บทความ

แรงดันลมยาง ทำไมการเติมลมยาง จึงสำคัญต่อสมรรถนะ และความปลอดภัยของรถยนต์


แรงดันลมยางมีผลกระทบต่อการขับ เพราะหากเติมลมน้อย หรือมากไป อาจเกิดอันตรายได้ ลมที่น้อยเกินไปจะทำให้ยางร้อนเกินไป ในขณะที่ลมยางซึ่งมากเกินไป ก็สามารถลดแรงฉุดได้ ปกติแล้วหน่วยวัดลมยางจะวัดเป็น ปอนด์/ตารางนิ้ว (POUND PER SQUARE INCH) หรือ PSI และควรจะวัดด้วยเครื่องวัดแรงดันเมื่อล้อเย็นเดือนละ 1 ครั้ง จากค่าเฉลี่ย ยางล้อหน้าจะวิ่งได้อย่างน้อย 32,000 กม. ในขณะที่ยางหลังสามารถวิ่งได้อย่างน้อย 64,000 กม. ยางของเครื่องบินหรือรถแข่งจะเติมด้วยไนโตรเจนมากกว่าอากาศ เพราะแกสชนิดนี้เหมาะกับการเผชิญสภาพการทำงานที่หนักกว่าเนื่องด้วยความสูงและความเร็ว

 

คุณเติมลมยางอย่างถูกต้องหรือไม่
แรงดันลมยางอาจทำให้การเดินทางของคุณปลอดภัย หรืออันตรายก็ได้

1. ลมยางอ่อนไป

ยางจะโค้งไม่ปกติ และไม่มีอากาศมากพอที่จะรับน้ำหนักรถยนต์ จึงมีความเสี่ยงที่ยางจะระเบิด

 

2. ยางสัมผัสพื้นถนนมากไป

พื้นผิวส่วนมากของยางรถยนต์จะสัมผัสกับถนน ทำให้เกิดการเสียดสี ซึ่งทำให้ยางเสื่อมสภาพ และกินน้ำมันมาก

 

3. ลมยางพอดี

เมื่อเติมลมยางพอดี ยางจะปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน ใช้ได้นาน และเพิ่มคุณภาพการขับขี่ที่ดีอีกด้วย

 

4. บรรทุกของหนัก

ถึงแม้ว่าแรงดันลมยางจะพอดี แต่อาจต้องปรับเปลี่ยนหากรถจะบรรจุของหนัก

 

5. ลมยางมากไป

หน้ายางจะสัมผัสกับพื้นถนนน้อยมาก ทำให้ระยะเบรคเพิ่มขึ้น

 

6. ควบคุมรถยากขึ้น

ยางที่เติมลมมากไปจะส่งผลให้รถขับยากขึ้น แรงดันที่มากเกินไปจะลดทอนอายุการใช้งาน และความทนทานของยางให้น้อยลง

 

ปะทะฝูงนก
การปะทะกันระหว่างเครื่องบินกับฝูงนก อาจก่อหายนะได้

ระหว่างที่เครื่องบินกำลังบินขึ้น หรือลงจอด นับเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะปะทะกับนก และหากฝูงนกเข้าไปในส่วนของเครื่องยนต์ ใบพัดอาจจะหักงอหรือเสียหายได้ เมื่อเกิดขึ้นกับเครื่องบินขนาดเล็ก จะทำให้ลำตัวเครื่องเป็นรอยบุบ และหากนกฝูงใหญ่ถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ นักบินอาจต้องเผชิญกับการสูญเสียแรงผลักและการควบคุม

 

ตัวอย่างเช่น ห่านแคนาดาน้ำหนักเกือบ 6 กก. เมื่อชนเข้ากับเครื่องบินที่แล่นด้วยความเร็ว 240 กม./ชม. จะเกิดแรงปะทะขนาด 450 กก. และทำให้เครื่องบินตกลงมาประมาณ 3 เมตร และหากเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายจากการชน นักบินจะต้องปรับระบบและขับต่อด้วยเครื่องยนต์เพียงตัวเดียว

 

นับตั้งแต่ปี 1988 จำนวนอุบัติเหตุเนื่องจากเครื่องบินชนนกนั้นเกิดขึ้นมากกว่า 250 ครั้ง หนึ่งในนั้น คือ เที่ยวบิน ยูเอส แอร์เวย์ ไฟลท์ 1549 ในปี 2009 ซึ่งนักบินต้องลงจอดฉุกเฉินที่แม่น้ำฮัดสัน การปะทะกับนกมักจะเกิดขึ้นกับสนามบินที่ใกล้ชายฝั่ง หรือเมื่อเครื่องบินบินผ่านเส้นทางอพยพของสัตว์ ปกติสนามบินจะจัดการพื้นที่รอบๆ สนามบิน เพื่อลดแหล่งอาหารและที่พักอาศัยของนก หรือติดตั้งอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่ทำให้นกไม่กล้าเข้าใกล้

 

ส่วนใหญ่เครื่องบินจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกับนก แต่นักบินต้องถูกฝึกฝนมาอย่างดี เพื่อให้สามารถรับมือได้ หากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน



------------------------------
เรื่องโดย : GADGET MAGAZINE
ภาพโดย : GADGET MAGAZINE
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2560
คอลัมน์ : เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/oo76z

Follow autoinfo.co.th