บทความ

“จับจริง จอมแชท”


หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผุดไอเดียคืนความสุขให้ประชาชนไปแล้วกับมาตรการสร้างวินัยจราจร ด้วยมาตรการ 5 จริง 5 จอม ล่าสุดเพื่อสร้างวินัยจราจรให้คนขับรถ ผุดมาตรการ “จับจริง จอมแชท” ที่เปิดตัวไปช่วงต้นเดือนสิงหาคม และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ไปทั่วว่า จับจริง หรือจะเป็นมาตรการระยะสั้นตามสะดวก หรือบางคนก็หัวหมอ บอกว่า โทรศัพท์ขับรถไม่ผิด เพราะกฎหมายตีความไม่ชัดเจน ฯลฯ

ก็สุดแท้แต่จะว่ากันไปครับ แต่ที่แน่ๆ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร-บก. 02 ประกาศเอาจริงกับมาตรการนี้ โดยระบุชัดเจนว่า การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ยานพาหนะ ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พรบ. จราจรทางบก มาตรา 43 (9) ซึ่งระบุว่า ห้ามผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์ขณะรถเคลื่อนที่ เว้นแต่มีอุปกรณ์เสริมช่วยการสนทนา โดยไม่ต้องจับหรือถือโทรศัพท์ โดยกฎนี้บังคับใช้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภทตามความหมายที่ พรบ. จราจรทางบก ระบุไว้ ยกเว้นรถไฟและรถราง

ส่วนการใช้โทรศัพท์ในกรณีรถติด หรือติดสัญญาณไฟจราจรนั้น ก็ถือว่ามีความผิดทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการกดหมายเลขโทรออก รับสาย เล่นเกม ดูหรือพิมพ์ข้อความ ดูภาพ และกิจกรรมอื่นๆ ที่โทรศัพท์มือถือสามารถทำได้ เพราะถือว่ายังอยู่ระหว่างการขับขี่ เครื่องยนต์ยังสตาร์ทติดอยู่ และที่สำคัญผู้ขับขี่ยังต้องควบคุมรถหรือยานพาหนะอยู่

หากมีความจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรบอกสั้นๆ ว่า ให้แวะจอดรถข้างทางในบริเวณที่จอดได้ หรือจอดในปั๊มน้ำมัน แล้วจัดการธุระทางโทรศัพท์ให้เรียบร้อยก่อนออกสู่ถนนอีกครั้ง หรือใช้อุปกรณ์เสริมช่วยในการพูดคุย เช่น สมอลล์ทอล์ค หูฟังบลูทูธ หรือใช้วิธีวางโทรศัพท์แล้วเปิดลำโพงคุยได้ แต่ห้ามคุยโทรศัพท์แบบหนีบไว้กับไหล่หรือคอ หรือให้ผู้อื่นถือให้

ส่วนเรื่องพฤติกรรมอื่นๆ ที่กระทำกับโทรศัพท์มือถือ นอกจากการพูดคุยและการแชทข้อความแล้ว การดูข้อมูลใดๆ บนอินเตอร์เนทผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็มีความผิดเช่นกัน รวมถึงการใช้แท่นยึดโทรศัพท์กับพวงมาลัยเพื่อใช้โทรศัพท์ ก็เข้าข่ายกระทำความผิดเช่นกัน เพราะถือว่าเป็นการรบกวนสมาธิขณะขับขี่ เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากท้องถนน และยังต้องละมือจากการควบคุมพวงมาลัยอีกด้วย ส่วนมาตรการเปรียบเทียบปรับนั้น หากผู้ละเมิดและถูกจับได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะทำการถ่ายภาพ แชะ จับปรับถึงบ้านพัก ด้วยการส่งใบสั่งไปให้ถึงที่ และผู้กระทำผิดที่ได้รับใบสั่ง ต้องนำมาเสียค่าปรับ ภายใน 7 วัน ตามที่กฎหมายระบุไว้

จะว่าไปแล้ว มาตรการห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถหรือยานพาหนะ เคยกวดขัน และรณรงค์บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2551 และก่อนหน้านั้น เคยมีการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะใช้สมอลล์ทอล์ค ตั้งแต่สมัยเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ เริ่มเข้ามาในเมืองไทย พอๆ กับหูฟังบลูทูธ แต่แล้วก็เงียบหายไปเฉยๆ ในอดีตที่ผ่านมา ผมเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคงจะไม่เข้มงวดมากนัก แต่พอเห็นมาตรการนี้ออกมาใหม่ เลยเกิดคำถามว่า ครั้งนี้จะ “เอาจริง” แค่ไหน ?

เพราะหลายมาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้ ผมชื่นชมความตั้งใจที่จะปรับปรุงนิสัยการขับขี่ของคนไทย แต่ถ้าไม่ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง หรือเลือกปฏิบัติจับเฉพาะรถรับจ้าง รถแทกซี ละเว้นรถส่วนบุคคล เหมือนอย่างที่พี่ๆ แทกซีเขาว่าละก็ มาตรการนี้คงไม่รอด มันจะเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ดังเป็นพลุแตกอยู่สักพักหนึ่ง แล้วก็เงียบหาย ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ผมเคยเสนอมุมมองไว้ในฉบับที่แล้ว ว่าอยากให้เพิ่มเติมการจับปรับจริงกับพวก “5 จอม” แต่ก็ยังไม่เห็นผล เพราะยังมีรถจักรยานยนต์วิ่งย้อนศร วิ่งฝ่าสัญญาณไฟจราจร ทั้งๆ ที่ป้อมตำรวจก็อยู่ตรงนั้น แต่ไม่เห็นจับหรือปรับให้เป็นรูปธรรม

ผมก็ยังยกมือเห็นด้วย กับมาตรการ “5 จริง 5 จอม และจับจริง จอมแชท” ที่จะมาสร้างความสุขคืนสู่ประชาชนที่เขาใช้รถใช้ถนนอย่างถูกกฎหมาย แต่ครั้งนี้ขอให้ปฏิบัติเยอะๆ จับเยอะๆ เพราะไม่อย่างงั้นแล้ว มันจะไม่เกิดความยำเกรงในกฎหมาย



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2557
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tx0XJ
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th