บทความ

โดนหนัก/จอดรถชุ่ย


สิ่งที่ทำให้เราๆ ท่านๆ เอือมระอามากขึ้นๆ เวลาใช้รถใช้ถนน คือ “จอมจอด” ที่ตำรวจเคยออกข่าวว่าจะจับอย่างจริงจัง ทั้งในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัด แต่ถ้าจะพูดกันตรงๆ ด้วยความเกรงใจนิดๆ ผมว่ายังมาในแนว “พแลนิง” ไม่กระชับพื้นที่สักเท่าไร หัวเมืองแทบไม่ต้องพูดถึง เข้าข่าย “เหมือนเดิม” ขณะเดียวกัน ชาวเราก็จอดรถ “แบบชุ่ยๆ” ให้เห็นทั่วไป ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ ไปจนถึงรถยนต์น้อยใหญ่ ยิ่งเป็นถนนแคบ หรือตรอกซอกซอย แล้วมีร้านค้า หรือชุมชนเยอะหน่อย มั่วก็แล้วกัน พวกเราจอดรถอย่างเห็นแก่ตัว ไม่สนใจว่าใครจะเดือนร้อนยังไง ตำรวจที่ว่าจะจับจริง ปรับจริง ก็ไม่เห็นเลยจริงๆ คือ ไม่เห็นตำรวจแม้แต่คนเดียว พวกจอดรถส่งเดช จึงไม่กลัวโดนจับ แถมไม่แคร์ใครหน้าไหนทั้งนั้น นับวันจะหนักข้อเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน สำหรับคนที่เป็นจอมจอดโคตรชุ่ย ก็ใช่แต่วัยรุ่น เป็นกันทุกรุ่นทั้งหญิง/ชาย และเทย มนุษย์ป้า มนุษย์ลุง ไม่เว้น บอกตรงๆ ว่าน่าหนักใจ พวกเราขาดความรับผิดชอบขาดจิตสำนึกจริงๆ ให้ดิ้นตาย

มาว่ากันถึงคดีที่คนร้ายเหวี่ยงแขนไปถูกเจ้าทรัพย์จนเซ แค่ครั้งเดียว ต้องเข้าคุก 7 ปี 6เดือน ซึ่งไม่น่าเชื่อ ตามไปดูได้เลย

วันนั้นขณะที่ “นางแชทสนั่น” กลับจากการทำงาน นอนพักอยู่ในห้องเช่าแบบสบายๆ ไม่ปิดห้องหับให้ดี ปรากฏว่ามี “นายไวไฟ” ชื่อสอดคล้องกันกับ นางแชทสนั่น ย่องเข้ามาคว้าเอาข้าวของ ได้แก่ มือถือ นาฬิกาข้อมือ กระเป๋าสตางค์พร้อมเงินสด 1,000 บาท รวมแล้วเป็นราคาไม่ถึง 4,000 บาท นางแชทสนั่น ไม่ได้หลับ ถลันลุกขึ้นไปคว้าคอเสื้อ นายไวไฟ ดึงไว้ ไม่ให้ดิ้นหนี จนเสื้อขาด นายไวไฟ พยายามหนีให้ได้ เหวี่ยงแขนไปโดน นางแชทสนั่น เข้าทีหนึ่งจนเซ จึงได้จังหวะเผ่นออกจากห้องขึ้นรถมอเตอร์

ไซค์หนีไป

แจ้งความแล้วตำรวจจับจริง เรื่องถึงอัยการ เลี้ยวซ้ายไปที่ศาล นายไวไฟ โดนฟ้องข้อหาชิงทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้พาหนะหลบหนี

ศาลชั้นต้นสบายหน่อยงานนี้ นายไวไฟ ยอมรับสารภาพผิด พิจารณาแล้วตัดสินลงโทษตามฟ้อง จำคุก 15 ปี รับลดกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 7 ปี 6 เดือน ทรัพย์สิน นางแชทสนั่น คงได้คืน จึงยกคำ ขอบังคับให้นายไวไฟ คืนทรัพย์แก่เจ้าทุกข์นั้นเสีย

นายไวไฟ เข่าอ่อน รับสารภาพเพราะคิดว่าศาลจะขังแค่ 1-2 ปี จึงดิ้นรนให้ทนายยื่นอุธรณ์ อ้างว่างานนี้แค่ลักทรัพย์ ไม่ถึงขั้นชิงทรัพย์ แล้วได้เฮ

ศาลอุทธรณ์เล็งดูจากสำนวนแล้วพยักหน้าเห็นด้วยกับ นายไวไฟ พิพากษาแก้ ลงโทษข้อหาลักทรัพย์ จำคุก 2 ปี รับลดกึ่งหนึ่ง เหลือแค่ 1 ปี

โจทก์ คือ อัยการ ไม่ยอมวางมือ ยื่นฎีกาให้ลงโทษฐานชิงทรัพย์

ศาลฎีกาปวดเมื่อยเพราะงานเยอะแค่ไหน ก็ต้องกัดฟันคว้าคดีนี้ที่มาถึงคิว ส่องดูด้วยความชำนาญ แล้วชี้ขาดว่า

ขณะที่ นายไวไฟ ออกจากห้องของ นางแชทสนั่น เพื่อหลบหนี นางแชทสนั่น คว้าคอเสื้อของ นายไวไฟ ไว้ ไอ้หมอนี่ดิ้นขัดขืนจนเสื้อขาด แล้ว นายไวไฟ ใช้แขนเหวี่ยงถูก นางแชทสนั่น จนเซ การกระทำ

อีแบบนี้ ถือว่าต่อเนื่องเกี่ยวพันกันโดยตลอด ยังไม่ขาดตอนจากการเอาทรัพย์ไปโดยทุจริต การใช้แขนเหวี่ยง ถูกตัว นางแชทสนั่น เสียหายขณะที่เธอพยายามจับกุม เพื่อเอาทรัพย์คืนนั้น จึงเป็นพฤติการณ์ชี้ชัดว่า นายไวไฟ มีเจตนาขู่เข็ญไม่ให้ผู้เสียหายขัดขวางการพาทรัพย์ไปและหลบหนี แม้ นายไวไฟ ไม่ได้พูดจาข่มขู่เลยก็ตาม แถม นายไวไฟ ยังขับรถมอเตอร์ไซค์พาทรัพย์นั้นหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ในเคหสถาน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเพื่อกระทําความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ศาลอุทธรณ์ตัดสินไว้ ศาลฎีกาไม่เอาด้วยหรอก จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษตามที่ศาลชั้นต้นว่าไว้ นายไวไฟ ต้องเข้าตะราง 7 ปี 6 เดือน

อ่านคดีนี้แล้วท่านอาจขมวดคิ้วนิ่วหน้า แค่เนี้ยโดนติดคุกยาว ที่เห็นคดีอื่นๆ น่าจะโดนแรงกว่า แต่ไม่เท่าไร งง

อย่าได้งง เพราะศาลตัดสินคดีนี้ไปตามข้อกฎหมายเป๊ะๆ ผมขอนั่งยัน ยืนยันมันเมื่อยอ่ะ ส่วนโทษทัณฑ์คดีอื่นๆ ก็แล้วแต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของคดีนั้นๆ สรุปถ้าใครทำผิดอย่าง นายไวไฟ โดนตัดสินอย่างนี้ชัวร์ ส่วนการรอลงอาญาที่ชาวพาราพากันหงุดหงิดเป็นประจำ ก็แล้วแต่อีกนั่นแหละครับ
จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2554



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2557
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/w3AJh
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th