บทความ

มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ 2017


เช่นเดียวกับทุกๆ ปีในช่วงเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ตารางการเดินทางไปทำข่าวมหกรรมยานยนต์ต่างประเทศของเรา เริ่มต้นด้วยงาน NAIAS (THE NORTH AMERICAN INTERNATIONAL AUTO SHOW) หรือ มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ซึ่งในระยะหลังๆ นี้ หากไม่มีเรื่องขัดข้องอะไรงานก็จะเปิดฉากในวันจันทร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม และในปีไก่อ่อนสอนขันนี้ วันที่ว่า คือ วันที่ 9 มกราคม 2017

เช่นเดียวกับเมื่อปีกลาย การเดินทางไปทำข่าวมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ในปีนี้ เราผนวกงาน CES (CONSUMER ELECTRONIC SHOW) หรือ มหกรรมสินค้าอีเลคทรอนิคสำหรับผู้บริโภค ซึ่งมีขึ้นที่เมืองลาสเวกัส ในรัฐเนวาดา ในช่วงเวลา 4 วัน คือ ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 5 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2017 ไว้ด้วย เนื่องจากงานนี้เป็นงานสำคัญเป็นงานใหญ่ และ 2-3 ปีหลังนี้มีสินค้ารถยนต์ร่วมอยู่ในงานด้วย การเดินทางครั้งนี้จึงใช้เวลาค่อนข้างยาวหน่อย คือ เราไม่ได้หลับไม่ได้นอนในเมืองไทยติดต่อกันถึง 9 คืน แต่ต้องนอนบ้างตื่นบ้างบนเครื่องบิน 2 คืน นอนที่โรงแรมบนแผ่นดินบาปของลาสเวกัส 3 คืน ที่โรงแรมริมแม่น้ำในเมืองดีทรอยท์ 3 คืน และที่โรงแรมริมมหาสมุทรในลอสแองเจลิสอีก 2 คืน

 

เนื่องจากไทยกับสหรัฐอเมริกาอยู่กันคนละซีกโลก และเนื่องจากขณะนี้ไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงดิ่งจากเมืองไทยไปเมืองมะกันและบินกลับ ไม่ว่าจะเป็นสายการบินไทย หรือสายการบินไหนๆ การเดินทางในปีนี้จึงไม่ผิดแผกอะไรกับเมื่อปีกลาย คือ เราต้องเปลี่ยนนกเหล็กหลายตัวก่อนจะบรรลุจุดหมายปลายทาง ขาไปเราเลือกใช้บริการของสายการบิน ANA (ALL NIPPON AIRWAYS) เริ่มจากขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิในตอนเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม เพื่อบินไปยังสนามบินนาริตะ (NARITA) ของญี่ปุ่น โดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จากนั้นก็ต่อเครื่องของสายการบินเดียวกันนี้บินไปยังสนามบิน LAX ของนครลอสแองเจลิส โดยใช้เวลาบินยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง แวะที่นี่ประมาณ 3 ชั่วโมงแล้วก็ใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมงเศษใช้บริการในประเทศของสายการบิน UNITED AIRLINES เดินทางไปลาสเวกัสเพื่อจัดการกับงาน CES ที่กล่าวข้างต้น 3 วันหลังจากนั้น คือ ตอนสายของวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม จึงเริ่มต้นการเดินทางอีกครั้งหนึ่ง คือ บินกับนกเหล็กของสายการบิน UNITED AIRLINES ไปที่เมืองเดนเวอร์ (DENVER) ในรัฐโคโลราโด โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วก็ใช้เวลาอีก 4 ชั่วโมงต่อเครื่องของสายการบินเดียวกันนี้บินไปยังเมืองดีทรอยท์ซึ่งอยู่ในรัฐมิชิแกน และถึงจุดหมายปลายทางตอนเย็นของวันเดียวกัน กล่าวโดยสรุป กว่าจะเดินทางไปถึงดีทรอยท์ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ทีมงานของเราซึ่งมีอยู่รวม 3 ชีวิต ได้แก่ “คุณปิ๊ก” ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ กับ “ป๋าพงษ์” ประพงษ์ ไม้เจริญ และ “น้าชู” ซึ่งก็คือ ตัวผู้รายงานเอง ต้องเดินขึ้นเครื่องและเดินลงจากเครื่องจนเบื่อไปตามๆ กันรวม 10 ครั้ง

