD ESCAPE) 152,890 คัน

“ระเบียงรถใหม่” เดือนนี้เป็นการชุมนุมรถเก๋งขนาดกลาง และขนาดใหญ่รวม 6 ชุด และเกือบทุกชุดล้วนเป็นรถที่เกี่ยวข้องไม่โดยตรงก็โดยอ้อมกับวงการรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาทั้งนั้น เริ่มกันที่รถขนาดกลางติดป้ายชื่อ ฟอร์ด มัสแตง (FORD MUSTANG) รถอเมริกันพันธุ์แท้ที่คนรักรถทั่วโลกรู้จักกันดี

ยักษ์รองของเมืองมะกันเริ่มบรรจุรถ ฟอร์ด มัสแตง เข้าสู่สายการผลิตเมื่อปี 1964 และถือกันว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ครั้งที่ 3 ของค่ายนี้ ถัดจากการปรากฏตัวของรถยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล คือ ฟอร์ด โมเดล ที (FORD MODEL T) และ ฟอร์ด โมเดล เอ (FORD MODEL A) ตลอดช่วงเวลาครึ่งศตวรรษที่ผ่านมายักษ์รองเมืองมะกันเปลี่ยนรุ่นรถแบบนี้ไปแล้วรวม 4 ครั้ง ในปี 1974, 1979, 1994 และ 2005 รถรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ จึงนับต่อเนื่องได้ว่าเป็น ฟอร์ด มัสแตง รุ่นที่ 6

นอกจากความสำเร็จทั้งในด้านเกียรติยศชื่อเสียงและยอดขายแล้ว (ปี 1964-2013 ขายในทุกตลาดได้มากกว่า 9 ล้านคัน) ฟอร์ด มัสแตง ยังเป็นที่มาของคำศัพท์ PONY CAR ที่คนรักรถในเมืองมะกันใช้เรียกรถสปอร์ทคูเป ซึ่งมีหน้าหม้อยาวแต่บั้นท้ายสั้น นอกจาก ฟอร์ด มัสแตง แล้วนี่ยังมีรถสไตล์เดียวกันอีกหลายแบบที่เรียกขานกันด้วยชื่อนี้ ตัวอย่าง เช่น เชฟโรเลต์ คามาโร (CHEVROLET CAMARO) พอนทิแอค ไฟร์เบิร์ด (PONTIAC FIREBIRD) และ ดอดจ์ ชาลเลนเจอร์ (DODGE CHALLENGER) อย่างไรก็ตามไม่มีแบบไหนเลยที่อยู่ยงคงกระพันเหมือนรถต้นตำรับ คือ ฟอร์ด มัสแตง

รถรุ่นล่าสุดนี้เปิดตัวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2013 พร้อมๆ กันใน 6 เมืองใหญ่ของ 4 ทวีป คือ เมืองเดียร์บอร์น/มหานครนิวยอร์ค/เมืองลอสแองเจลิสของสหรัฐอเมริกา เมืองบาร์เซโลนาของสเปน เมืองซิดนีย์ของออสเตรเลีย และนครเซี่ยงไฮ้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ต้องรอถึงเดือนพฤศจิกายนของปีม้าพยศนี่แหละ รถรุ่นใหม่นี้จึงจะเริ่มการจำหน่ายในเมืองมะกันในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2015

