บทความ

เมื่อไรจะได้นั่งรถเมล์สบายๆ


เรื่องที่เขียนถึงคราวนี้เป็นเรื่องที่เจ้าของคอลัมน์จะมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง

เนื่องจากเวลานี้อยู่ในกลุ่มผู้เกษียณอายุ ซึ่งโดยมากแล้วเมื่อไม่ได้ทำงานก็มักจะนิยมใช้รถโดยสารสาธารณะ ราคาประหยัด

อย่างเช่นเมื่อวานนี้ มีการนัดทานข้าวกลางวันกับเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนคนนี้อดีตท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงของวิทยุการบิน นัดกันที่ เซนทรัล พลาซา ลาดพร้าว ท่านยังใช้บริการรถใต้ดิน เรียกว่าสัญชาตญาณประหยัดมาเอง หลังจากที่ไม่ได้เงินเดือนประจำ

ตัวเจ้าของคอลัมน์ ซึ่งยังไปทำงาน 2 วัน ใน 1 สัปดาห์ นอกนั้นก็มีงานสาธารณประโยชน์บ้าง ก็ยังขับรถอยู่ แต่ไม่ช้าไม่นานเมื่อไม่เดินทางไปทำงานประจำแล้ว ก็คงต้องหันมาใช้บริการรถสาธารณะเหมือนกัน
อย่างรถเมล์ ซีเอนจี ที่คิดว่าติดแอร์เย็นฉ่ำ นั่งสบาย บันไดเตี้ย ไม่ต้องโหนตัวขึ้นมากมาย

ตั้งใจจะนั่งชมเมืองไปเรื่อยๆ ดังนั้นก็รอคอยอยากได้ และหวังว่าคงสะดวกสบายพอสมควร นึกภาพเห็นการนั่งรถเมล์ในช่วงเวลาไม่เร่งด่วนไปทางเส้นทางเก่าแก่ ลงเยาวราชรับประทานอาหารอร่อยๆ หรือไม่ก็ไปสำเพ็ง เจริญกรุง บางรัก ดูบรรยากาศเก่าๆ ไปเรื่อยเปื่อย

เมื่อไรรถเมล์ ซีเอนจี จะได้ข้อสรุปก็ไม่รู้ เมื่อ คสช. เข้ามาบริหารจัดการการเมืองไทยที่วุ่นวายอยู่ สิ่งแรกๆ ที่ คสช. ให้ความสนใจ คือ เรื่องการจัดซื้อรถเมล์ ซีเอนจี ที่ค้างเติ่งกันอยู่ในรัฐบาลหลายสมัย ญาติของผู้เขียนซึ่งอยู่ในวงการขนส่งสาธารณะเปรยให้ฟังว่า สมัยที่นักการเมืองคนหนึ่งอยู่ในอำนาจ ได้เสนอราคาจัดซื้อไว้ที่คันละ 6.5 ล้านบาท ในยุค คสช. มีการตรวจสอบราคาใหม่ ก็เหลืออยู่ที่ 4.0 ล้านบาท เท็จจริงอย่างไรคงต้องถามผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ข่าวความคืบหน้าเรื่องนี้ซาไปพัก

ต่อมาก็มีข่าวสภาอุตสาหกรรมโดยกลุ่มยานยนต์เสนอ คสช. ว่าขอให้ผู้ผลิตในประเทศได้มีโอกาสผลิตและเสนอราคาด้วย การเสนอราคาก็เสนอต่อ ขสมก. ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลขนส่งมวลชนอยู่

สุรพงษ์ ไพสิษฐ์พัฒนพงศ์ ซึ่งเป็นโฆษกของกลุ่มยานยนต์เป็นผู้เสนอเรื่องนี้เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ยังไม่เห็นข่าวคืบหน้าว่า คสช. ตัดสินใจอย่างไร

รถเมล์ ซีเอนจี ที่อยู่ในแผนจัดซื้อหลายปีมาแล้วมีจำนวนถึง 3,000 คัน ถ้าหากราคาลดลงได้รัฐก็ประหยัดเงิน คนไทยก็จะมีงานทำเพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทางหนึ่ง โดย สุรพงษ์ ขอร้องให้ผู้ผลิตในประเทศสามารถซื้อซองประกวดราคาได้ด้วย

เราไม่เคยได้ยินกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เสนออย่างนี้มาก่อนเลยในสมัยรัฐบาลต่างๆ ที่ผ่านมา ชะรอยจะเป็นเรื่องคิดแต่ไม่พูด เพราะรู้ว่าพูดไป ก็ไม่มีประโยชน์ ถึงอย่างไรรัฐบาลที่แล้วๆ มาก็เลือกวิธีง่ายๆ และดีไม่ดีมีผลประโยชน์เอี่ยวอยู่ด้วย

สิ่งที่ สุรพงษ์ พูดจึงมาถูกเวลาอย่างยิ่ง เพราะ คสช. มาจากคนในกองทัพ ยังไม่รู้ข้อมูลภาคธุรกิจดี เป็นโอกาสให้เอกชนนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งอยู่ในระดับ 10 ของโลก
สุรพงษ์ บอกว่าปกติประเทศไทย ก็ผลิตรถบัสปีละ 700 คันอยู่แล้ว

ในช่วงความยุ่งเหยิงทางการเมือง ยอดขายรถยนต์ตกลงไป หากภาคยานยนต์ได้มีโอกาสผลิตรถเมล์ ซีเอนจี ก็จะทำให้การผลิตรถยนต์ของไทยมีตัวเลขเพิ่มขึ้น

ก่อนหน้าวิกฤตการเมืองอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยเติบโตสวยงามทุกปี ยอดการผลิตมีแต่จะเพิ่มขึ้น แต่ปี 2556 และ 2557 เปรียบเสมือนฝันร้ายของอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

กลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมเพิ่งประกาศลดเป้าการผลิตจาก 2.4 เป็น 2.2 ล้านคัน อันเนื่องมาจากยอดขายในประเทศลดลง

แผนงานจัดซื้อรถเมล์ ซีเอนจี ใช้เวลานาน 8 ปี เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความสะดวกสบายด้านคมนาคมขนส่งสำหรับคนไทย

จริงๆ แล้วก็อยากจะบอกว่าการที่เมืองไทยรับจ้างผลิตรถเก่ง แต่ไม่สามารถผลิตรถทั้งคันที่เป็นยี่ห้อของคนไทยนั้น เป็นเรื่องน่าอายอย่างยิ่ง

ถ้าหากคราวนี้คนไทยจะได้ผลิตรถเมล์ ซีเอนจี ให้คนไทยใช้จะได้เลิกขายหน้าสักที



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2557
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sxZJn
อัพเดทล่าสุด
21 Aug 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
568,000
2.
2,490,000
3.
1,709,000
4.
385,000
8.
20,900,000
9.
3,299,000
10.
4,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th