 

เที่ยวกลับดีขึ้นนิดหนึ่งเพราะลดจาก 10 ครั้งเป็น 8 ครั้ง คือ ใช้บริการในประเทศที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไร แต่ก็ไม่มีเรื่องให้ต้องบ่นอะไรของสายการบิน UNITED AIRLINES บินจากดีทรอยท์ไปยังนครชิคาโก ในรัฐอิลลินอยส์ แล้วต่อเครื่องของสายการบินเดียวกันนี้ไปยังสนามบิน LAX ของนครลอสแองเจลิส พักที่นี่ 2 คืน แล้วก็บินกับนกเหล็กของ ANA สวนทางเดิม คือ จากสนามบิน LAX ของลอสแองเจลิส ไปสนามบินนาริตะของญี่ปุ่น และต่อเครื่องอีกไฟลท์หนึ่งบินกลับมาสนามบินสุวรรณภูมิของเรา

 

เป็นการเดินทางอันเยิ่นเย้อและยาวนานเพื่อจะพบว่า มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ครั้งนี้ รสชาติค่อนข้างกร่อยด้วย 2 สาเหตุ สาเหตุแรก คือ การหายหน้าหายตาไปของผู้ผลิตรถยนต์รายสำคัญหลายราย เมื่อปีกลายเรารายงานไปแล้วว่า ไม่มีทั้ง แฟร์รารี (FERRARI) แอสตัน มาร์ทิน (ASTON MARTIN) แจกวาร์ (JAGUAR) และแลนด์ โรเวอร์ (LAND ROVER) ปีนี้ยิ่งหนักขึ้นอีก เพราะแม้แต่ โพร์เช (PORSCHE) ก็ยังไม่มี สาเหตุที่ 2 คือ ส่วนหนึ่งของบรรดารถใหม่ที่ปรากฏตัวในงานนี้ ล้วนอวดตัวที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส ซึ่งมีขึ้นเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนของปีลิงมาก่อนแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะรถใหม่สายพันธุ์อเมริกัน รถซึ่งเป็นจุดสนใจในงานนี้จึงเหลืออยู่ไม่กี่คัน มีรถอะไรกันบ้าง ? เชิญพลิกไปพบได้ใน 18 หน้าถัดจากนี้

 

 

CADILLAC ESCALA

 

DSC_2356

 

เปิดรายงานข่าวมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ประจำปีไก่แก่แม่ปลาช่อน ด้วยผลงานของยอดผู้ผลิตรถหรูเมืองมะกันที่ประกอบกิจการมายาวนานถึง 114 ปี คือ แคดิลแลค เอสกาลา (CADILLAC ESCALA) ซึ่งปรากฏตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรม PEBBLE BEACH CONCOURS D’ELEGANCE ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2016 และฉายซ้ำสองที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเก๋งซีดานซึ่งประตูบานท้ายเปิดได้เหมือนรถลิฟท์แบค ตัวถังขนาด 5.347×1.948×1.455 ม. มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่ออกแบบได้เยี่ยมยอด เห็นแล้วไม่อยากเชื่อว่าเป็นรถสายเลือดอเมริกันพันธุ์แท้ ที่ทำได้เยี่ยมเช่นกัน คือ ขุมพลังขับเคลื่อนซึ่งเป็นเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซิน วี 8 สูบ ความจุ 4.2 ลิตร ออกแบบพัฒนาโดยเน้นความประหยัด เพราะในบางกรณีจะทำงานเพียง 4 สูบ ส่วนชื่อ ESCALA เป็นภาษาสเปน มีความหมายตรงกับ SCALE ในภาษาอังกฤษ

