บทความ

ฮอนดา แจซซ์ VS ซิที


ฮอนดา แจซซ์ และ ซิที 2 ตัวเลือกลำดับต้นๆ ของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถขุมพลังขนาด 1.5 ลิตร ทั้ง 2 รุ่นเปิดตัวในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดย ซิที เจเนอเรชันที่ 4 ออกมาในเดือนมกราคม 2557 พัฒนาภายใต้แนวคิด ADVANCED COOL STUNNER เน้นความเป็นรถพรีเมียม ส่วน แจซซ์ เจเนอเรชันที่ 3 เริ่มทำตลาดในเดือนพฤษภาคม 2557 พุ่งเป้าไปที่กลุ่ม GEN ME หรือคนรุ่นใหม่ยุคดิจิทอล ส่วนทีมนักออกแบบของเราจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับรถ 2 รุ่นนี้อย่างไร เชิญติดตามกันได้ต่อไปนี้

 

ภัทรกิติ์ : รถยนต์เซกเมนท์นี้ในเมืองไทยมีหลายรุ่น บางรุ่นก็ใช้ชื่อเดียวกัน อย่าง มาซดา 2 จะมีทั้งแบบ 4 และ 5 ประตู เพราะรถเขาดูเหมือนกันจริงๆ สำหรับ ฮอนดา ในเจเนอเรชันแรกที่เป็น แจซซ์ กับ ซิที ก็ดูคล้ายคลึงกัน พอมาเจเนอเรชันล่าสุด ไส้ในทางวิศวกรรมอาจจะดูเหมือนกันในหลายๆ ส่วน แต่รูปลักษณ์ภายนอกมันคนละเรื่อง

อภิชาต : ฮอนดา เขามีรถเล็กค่อนข้างเยอะ ถ้าเราไล่ลงไป กลายเป็นว่ากลุ่มตลาดล่างมีให้เลือกมาก ทั้งๆ ที่บแรนด์คู่แข่งก็มีแค่ โตโยตา ยี่ห้อเดียวเท่านั้น ภาพลักษณ์ของ ฮอนดา เขาสื่อรุ่นนี้ออกมาให้เห็นว่าเส้นสายดูสนุกสนาน โดยภาพรวมเน้นกลุ่มวัยรุ่นที่มีความเชื่อมั่นในบแรนด์ระดับหนึ่ง และบแรนด์เขาไม่มีแทกซี ซึ่งทำให้ดูกึ่งๆ พรีเมียม

ฟอร์มูลา : ถ้าจะมองเรื่องขุมพลังของทั้ง แจซซ์ และ ซิที ใช้ร่วมกับ ฮอนดา ฟรีด ด้วย

อภิชาต : ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ ฟอร์ด อีโคสปอร์ท ก็ใช้พื้นฐานร่วมกับ ฟิเอสตา กระแสตอบรับถือว่าดี ปัจจุบันนี้กลายเป็นว่าการเอาพแลทฟอร์มของรถเซกเมนท์ 1.5 ลิตร มาทำเป็น มีนี เอสยูวี กำลังเป็นกระแส

ภัทรกิติ์ : สัดส่วนของ 2 รุ่นนี้ ฐานล้อมีความแตกต่างกันอยู่ แจซซ์ มีฐานล้อสั้นกว่าตามรูปทรงของรถ ซิที ฐานล้อยาวกว่า ทแรคเท่ากัน เพราะใช้ระบบรองรับเหมือนกัน แสดงให้เห็นว่าฐานล้อที่ยาวกว่า ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารของ ซิที สบายกว่า และเป็นโมเดลที่ขายในโซนอินเดียไล่มาทางบ้านเรา ในขณะที่ เเจซซ์ ไม่ได้เน้นพรีเมียม แต่เป็นโมเดลที่ขายทั่วโลก

ผมว่าจุดเด่นตรงนี้สะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่าง รวมถึงจุดยืนทางการตลาด แจซซ์ เป็นรถที่ฉลาดในเรื่องการจัดการสเปศภายใน ซึ่งเป็นจุดขายมาตลอด แจซซ์ ทุกเจเนอเรชันทำอะไรพิสดารได้ ส่วน ซิที รุ่นแรกทำได้ แต่หลังๆ ทำไม่ได้แล้ว คนหนุ่มสาวทั่วโลก มักมีกิจกรรมเอกซ์ตรีมตลอด เช่น ขน ตู้แอมพ์กีตาร์ เซิร์ฟบอร์ด ต้นไม้ จักรยาน เป็นต้น

