บทความ

“ซิ่ง” ไปในโลกเสมือน


ปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเตอร์แอคทีฟ (COMPUTER INTERACTIVE) ได้เข้ามามีบทบาทในทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่วงการรถยนต์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องจับตามอง เพราะจะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของการขับขี่แห่งโลกอนาคตแน่นอน

 

ท่านที่ติดตามความเป็นไปของโลกคอมพิวเตอร์ อินเตอร์แอคทีฟ คงคุ้นหน้าคุ้นตากับเทคโนโลยี “ออกเมนเทด เรียลิที” (AUGMENTED REALITY) หรือ “เออาร์” (AR) เทคโนโลยีการประสานภาพสังเคราะห์เสมือนจริง “ซ้อน” เข้ากับสิ่งแวดล้อม  ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย ก็คือ แคทาลอก “ดิจิทอล” ของ อีเกีย (IKEA) ซึ่งท่านสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันดิจิทอลมาเก็บไว้ในสมาร์ทโฟน หรือแทบเลท มันเป็นแคทาลอกที่มีลูกเล่นทางด้านคอมพิวเตอร์ อินเตอร์แอคทีฟ แบบอัดแน่นที่สุดอันหนึ่งในปัจจุบันก็ว่าได้ โดยมีเซคชันที่ให้ท่านได้ทดลองซ้อนภาพของเฟอร์นิเจอร์ลงไปยังพื้นที่ของบ้านท่าน เพื่อให้ดูว่าสวยงามลงตัวหรือไม่

สิ่งเหล่านี้ คือ เทคโนโลยีที่รอการนำไปประยุกต์ใช้กับสิ่งต่างๆ และมีผู้ที่คิดค้นหาทางประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือแนะนำข้อมูลต่างๆ ในสถานที่ท่องเที่ยว และแน่นอนว่ามีการริเริ่มทดลองประยุกต์ใช้ในรถยนต์แล้ว เราได้เห็นการทดลองใช้ระบบ เออาร์ ในอุปกรณ์นำทางแบบ 3 มิติ ที่ประกอบด้วยแผงสกรีนใสระบบ “ฮัด” หรือ เฮดอัพดิสพเลย์ (HUD : HEAD UP DISPLAY) ที่ทำงานร่วมกันกับเครื่องฉายภาพด้วยเลเซอร์ กล้องถ่ายวีดีโอ และเครื่องจับพิกัดจากดาวเทียม ที่ทำงานร่วมกันกับเครือข่าย 3G จากค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์ความบันเทิงภายในรถยนต์อย่าง ไพโอเนียร์ (PIONEER) โดยซ้อนภาพเสมือน และข้อมูลเพื่อการขับขี่ลงไปบนกระจกหน้า ด้วยการฉายแสงเลเซอร์ลงไปบนจอเฮดอัพดิสพเลย์ ซึ่งเข้ามาติดตั้งแทนที่แผงกันแดด  ภาพที่ได้ราวกับว่าจะ “ลอย” อยู่นอกรถออกไปประมาณ 3 เมตร ทำหน้าที่แสดงเส้นทางรวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่และการเดินทาง อาทิ เส้นทางที่ต้องใช้ ตำแหน่งปั๊มน้ำมัน ไฟสัญญาณจราจร สี่แยก ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน และสถานที่สำคัญในย่านนั้นๆ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากกล้องที่ทำงานร่วมกับระบบนำทางผ่านดาวเทียม และฐานข้อมูลในระบบคลาวด์ (CLOUD COMPUTING) สามารถแยกแยะสภาพแวดล้อม และป้อนกลับมายังเครื่องฉายเลเซอร์ เพื่อระบุตำแหน่งของสิ่งรอบข้าง รวมถึงข้อมูลรถคันอื่นที่ร่วมเส้นทางกับเราลงบนจอใส

สิ่งเหล่านี้นับเป็นก้าวแรกของการเข้าสู่รูปแบบของกระจกหน้าอัจฉริยะที่ค่าย แลนด์ โรเวอร์ และ แจกวาร์ ได้นำเสนอออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยพวกเขาเรียกมันว่า ระบบ “ฝากระโปรงหน้าล่องหน” และ “กระจกหน้าแสดงภาพเสมือน” (TRANSPARENT BONNET & VIRTUAL WINDSCREEN)

ระบบแรก คือ ระบบ “ฝากระโปรงล่องหน” นั้น ถูกนำเสนอในรถต้นแบบ แลนด์ โรเวอร์ ดิสคัฟเวอรี วิชัน คอนเซพท์ ซึ่งเป็น เอสยูวี ขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับลุยในทุกสภาพเส้นทาง ระบบนี้ออกแบบขึ้น เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถขับเคลื่อน 4 ล้อโดยเฉพาะ นั่นคือ ปัญหาฝากระโปรงบังมุมมองด้านหน้าขณะวิ่งพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก

