บทความ

ลดอีกแล้ว


หลังจากยอดการขายในปี 2557 นี้ ลดลงมาแบบทิ้งดิ่งตั้งแต่ต้นปี แม้ว่าจะมี คสช. เข้ามาดูแลรัฐบาล รวมทั้งแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว แต่ตัวเลขยอดขายก็ยังคงทิ้งดิ่ง เพียงแต่เริ่มนิ่งว่าจะไม่ลดลงไปมากกว่านี้ สรุปได้ว่า เดือนสิงหาคม ลดลงไปเพียง 31.8 % ขายได้ 72,059 คัน หลังจากที่เคยลดลงไปแล้วกว่า 40 % ทำให้ยอดรวม 8 เดือนที่ผ่านมา ขายได้ทั้งตลาด 566,681 คัน ทำยอดรวมลดลงเหลือ 38.9 %

บรรดานักการตลาดก็ออกมาบอกกันว่า ยอดขายรวมของปีนี้ น่าจะลดเหลือสัก 850,000 คัน เพราะเหลืออีกเพียง 4 เดือน คิดบัญญัติไตรยางค์ง่ายๆ ก็น่าจะใช่ ขายอีกเดือนละ 7 หมื่นคัน 3 เดือน และเดือนสุดท้ายขายสักแสน ก็น่าจะได้

แต่ที่ยังน่าดีใจอยู่ ก็คือ การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนสิงหาคม ส่งออกได้ 89,550 คัน ลดลงจากปี 2556 ลดลง 14.07 % มูลค่าการส่งออก 42,822.70 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.58 รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์และอะไหล่ มูลค่า 63,157.25 ล้านบาท ลดลงจากปี 2556 หรือ 8.72 %

แต่เมื่อรวม 8 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 741,382 คัน เพิ่มขึ้น 0.13 % มูลค่าการส่งออก 351,210.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ร้อยละ 6 รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์ เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มูลค่า 519,966.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.77 %

ซึ่งก็น่าจะทำให้ยอดการผลิตของบ้านเราในปีนี้ ขึ้นไปเฉียด 2 ล้านคัน ได้ไม่ยากนัก รวมทั้งท่าน รมว.อุตสาหกรรมคนใหม่ ท่านก็มั่นใจว่า ความต้องการรถยนต์ในปีหน้า จะสะท้อนความต้องการที่แท้จริง และโดยภาพรวม การผลิตรถยนต์ของไทยตลอดทั้งปี 2558 ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และการผลิตเพื่อส่งออก น่าจะทำได้มากกว่า 2 ล้านคัน และที่ตั้งเป้ากันไว้ว่าจะถึง 3 ล้านคันในปี 2560 นั้น ท่านก็ว่ายากอยู่ แต่ก็น่าจะเป็นไปได้ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า

ก็คงต้องเชื่อท่าน เพราะท่านเคยคลุกคลีอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมมาก่อนหน้านี้ เชื่อว่า ท่านพอจะมองได้ถูกทิศทางแล้ว ซึ่งก็สอดคล้องกับท่านรองนายก ฯ ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ

ท่านเล่าให้ฟังเรื่อง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของบ้านเรา ท่านมองว่า ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ แม้ประเทศไทยจะมีปัญหาทางการเมือง และอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไม่ได้ถดถอยรุนแรง โดยยอมรับว่าปัญหาการเมืองที่ผ่านมา อาจทำให้ จีดีพี ชะลอตัวลงบ้าง แต่เศรษฐกิจไทยยังคงเข้มแข็ง เพราะประเทศไทยเรียนรู้บทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้ประเทศไทยมีความรอบคอบในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมากขึ้น และภาครัฐได้มีการพยายามแก้ไขจุดอ่อนดังกล่าว

ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2558 อาจมีการขยายตัวไม่สูงมากนัก โดย จีดีพี อาจจะไม่ถึงร้อยละ 5 จะขยายตัวได้ร้อยละ 3-4 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ดีพอสมควร โดยจะต้องเพิ่มการบริโภคภายในประเทศและส่งเสริมการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะการค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน เพราะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 การค้าระหว่างอาเซียนจะเติบโตอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีการค้าเสรี

ขณะที่ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มองว่า เศรษฐกิจไทยโดยรวมได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และการฟื้นตัวเป็นลักษณะ วีเชพ จึงให้รอดูตัวเลขเศรษฐกิจเดือนสิงหาคม และกันยายน ของปีนี้ เพื่อประเมินภาพเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนขึ้น

และจากข้อมูลล่าสุดของ ธปท. ในรายงานเศรษฐกิจและการเงินประจำเดือน กรกฎาคม พบว่า ดัชนีอุปโภคบริโภคภาคเอกชนอยู่ที่ 0.2 % ขยายตัวเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 11 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอยู่ระดับ 41.4 จากเดือนมิถุนายน ที่ระดับ 38.4 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค 3 เดือนข้างหน้าดีขึ้นเช่นกัน ขยับแตะที่ 45.4 จากเดือนก่อน 43.7 ด้านดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจสะท้อนการลงทุน ชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเช่นกันทั้งปัจจุบันและอนาคตอยู่ที่ระดับ 49.6 และ 56.1 ตามลำดับ