 

 

GMC TERRAIN

 

NAIAS-03.GMC-TERRAIN

 

หนึ่งในบรรดารถตลาดสายพันธุ์อเมริกันเพียงไม่กี่แบบซึ่งใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว คือ จีเอมซี เทอร์เรน (GMC TERRAIN) รุ่นใหม่ (รุ่นที่ 2) ซึ่งในฤดูร้อนของปีไก่ฟ้าพญาลอนี้จะเริ่มออกโชว์รูมแทนที่รถรุ่นแรกซึ่งออกตลาดเมื่อปี 2009 และขายในทวีปอเมริกาเหนือไปแล้วมากกว่า 700,000 คัน รถรุ่นใหม่นี้มีขนาดตัวถัง 4.652×1.843×1.661 ม. คือ เล็กกว่ารถรุ่นเดิมเล็กน้อยในทุกมิติ แบ่งการตกแต่งและอุปกรณ์เป็น 4 ระดับ กำกับด้วยรหัส SL SLE SLT DENALI มีทั้งแบบขับล้อหน้า ขับทุกล้อ และมีเครื่องยนต์ให้เลือกรวม 3 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1.5 ลิตร 127 กิโลวัตต์/170 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 188 กิโลวัตต์/252 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ กับเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1.6 ลิตร 102 กิโลวัตต์/137 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

 

 

CHEVROLET EQUINOX

 

DSC_3609

 

เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายนของปีลิงได้แก้ว และฉายซ้ำที่งานนี้ คือ เชฟโรเลต์ อีควินอกซ์ (CHEVROLET EQUINOX) รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกะทัดรัดซึ่งเป็นคู่แฝดต่างฝากับรถ จีเอมซี เทอร์เรน (GMC TERRAIN) ที่เพิ่งผ่านตาไป เป็นรถรุ่นใหม่อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ALL-NEW มีกำหนดออกตลาดภายในไตรมาสแรกของปีไก่ได้พลอย ในตัวถังขนาด 4.652×1.843×1.661 ม. คือ ไม่สั้นไม่ยาวกว่ารถรุ่นเดิมซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 สักเท่าไร แต่น้ำหนักตัวกลับลดลงถึง 180 กก. และก็เช่นเดียวกับรถคู่แฝดรุ่นใหม่นี้ จะมีทั้งแบบขับล้อหน้า ขับทุกล้อ และมีเครื่องยนต์ให้เลือกรวม 3 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 1.5 ลิตร 127 กิโลวัตต์/170 แรงม้า และ 2.0 ลิตร 188 กิโลวัตต์/252 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ กับเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 1.6 ลิตร 102 กิโลวัตต์/137 แรงม้า

 

 

CHEVROLET TRAVERSE

 

DSC_2296

 

รถอเมริกันพันธุ์แท้อีกแบบหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ เชฟโรเลต์ ทราเวอร์ส (CHEVROLET TRAVERSE) รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดโตเต็มพิกัด ติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 หรือ 8 คน (2+2+3 หรือ 2+3+3) ซึ่งต้องรอจนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ร่วงของปีไก่เอ๋ยไก่แจ้นี่แหละจึงจะเริ่มการจำหน่ายในเมืองมะกัน ตัวถังขนาด 5.189×1.996×1.795 ม. มีทั้งแบบขับล้อหน้า ขับทุกล้อ และมีเครื่องยนต์ให้เลือกเพียง 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,998 ซีซี ซึ่งคาดว่าจะให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์/255 แรงม้า กับเครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 3,649 ซีซี ซึ่งคาดว่าจะให้กำลังสูงสุด 227 กิโลวัตต์/305 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์เลือกไม่ได้เพราะมีแบบเดียว คือ เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ เป็นรถที่ผู้ผลิตกล่าวอ้างว่าผู้โดยสารบนเก้าอี้ที่นั่งแถว 3 มีพื้นที่วางแข้งวางขาเหลือเฟือมาก