ในขณะที่รถซีดานเป็นเหมือนประเพณีปฏิบัติ มันก็เลยส่งผลให้จุดยืนที่แตกต่างกัน 2 คันนี้ ทั้งที่ใช้พแลทฟอร์มคล้ายๆ กัน แต่มีความแตกต่างอย่างมีนัย แต่ทำไมทำมาน้ำหนักพอๆ กัน

อภิชาต : อันนี้เห็นด้วยเลย เพราะเป็นจุดแข็งของ แจซซ์ ที่มีความอเนกประสงค์โดดเด่นสุดในเซกเมนท์ โดยเฉพาะเรื่องการพับเบาะ ผมว่าถ้ามองหาคู่แข่งน่าจะเป็น ฟอร์ด ฟิเอสตา

ภัทรกิติ์ : ผมว่า ฟอร์ด ฟิเอสตา ทำอะไรไม่ค่อยจะได้ ที่เขาเจ๋ง คือ เครื่องยนต์กับระบบส่งกำลัง

อภิชาต : แจซซ์ เขาพโรโมทเรื่องการพับเบาะว่าทำอะไรได้มากกว่าที่เคยเป็น นั่นคือ จุดแข็งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ นอกจากความเป็นบแรนด์ ฮอนดา ส่วน ซิที ผมว่าต้องตัดสินใจเยอะ คือถ้าเราตัดทุกอย่างออก แล้วชอบบแรนด์อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก เดินเข้าโชว์รูมเลย

กลุ่มเป้าหมายของ แจซซ์ น่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ อายุยังน้อย คือ กิจกรรมเขาก็ฟ้องอยู่แล้วว่าเหมาะกับฟังค์ชันของตัวรถ แล้วถ้าขยับเลยวัยรุ่นมาแล้ว อยากได้รถยนต์ที่ดูภูมิฐาน ลองสังเกตโฆษณาของ ซิที ที่เป็นกัปตันเครื่องบิน

ภัทรกิติ์ : การออกแบบบุคลิกของรถ แจซซ์ รุ่นนี้ ดูไม่ได้เน้นเรื่องโกลบอลโมเดลเท่าไร โดยหน้าตาเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น คือ ตามอายุของคนซื้อ องค์ประกอบต่างๆ เน้นไปที่ของแพง อาทิ กระจังหน้า ดูเป็นโลหะชิ้นใหญ่ รวมถึงมือจับประตู นั่นคือ สิ่งที่ทำให้คนมองว่ารถคันนี้เป็นพรีเมียม คนที่อยู่ในเซกเมนท์นี้ จะแข่งว่าใครจะหรูกว่ากัน แต่ถ้าเป็น แจซซ์ กับ ยารีส จะไม่ได้พูดว่าหรูหราเลย เน้นเรื่องความสนุกสนานแทน

ส่วน ซิที ตีโจทย์คนไทยแตก แต่สิ่งที่ ฮอนดา ตีโจทย์ไม่แตก คือ บรีโอ เพราะไปเน้นเรื่องสมรรถนะว่าเป็นรถขับสนุก คนไทยต้องการพื้นที่ใช้สอย รถคันใหญ่สุดชนะ ในขณะที่รถคันนี้ไม่ได้พูดเรื่องพื้นที่ แต่พูดเรื่องหน้าตาที่ดูพรีเมียม ใครดูพรีเมียมสุด ชนะ โตโยตา วีออส ตีคืนได้ในรุ่นปัจจุบัน ภายในห้องโดยสารดูพรีเมียม มองด้วยสายตาดูดี ฉะนั้นเราจึงไม่แปลกใจที่เห็นชิ้นส่วนโครเมียมมากมายใน ซิที รุ่นปัจจุบัน ซึ่งแตกต่างกับ แจซซ์ โดยสิ้นเชิง

ฟอร์มูลา : ดูเหมือน ซิที พยายามทำให้เหมือนว่าซื้อรถ บี-เซกเมนท์ แต่ได้รถ ซี-เซกเมนท์

ภัทรกิติ์ : ใช่ อารมณ์นั้นเลย

อภิชาต : แล้วก็มีกลุ่มลูกค้าแน่นอนอยู่เเล้วด้วย

ภัทรกิติ์ : มาดูเรื่องการตกแต่งภายในกับการเลือกใช้คู่สีกันบ้างดีกว่า เพราะภายในห้องโดยสาร คือ จุดที่ 2 คันนี้ ใช้ร่วมกันชัดเจน การออกแบบเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนประกอบเกือบเหมือนทั้งหมด เพราะเรื่องการใช้ชิ้นส่วน เกือบทุกค่ายในปัจจุบันใช้เหมือนกันหมด