ก็แสดงว่า ไม่ว่าจะมองด้านไหน สภาวะเศรษฐกิจของบ้านเรา กำลังอยู่ในความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย ว่าไม่ได้เลวร้ายไปอีกแล้ว นับจากนี้ เส้นกราฟก็น่าจะชี้ขึ้นด้านบนบ้าง แม้จะขึ้นได้อย่างช้าๆ ก็ยังดีกว่าด่ำดิ่งลงอีกหน นั่นก็น่าจะเป็นเรื่องยินดีกับทุกฝ่าย

หันมาดูคุณภาพชีวิตคนกรุงกันบ้าง ฟากทางคมนาคม หลังจากรับตำแหน่งใหม่ ก็เตรียมจัดซื้อรถเมล์ ซีเอนจี จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในลอทแรกจะเป็นการจัดซื้อรถชานต่ำทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ คนชรา และเด็ก โดยกำหนดส่งมอบลอทแรกจำนวน 489 คัน ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน 2558 และรับมอบครบทั้งหมดในปี 2559

ทั้งนี้ทั้งนั้น งบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการด้านขนส่งทางบกในปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท และในช่วง 10 ปี จะอยู่ที่ประมาณ 8.7 แสนล้านบาท ยังไม่รวมเงินกู้ เงินกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการร่วมลงทุนจากเอกชน หากรวมวงเงินเหล่านั้นก็จะเพิ่มสูงกว่านี้

คือไม่ว่าจะรถชานต่ำ หรือชานสูงแบบปัจจุบัน กระผมว่า ท่านน่าจะลองนั่งรถเมล์ในปัจจุบันนี้ดูมั่งนะครับ เอา ขสมก. ก็ได้ ว่าสภาพรถมันทรุดโทรมขนาดไหน นั่งไปก็ต้องภาวนาไปตลอดทาง นี่ยังไม่ชวนท่านนั่งรถร่วมนะครับ ใครว่ามีแต่สาย 8 สายเดียวที่ “ซิ่ง” รถสีอื่นมันก็ “ซิ่ง” เหมือนกันหมดแหละ อย่าได้มีโอกาสให้ถนนโล่งเชียว โดยเฉพาะถนนลาดพร้าวนี่แหละตัวดีนักเชียว

มาดูความวุ่นวายทางด้านผู้นำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปบ้าง แต่คราวนี้ เป็นด้านผู้นำเข้ายินดีปรีดา เพราะสมอ. หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ทำหนังสือแจ้งมายังสมาคมผู้นำเข้าว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้มีมติให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การตรวจสอบ คือ รถที่นำเข้าเหมือนกันทั้งลอท สามารถส่งตรวจเพียงแค่คันเดียวได้ แต่เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผลทดสอบจะใช้ได้ไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่รายงานผล

ฟากผู้นำเข้าก็ยินดีกันใหญ่ เพราะมติหนนี้ เท่ากับช่วยลดปัญหาเรื่องระยะเวลาในการตรวจสอบ รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายที่ลดน้อยลง และเท่ากับเป็นการยืนยันถึงคุณภาพมาตรฐานของรถที่จำหน่ายโดยผู้นำเข้าอิสระ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อรถ

นั่นเป็นเรื่องของคนมีสตางค์ แต่พอหันมาดูคนสตางค์น้อยกันบ้าง ปรากฏว่า ยอดขายพิคอัพ มอเตอร์ไซค์ ในชนบท ร่วงไป 50 % เหตุเพราะปัจจัย ราคายางตกต่ำสุดรอบ 5 ปี สภาพเศรษฐกิจไม่ชัดเจนว่าฟื้นตัวแน่นอน ทุบกำลังซื้อรากหญ้า แถมตามมาด้วยสถาบันการเงินเข้มปล่อยกู้ แต่กระนั้น แคมเปญนานาชนิดก็ยังประดังกันอยู่แทบจะทุกยี่ห้อ เรียกว่า อยู่นิ่งไม่ได้กันทีเดียว

นั่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของตัวฉุดยอดการขายประจำเดือน ด้วยเช่นกัน เพราะแม้ว่าสภาพโดยรวมจะค่อนข้างนิ่ง เริ่มมาตั้งแต่ภาครัฐชำระเงินจำนำข้าวแล้ว สภาพโดยรวมก็ค่อนข้างดีขึ้น เพียงแต่การบริหารราชการแผ่นดิน ยังไม่เข้าที่เข้าทาง เพิ่งอยู่ในช่วงจังหวะเปลี่ยนถ่าย มาเป็นคณะรัฐมนตรีที่ถูกต้อง เรียกว่าเพิ่งเริ่มลงมือทำงาน ปัญหาก็มากองเต็มอยู่บนโต๊ะกันทุกกระทรวงแล้ว

แต่เมื่อดูรายชื่อบรรดาท่านรัฐมนตรีหลากหลายท่านแล้ว ก็เชื่อได้ว่า ทุกท่านค่อนข้างรู้ปัญหาโดยตรง เพราะเคยผ่านกันมาก่อนเป็นส่วนใหญ่แล้ว น่าจะสามารถนำพานาวาประเทศไทย ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างดีทีเดียวละ

แต่ยอดจองรถยนต์จากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31” ที่ ชาลเลนเจอร์ 1-3 อิมแพคท์ เมืองทองธานี ปลายเดือนพฤศจิกายน นี้ น่าจะเป็นตัวช่วยได้อย่างดีอีกตัวหนึ่งนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2557
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/2FWq6
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th