 

FORD GT

DESIGN
TECHNOLOGY
ENVIRONMENT

 

DSC_3567

 

จุดโฟคัสสายตาในบูธอันกว้างขวางของยักษ์รองเมืองมะกัน คือ รถสปอร์ทประตูปีกนกติดป้ายชื่อ ฟอร์ด จีที (FORD GT) ซึ่งเปิดตัวในงานเดียวกันนี้เมื่อต้นปี 2015 แต่เพิ่งเริ่มการผลิตเมื่อไตรมาสสุดท้ายของปีลิงถือลูกท้อ โดยตั้งเป้าหมายการผลิตไว้ที่ระดับ 250 คัน/ปี และใช้โรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดออนทาริโอของแคนาดาเป็นที่ผลิต เป็นรถสปอร์ทซูเพอร์คาร์ 2 ที่นั่งซึ่งมีตัวถังที่เบามาก เพราะชิ้นส่วนตัวถังล้วนทำจากวัสดุมวลเบาแต่แข็งแรง คือ อลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ แม้แต่โครงสร้างห้องโดยสารที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า PASSENGER CELL ก็ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนเป็นเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง วี 6 สูบ 3.5 ลิตร วางเครื่องกลางลำ ซึ่งค่าย ฟอร์ด ยืนยันว่าเป็นเครื่อง ECOBOOST ที่ทรงพลังที่สุดที่เคยผลิต เพราะคาดหมายว่าจะให้กำลังสูงสุดที่สูงกว่า 600 แรงม้านั่นเทียว กำลังที่ว่านี้ส่งทอดสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ

 

 

FORD FUSION HYBRID AUTONOMOUS VEHICLE

 

DSC_3025

 

ดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้ดีดังคาด คือ ฟอร์ด ฟิวชัน ไฮบริด (FORD FUSION HYBRID) รถคันพิเศษที่ค่าย “วงรีสีฟ้า” ทำขึ้นเพื่ออวดผลงานการพัฒนา AUTONOMOUS VEHICLE ที่น่าจะเรียกเป็นภาษาไทยแบบไม่เป็นทางการได้ว่า “ยานยนต์ไม่ง้อผู้ขับ” เป็นยานยนต์ที่รังสรรค์ขึ้นจากส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือ พแลทฟอร์มอย่างที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า AUTONOMOUS VEHICLE PLATFORM กับระบบขับแบบไม่มีผู้ขับก็เหมือนกับมี อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า VIRTUAL DRIVER SYSTEM ส่วนประกอบหลังนี้ ฟอร์ด ยืนยันว่าออกแบบเพื่อให้เป็นระบบที่สามารถมองเห็น สามารถรู้สึก สามารถคิด และสามารถทำได้อย่างที่มนุษย์ทำ แต่จะทำได้ดีกว่า ! รวมทั้งได้ตั้งเป้าหมายไว้ด้วยว่า จะเริ่มการผลิต “ยานยนต์ไม่ง้อผู้ขับ” นี้และนำออกจำหน่ายได้ภายในปี 2021 ที่น่าจับตามากก็คือ เมื่อยังก้าวไปไม่ถึงจุดนั้น ฟอร์ด ได้ประกาศไปแล้วว่า จะทุ่มเงินทุน 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อพัฒนารถไฟฟ้ารวม 13 แบบก่อนสิ้นปี 2020

 

 

FORD F-150

 

DSC_3007

 

