บทความ

รถสปอร์ทเปิดประทุนหุ่นสวยรวยลูกสูบ


ผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องอีกชิ้นหนึ่งของค่าย แอสตัน มาร์ทิน ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในเดือนนี้ก็เป็นรถใหม่ซึ่งก็ไม่ใช่ “ใหม่หมด” เช่นกัน แต่เป็นรถใหม่ที่ดัดแปลง/พัฒนาจากรถซึ่งมีอยู่แล้วในสายการผลิต (ด้วยมือ) คือ รถสปอร์ท แอสตัน มาร์ทิน วี 12 วานเทจ เอส คูเป (ASTON MARTIN V12 VANTAGE S COUPE) และการดัดแปลง/พัฒนาที่ว่า ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวถัง จากตัวถังคูเปเป็นตัวถังเปิดประทุน อันเป็นกลยุทธ์ที่กระทำกันเป็นปกติวิสัย ไม่ว่าเป็นผู้ผลิตรถสปอร์ทสัญชาติอิตาเลียนอย่าง แฟร์รารี (FERRARI) และ ลัมโบร์กินี (LAMBORGHINI) หรือผู้ผลิตรถสปอร์ทสายพันธุ์เยอรมันแท้อย่าง โพร์เช (PORSCHE)

แอสตัน มาร์ทิน วี 12 วานเทจ เอส คูเป (ASTON MARTIN V12 VANTAGE S COUPE) เป็นรถที่ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองผู้ดีซึ่งทำเป็นแต่รถหน้าตาดีๆ หุ่นสวยๆ รถหน้าตาอัปลักษณ์หุ่นเทอะทะทำไม่เป็น เริ่มนำออกสู่โชว์รูมในอังกฤษเมื่อต้นปี 2013 ในตัวถังยาว 4.385 ม. กว้าง 1.865 ม. และสูง 1.250 ม. ที่ออกแบบให้นั่งได้เพียง 2 คน และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.34 ส่วนเครื่องยนต์ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้าบานโต เป็นเครื่องเบนซิน DOHC วี 12 สูบ 5,935 ซีซี ซึ่งให้กำลังสูงสุด 421 กิโลวัตต์/573 แรงม้า ที่ 6,750 รตน. ให้แรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร/63.3 กก.-ม. ที่ 5,750 รตน. และถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ SPORTSHIFT III ซึ่งเป็นผลผลิตของบริษัทกราซีอาโน (GRAZIANO) ผู้ชำนัญการด้านระบบเกียร์ของอิตาลี รถแรงรุ่นนี้ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 3.9 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุด คือ 328 กม./ชม.

เมื่อดัดแปลง/พัฒนาเป็นรถเปิดประทุนซึ่งติดตั้งประทุนหลังคาแบบอ่อน ทำจากผ้าแฟบริคและเปิด/ปิดด้วยระบบอีเลคทรอ-ไฮดรอลิค (ELECTRO-HYDRAULIC) น้ำหนักตัวเปล่าจะเพิ่มขึ้น 80 กก. คือ จาก 1,665 เป็น 1,745 กก. ส่วนเครื่องยนต์ระบบเกียร์และกลไกอื่นๆ ยกชุดมาจากรถคูเปโดยไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญใดๆ กล่าวโดยรวมหากไม่นับส่วนหลังคารถคูเปและรถเปิดประทุนแบบโรดสเตอร์ 2 โมเดลนี้ แทบไม่มีจุดใดเลยที่มองด้วยสองตาเปล่าแล้วแลเห็นความแตกต่าง

ที่แตกต่างกันแต่ก็ต่างเพียงเล็กๆ น้อยๆ คือ ตัวเลขสมรรถนะความเร็ว ตามคำอ้างของผู้ผลิต แอสตัน มาร์ทิน วี 12 วานเทจ เอส โรดสเตอร์ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 323 กม./ชม. เห็นตัวเลขแล้วก็ต้องยอมรับโดยดุษณีไม่มีโต้ไม่มีแย้งว่า ทั้งตีนต้นและตีนปลายเป็นรองรถคูเปอยู่นิดๆ แต่แค่นี้ก็เพียงรอแล้วที่จะทำให้รถโมเดลนี้ กลายเป็นรถเปิดประทุนที่แรงที่สุดและเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยืนยาวกว่า 1 ศตวรรษของยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเจ้าของนาม แอสตัน มาร์ทิน

สนนราคาค่าตัวที่ซื้อขายกันในเกาะอังกฤษ ยังหาตัวเลขไม่ได้ แต่เชื่อได้เลยว่าต้องสูงกว่ารถคูเปซึ่งค่าตัวเริ่มต้นที่ 138,000 ปอนด์ หรือประมาณ 7.590 ล้านบาทไทย คำถาม คือ สูงกว่ากันแค่ไหน ? ที่อาจมีใครสักคนตั้งเป็นคำถามขึ้นเช่นกัน คือ รถราคาแพงขนาดนี้มีสีตัวถังให้เลือกสักกี่สี ? หาข้อมูลจากเวบไซท์ของบริษัทดูแล้วก็พบว่ามีสีตัวถังให้เลือกถึง 33 สี แยกเป็นสีอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า CONTEMPORARY 18 สี สีที่เรียกว่า FAST TRACK 8 สี และสีที่เรียกว่า SPECIALS 7 สี ส่วนประทุนหลังคามีให้เลือกรวม 8 สี คือ สีแดง สีเทา สีเขียว สีน้ำเงิน สีทอง สีน้ำตาล สีดำ และสีม่วง

 

ASTON MARTIN V12 VANTAGE S ROADSTER

* ยอดรถสปอร์ทเปิดประทุนของเมืองอังกฤษ

* ประทุนหลังคาแบบอ่อนเปิด/ปิดโดยการกดปุ่ม

* เครื่องเบนซิน วี 12 สูบ 5,935 ซีซี 573 แรงม้า

* 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.1 วินาที

* ความเร็วสูงสุด 323 กม./ชม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา/บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2557
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/y6SN2
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th