ระบบนี้แก้ปัญหาด้วยการนำภาพที่ได้จากกล้องบริเวณกันชนหน้ามาฉาย “ซ้อน” บริเวณชายขอบด้านล่างของกระจกบังลมหน้า ในตำแหน่งที่เป็นมุมมองของ “ฝากระโปรง” ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเหมือนกับว่า ฝากระโปรงของรถตนเองนั้นโปร่งใส เพิ่มทัศนวิสัยให้กว้างไกลขึ้นโดยทำให้มองเห็นสิ่งที่ฝากระโปรงบดบังอยู่ โดยภาพที่ได้นั้นไม่เพียงแต่เป็นมุมมองด้านหน้าอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงล้อหน้าและบริเวณรอบข้างด้วย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการนำรถเข้าไปยังเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย รวมถึงการขับเข้าไปที่แคบๆ

เทคโนโลยีบนพื้นฐานเดียวกันนี้ได้ถูกนำไปปรับใช้กับ แจกวาร์ โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าที่พิสมัยการขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดยใช้ในรูปแบบคล้ายคลึงกันที่เรียกว่า กระจกหน้าแบบ “กระจกหน้าแสดงภาพเสมือน” (VIRTUAL WINDSCREEN) โดยนำเสนอข้อมูลซ้อนลงบนกระจกหน้าเป็นข้อมูลเพื่อการเดินทาง อาทิ เส้นทางจากการนำทางด้วยดาวเทียม การหลบเลี่ยงจากรถที่กีดขวาง และสิ่งอื่นๆ ที่อยู่บนเส้นทางเดียวกัน ซึ่งเทคนิคคล้ายคลึงกันถูกนำเสนอในรถ บีเอมดับเบิลยู ด้วยเช่นกัน แต่ แจกวาร์ ไปไกลกว่าอีกขั้น เพราะได้นำเสนอข้อมูลที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยการฉายข้อมูลที่ได้แรงบันดาลใจจากวีดีโอเกมรถแข่งไปบนกระจกหน้า อาทิ โหมด เรศไลน์ (RACE LINE) และไกด์ช่วยเบรค (BRAKING GUIDANCE) ระบบนี้จะกำหนดเส้นนำร่อง เพื่อการเข้าโค้งที่ดีที่สุด หรือที่เรียกว่า เรศไลน์ รวมถึงกำหนดจุดเบรคที่ดีที่สุด เพื่อให้ผู้ขับสามารถเข้าโค้งได้รวดเร็ว โดยอาศัยข้อมูลจาก จีพีเอส ประมวลผลร่วมกับกล้องหน้ารถ

โหมด โกสต์ เรซิง (GHOST HOST CAR RACING) สามารถใช้ในการวิ่งในรูปแบบของสนามแข่ง เพื่อหาเวลาที่ดีที่สุด โดยผู้ขับขี่สามารถจะแข่งกับตัวเองก็ได้ โดยจะปรากฏภาพเงาของตัวเอง หรือ โกสต์ (GHOST) ที่ทำเวลาในรอบก่อนหน้านั้น หรือรอบที่ทำเวลาได้ดีที่สุด โดยเงาของรถเหมือนจะวิ่งแซงเราไป หรือโดนเราแซงได้ (คนที่เคยเล่นเกมคงจะนึกภาพออก) นอกจากนี้ยังสามารถเปรียบเทียบข้อมูลของนักแข่งคนอื่นได้อีกด้วย

โหมด “กรวย” (VIRTUAL CONE) สร้างภาพกรวย 3 มิติ ซ้อนลงบนถนนเพื่อทำการซ้อมวิ่งได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งเป็นการวอร์มอัพได้อีกด้วย

ท่านเชื่อไหมว่า สิ่งเหล่านี้ที่ดูเหมือนไกลตัว จริงๆ แล้วก็มีใช้กันอยู่แล้วในรถยุคปัจจุบัน อาทิ เส้นช่วยกะระยะ (GUIDELINE) ที่จะแสดงขึ้นบทหน้าจอขณะถอยหลัง ซึ่งในรถบางคันสามารถปรับเอียงสัมพันธ์กับการหมุนของพวงมาลัยได้ด้วย ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของระบบ เออาร์ เช่นกัน

นอกจากนั้น ยังมีการนำมาประยุกต์ใช้ในส่วนของการซ่อมบำรุงรถยนต์ด้วยตัวเองด้วย โดยมีผู้เห็นปัญหาของคนจำนวนไม่น้อย ที่เปิดฝากระโปรงรถขึ้นมาแล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งเทคนิคการทำภาพซ้อนเสมือนนี้จะช่วยให้ “มือใหม่” ทั้งหลายสามารถมองเห็น และเรียกชิ้นส่วนต่างๆ ใต้ฝากระโปรงรถได้ถูกต้อง และสามารถที่จะบำรุงรักษาขั้นต้นได้

ทั้งหมดนี้เชื่อว่าจะได้รับการนำมาใช้จริงในรถรุ่นใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน เพราะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ การประมวลผล และกลุ่มความบันเทิงนั้น วิ่งไปข้างหน้าเร็วกว่ากลุ่มยานยนต์หนึ่งก้าวเสมอ สิ่งที่เราได้เห็นในวันนี้เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความปลอดภัย และเสริมรสชาติให้กับการขับขี่ได้เป็นอย่างดี และอาจจะเปลี่ยนโฉมหน้าของการออกแบบห้องโดยสารในอนาคตได้อีกด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : ภัทรกิติ์ โกมลกิติ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2557
คอลัมน์ : รู้ลึกเรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/iRabk
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th