เป็นรถขายดีที่สุดในเมืองมะกัน และเป็นรถอเมริกันพันธุ์แท้อีกรุ่นหนึ่งซึ่งใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว คือ ฟอร์ด เอฟ-150 (FORD F-150) รถพิคอัพยอดนิยมซึ่งไม่ใช่รถรุ่นใหม่แท้อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ALL-NEW แต่เป็นรุ่นปัจจุบันที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” หลังจากออกตลาดมาแล้วประมาณ 3 ปี และฤดูใบไม้ผลิของปีไก่ย่างหนังกรอบนี้จะออกโชว์รูมในเมืองมะกันในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2018 โดยใช้โรงงานที่เมืองเดียร์บอร์น (DEARBORN) ในรัฐมิชิแกน และที่เมืองคเลย์โคโม (CLAYCOMO) ในรัฐมิสซูรี เป็นที่ผลิต รถรุ่นใหม่นี้จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 3 ขนาด คือ เครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง วี 6 สูบ 3.3 ลิตร 210 กิโลวัตต์/282 แรงม้า เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง ECOBOOST 2.7 ลิตร และเครื่องเบนซิน วี 8 สูบ 5.0 ลิตร ส่วนระบบเกียร์มีแบบเดียว และเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ในรถพิคอัพยอดนิยมอนุกรมนี้ คือ เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ

 

 

DISNEY PIXAR CARS 3

 

DSC_2539

 

เติมสีสันจัดจ้านให้แก่มหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ครั้งนี้ และเรียกยิ้มจากทุกผู้ทุกผู้คนที่ได้สัมผัส แม้เป็นรถที่วิ่งไม่ได้จริงๆ คือ รถจำลองขนาดโตเท่ารถจริง ที่ทำขึ้นตามแบบของรถการ์ตูนแอนิเมชัน ไลท์นิง แมคควีน (LIGHTNING McQUEEN) ซึ่งเป็นตัวนำในภาพยนต์แอนิเมชัน คาร์ส์ 3 (CARS) ที่กำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้ พิกซา แอนิเมชัน สตูดิโอ (PIXAR ANIMATION STUDIO ซึ่งอยู่ในสังกัดของวอลท์ดิสนีย์ พิคเจอร์ส์ (WALT DISNEY PICTURES) ทำภาพยนตร์ชุดนี้มาแล้ว 2 เรื่อง คาร์ (CARS) ซึ่งเริ่มฉายเมื่อปี 2006 กวาดเงินไปได้มากกว่า 244 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คาร์ส์ 2 (CARS 2) ซึ่งตามมาในปี 2011 ทำรายได้ 191.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนล่าสุด คือ คาร์ส์ 3 (CARS 3) ซึ่งมีกำหนดลงโรงทั่วสหรัฐอเมริกาในวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2017 มี บไรอัน ฟี (BRIAN FEE) เป็นผู้กำกับการแสดง และมีพระเอกหนุ่ม โอเวน วิลสัน (OWEN WILSON) เป็นผู้ให้เสียงรถ ไลท์นิง แมคควีน

 

 

LINCOLN NAVIGATOR CONCEPT

 

DSC_2193

 

อวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส ครั้งล่าสุด ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-27 พฤศจิกายน 2016 และฉายซ้ำ 2 ที่ดีทรอยท์ คือ ลินคอล์น เนวิเกเตอร์ คอนเซพท์ (LINCOLN NAVIGATOR CONCEPT) ซึ่งควรคู่กับตำแหน่งรถหวือหวาฟู่ฟ่าที่สุดในงานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งพันธุ์แท้ขนาดโตเต็มพิกัด และเป็นต้นแบบของรถตลาดที่ค่ายนี้จะนำออกสู่ตลาดในไม่นานจนเกินรอพร้อมกับป้ายชื่อ ลินคอล์น เนวิเกเตอร์ (LINCOLN NAVIGATOR) ที่คนรักรถในเมืองมะกันคุ้นเคยกันดี ตัวถังขนาดใหญ่โตมโหฬาร และดูโดดเด่นสะดุดใจด้วยประตูปีกนกที่เปิดได้จนจรดกึ่งกลางหลังคา ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรือใบและเรือยอชท์ระดับหรู มีระบบจัดเก็บเสื้อผ้าที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า CUSTOM WARDROBE MANAGEMENT SYSTEM และระบบ PERFECT POSITION SEATS ที่ค่ายนี้จนทะเบียนสิทธิบัตรไว้แล้ว ซึ่งทำให้สามารถปรับลักษณะเก้าอี้ที่นั่งได้ถึง 30 แบบ