อภิชาต : โครงสร้างภายในอันเดียวกัน และมีแนวทางที่จบเหมือนกันเป๊ะ คนที่ไม่ชอบคงต้องเล่นเกมจับผิดแล้ว คุณมีสิทธิ์ที่จะนำองค์ประกอบมาทำให้ใกล้เคียงกันได้ แต่คุณต้องทำให้ดูแตกต่างกันบ้าง อันนี้มันดูเหมือนกันมากเกินไป

ภัทรกิติ์ : แจซซ์ กับ ซิที รุ่นก่อนหน้านี้ ภายในแตกต่างกันคนละโลกเลย แต่ปัจจุบัน ฮอนดา พยายามตีให้เป็นชิ้นเดียวกัน พูดง่ายๆ คือ เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ฟอร์มูลา : เป็นแนวทางของค่ายรถยนต์แทบทุกค่าย

ภัทรกิติ์ : แต่ผมว่าเขาพยายามสร้างรสชาติของ ฮอนดา ภายในห้องโดยสารของ แจซซ์ ดูเป็นผู้ใหญ่กว่ารุ่นที่แล้วเยอะเลย

อภิชาต : ภายในที่คล้ายกัน แต่สามารถทำภายนอกให้แตกต่างกันได้นะ คือ อยากมีอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่เกือบทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งเดิม

ภัทรกิติ์ : แต่ที่เห็นชัดเจน คือ แจซซ์ รุ่นนี้ดูโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่มีความสนุกแบบเด็กๆ มากเท่ารุ่นก่อนๆ

ฟอร์มูลา : ฟังดูเหมือนอยากจะบอกว่า ภายนอกกับภายในคนละแนวทางกันหรือเปล่า

ภัทรกิติ์ : ภายนอกของ แจซซ์ ดูขึงขังอยู่ ทั้งที่เมื่อก่อนหน้าตาจะยิ้มมาตลอด

อภิชาต : แต่ผมกลับมองต่างไป เพราะถ้าเราลองปิดภาพภายในห้องโดยสารที่จะทำให้รู้ว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร แล้วเอารูปภายในห้องโดยสารของอีกคันมาเทียบกัน พอมาวางคู่กัน เราไม่สามารถแยกกลุ่มลูกค้าได้เลย

ภัทรกิติ์ : แจซซ์ รุ่นนี้ตัวถังดูสับสน รวมถึงพื้นผิวที่ดูไม่ลงตัว

อภิชาต : ด้านท้ายพยายามทำให้เหมือน โวลโว แต่พอไม่มีไฟเพิ่มเข้ามา ก็จบเลย

ภัทรกิติ์ : ซิที ไฟท้ายดูลงตัวกว่ากันเยอะ เส้นสายต่างๆ ดูเคลียร์กว่า

ฟอร์มูลา : ภายนอกของ ซิที ดูลงตัวกว่าหรือไม่

ภัทรกิติ์ : แนวอนุรักษนิยมมากกว่า มันไม่มีอะไรใหม่ เพราะลงตัวอยู่แล้ว เหมือนกินอาหารที่รสชาติคุ้นเคย ส่วน แจซซ์ พยายามหาอะไรใหม่ๆ แต่ยังไม่ลงตัวสักที

ฟอร์มูลา ถ้าเปรียบก็เหมือน แจซซ์ เป็นอาหารฟิวชัน

ภัทรกิติ์ : ฟิวชัน แจซซ์ !?!

อภิชาต : พื้นผิวแบบนี้ ฮอนดา พยายามใช้ในหลายรุ่น แต่พอไปอยู่กับองค์ประกอบแล้ว แจซซ์ กลับดูสับสน ไม่เหมือนกับ ซิที ซึ่งคงจะมาจากสาเหตุที่ แจซซ์ พยายามทำอะไรบางอย่างให้ดูแตกต่าง

ภัทรกิติ์ : เขาพยายามใส่องค์ประกอบที่ดุเข้าไปเยอะเกิน พยายามให้ดูสปอร์ท ตัวนี้เป็นรูปทรงสำหรับบ้านเรา แต่ที่ญี่ปุ่นคงไม่ใช่แบบนี้แน่นอน เมื่อเทียบกับ ซิที พี่น้องท้องเดียวกัน ถ้าเลี้ยงดูต่างกัน ออกมาก็ต่างกัน



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2557
คอลัมน์ : มุมมองนักออกแบบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/g74j5
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th