เช่นเดียวกับรถรุ่นเดิมซึ่งเริ่มเข้าสู่สายการผลิตเมื่อปี 2005 รถรุ่นใหม่นี้มีตัวถังให้เลือก 2 แบบ คือ ตัวถังคูเป หรือฟาสต์แบค (FASTBACK) 2 ประตู/4 ที่นั่ง ยาว 4.783 ม. กว้าง 1.915 ม. และสูง 1.382 ม. กับตัวถังเปิดประทุน 2 ประตู/4 ที่นั่ง ยาวและกว้างเท่ากับตัวถังคูเปแต่สูงกว่ากันนิดหน่อย คือ 1.394 ม. เป็นตัวถังที่ผู้ผลิตโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าออกแบบอย่างวิจิตรพิสดารและประณีตพิถีพิถันด้วย แรงดลใจที่ได้รับจากช่วงเวลาอันยาวนานถึง 50 ปีของรถแบบนี้ ในขณะที่นักวิจารณ์รถยนต์รายหนึ่งในเมืองมะกัน ช่วยสรุปให้ว่า เป็นตัวถังที่เบากว่า แต่แข็งเกร็งกว่า และมีห้องโดยสารโตกว่ารถรุ่นเดิม ที่นักวิจารณ์ไม่ต้องบอกแต่เห็นได้อย่างชัดเจนในภาพประกอบ คือ การคงไว้ซึ่งดวงโคมไฟท้ายรูป “สามแท่ง” อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า TRIPLE-BAR TAIL-LIGHT ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถ ฟอร์ด มัสแตง ไปแล้ว

เป็นรถขับล้อหลังที่จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 3 ขนาด คือ เครื่อง ECOBOOST เทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 2,300 ซีซี 228 กิโลวัตต์/310 แรงม้า เครื่องเบนซิน DOHC วี 6 สูบ 3,727 ซีซี 220 กิโลวัตต์/300 แรงม้า และเครื่องเบนซิน DOHC วี 8 สูบ 4,951 ซีซี 320 กิโลวัตต์/435 แรงม้า ระบบเกียร์มาตรฐานเป็นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ พร้อมระบบ HILL START ASSIST และมีเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะเป็นออพชันพิเศษให้เลือกใช้ ส่วนสีตัวถังจะมีให้เลือกรวม 10 สี คือ สีแดง RACE RED สีส้ม COMPETITION ORANGE สีเหลือง TRIPLE YELLOW สีน้ำเงิน DEEP IMPACT BLUE สีแดง RUBY RED สีดำ BLACK สีเทาเข้ม MAGNETIC สีเทาเข้ม GUARD สีเงิน INGOT SILVER และสีขาว OXFORD WHITE

สนนราคา MSRP อันเป็นราคาค่าตัวที่ผู้ผลิตแนะนำ ซึ่งเชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อและผู้ขาย จะเริ่มต้นที่ 23,600 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือเท่ากับประมาณ 779,000 บาทไทย

 

FORD MUSTANG COUPE

* เปิดตัวใน 4 ทวีปเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2013

* จะเริ่มขายในเมืองมะกันไตรมาสสุดท้ายปีม้าพยศ

* ตัวถังขนาด 4.783×1.915×1.382 ม.

* เครื่องเบนซิน 3 ขนาด 300/310/435 แรงม้า

* ค่าตัวในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นที่ 23,600 เหรียญ

 

FORD MUSTANG CONVERTIBLE

* ตัวถังขนาด 4.783×1,915×1.394 ม.

* ประทุนหลังคาแบบอ่อนทำจากผ้าแฟบริค

* เปิด/ปิดแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง 7 วินาที

* เครื่องเบนซิน 3 ขนาด 300/310/435 แรงม้า

* ผลิตที่โรงงานในเมืองฟแลทรอค รัฐมิชิแกน



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา/บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2557
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/0d0Kh

บทความที่เกี่ยวข้อง

SUZUKI SWIFT
CITROEN C3 AIRCROSS
SEAT IBIZA
VOLKSWAGEN POLO
BMW 1-SERIES SEDAN
BMW 1-SERIES
อัพเดทล่าสุด
20 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,699,000
2.
2,930,000
3.
679,000
4.
1,290,000
5.
21,890,000
6.
24,900,000
7.
3,090,000
8.
75,000,000
10.
1,545,000
11.
1,465,000
12.
2,390,000
13.
489,000
14.
1,199,000
16.
2,490,000
17.
479,000
18.
939,000
19.
24,500,000
20.
34,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th