 

 

CHRYSLER PORTAL

 

DSC_3112

 

ยักษ์เล็กเมืองมะกันไม่ยอมเป็นผู้ผลิตรถยนต์ตกยุค โดยใช้รถแนวคิดติดป้ายชื่อ ไครสเลอร์ พอร์ทัล (CHRYSLER PORTAL) เป็นนางกวักดึงดูดสื่อมวลชนและผู้ชมงานให้หลั่งไหลเข้าสู่บูธ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถมีนีแวน หรือรถอเนกประสงค์ขนาด 4.696×2.033×1.706 ม. ติดตั้งประตูข้างที่เปิดเลื่อนแยกจากกันโดยไม่มีเสาค้ำยันกลาง ทำให้การขึ้น/ลงรถทำได้สะดวกมาก เพราะมีช่องประตูที่เปิดกว้างถึง 1 เมตรครึ่ง ภายในห้องโดยสารติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งแบบตัวใครตัวมันจำนวน 3 แถว รวม 6 ตัว และทุกตัวสามารถเลื่อนหน้าถอยหลัง หรือยกออกเลยก็ยังได้ ที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวถังและเป็นไปตามยุคตามสมัย คือ ระบบขับล้อหน้าด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ซึ่งใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ชุด ทำงานร่วมกันกับแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน 100 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งชาร์จไฟเต็มหม้อแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกลกว่า 400 กม. และการชาร์จไฟแบบเร่งด่วนซึ่งรถจะวิ่งได้ไกลประมาณ 240 กม. ต้องการเวลาไม่ถึง 20 นาที

 

 

JEEP COMPASS

 

DSC_3070

 

รถสายพันธุ์อเมริกันอีกแบบหนึ่งซึ่งเปิดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนของปีลิงไต่ราว และฉายซ้ำ 2 ที่งานนี้ คือ รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกะทัดรัดติดป้ายชื่อ จีพ คอมพาสส์ (JEEP COMPASS) เป็นรถรุ่นใหม่ (รุ่นที่ 2) ซึ่งจะมีการผลิตทั้งในบราซิล เมกซิโก อินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน การจำหน่ายในตลาดแรก คือ บราซิล เริ่มต้นไปแล้วก่อนสิ้นปีลิงหลอกเจ้า แต่ในเมืองมะกันข่าวระบุว่าต้องรอปีไก่เห็นตีนงู ในเมืองแม่รถรุ่นนี้มีทั้งแบบขับล้อหน้า และขับทุกล้อ แบ่งการตกแต่ง/อุปกรณ์เป็น 4 ระดับ กำกับด้วยรหัส SPORT LATITUDE LIMITED TRAILHAWK แต่มีเครื่องยนต์ขนาดเดียว คือ เครื่องเบนซิน SOHC 4 สูบเรียง 2,360 ซีซี 134 กิโลวัตต์/180 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ค่าตัวคาดว่าจะเริ่มต้นที่ 21,500 เหรียญสหรัฐฯ

 

 

RINSPEED OASIS

 

DSC_3147

 

ปรากฎตัวในเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งที่งานมหกรรมยานยนต์สินค้าอีเลคทรอนิคเพื่อผู้บริโภคหรือ CES ในลาสเวกัส และที่งานนี้ คือ รินสปีด โอเอซิส (RINSPEED OASIS) ผลงานลำดับที่ 23 และเป็นผลงานชิ้นใหม่สุดของผู้ชำนัญการด้านรถแนวคิดของเมืองสวิสส์ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถพลังไฟฟ้าซึ่งไม่ง้อผู้ขับเพราะวิ่งได้ด้วยตัวเอง ตัวถังขนาด 3.602×1.917×1.517 ม. ซึ่งเต็มไปด้วยพื้นที่กระจก มีห้องโดยสาร 2 ที่นั่ง ซึ่งเพียบไปด้วยสิ่งสารพันที่ทำให้การเดินทางไปกับรถคันนี้มีแต่ความรื่นรมย์ ตัวอย่างคือ เก้าอี้ที่นั่งมีที่เท้าแขน โทรทัศน์ พื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ขนาดเล็กๆ รวมทั้งบอนไซ ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้เลย คือ ระบบสื่อสารเริงรมย์ที่สอดรับได้อย่างดีกับสังคมยุค “มนุษย์ก้มหน้า” ส่วนระบบขับด้วยพลังไฟฟ้าที่กล่าวข้างต้น ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 40 กิโลวัตต์ 2 ชุด ติดตั้งอยู่กับล้อคู่หลังในลักษณะ IN-WHEEL MOTORS เมื่อชาร์จไฟเต็มหม้อแต่ละครั้งรถจะวิ่งได้ไกล 100 กม. และทำความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม.

 

MERCEDES-BENZ E-CLASS SEDAN

DESIGN
TECHNOLOGY
ENVIRONMENT

 

DSC_2330

 

ค่าย “ดาวสามแฉก” ซึ่งในรอบปีลิงขายรถทั่วโลกได้มากกว่า 2 ล้านคัน นำผลงานใหม่ออกอวดในงานนี้เป็นกองทัพและครบทั้ง 4 บแรนด์ เนื่องจากเนื้อที่จำกัดจึงเลือกงานที่น่าสนใจมานำเสนอเพียง 5 ชิ้น เริ่มด้วย เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ คูเป (MERCEDES-BENZ E-CLASS COUPE) รุ่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และรถตัวจริงเสียงไม่จริงเพิ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ อธิบายได้อย่างสั้นๆ ว่า เป็นรถเก๋งคูเปสุดหรูขนาดกลางที่มีขนาดตัวถังโตกว่ารถรุ่นเดิมในทุกมิติ มีรูปทรงองค์เอวที่ออกแบบได้ดี และเพียบไปด้วยเทคโนโลยีอันก้าวล้ำนำสมัย รวมทั้งระบบช่วยขับที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า SEMI-AUTONOMOUS DRIVING ในเมืองมะกันต้องรอจนถึงฤดูร้อนของปีไก่ย่างห้าดาวรถรุ่นใหม่นี้จึงจะเริ่มการจำหน่าย โดยที่ในระยะแรกจะมีแต่รถขับล้อหลัง และมีเครื่องยนต์ให้เลือกรวม 4 ขนาด เป็นเครื่องเบนซิน 3 ขนาด กับเครื่องดีเซล 1 ขนาด

 

 

MERCEDES-AMG GT S

 

DSC_2795

 

ออกตลาดยังไม่ครบ 2 ปี ค่าย “ดาวสามแฉก” ก็สร้างความประหลาดใจโดยจัดการปรับปรุงรถสปอร์ท เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที (MERCEDES-AMG GT) และ เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที เอส (MERCEDES-AMG GT S) แบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” เป็นครั้งแรก แล้วนำตัวจริงเสียงไม่จริงของรถรุ่นใหม่นี้ออกอวดตัวเป็นครั้งแรกที่ดีทรอยท์ ในส่วนของตัวถังภายนอกการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดแม้เมื่อมองเพียงแวบแรก คือ แผงกระจังหน้า AMG PANAMERICANA GRILLE ที่ออกแบบขึ้นใหม่และใช้ในรถอนุกรมนี้ทุกโมเดล ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นด้วย 2 ตามีอยู่หลายจุด จุดสำคัญที่สุด คือ การปรับแต่งเครื่องไบเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 3,982 ซีซี บลอคเดิม จนกำลังสูงสุดเพิ่มจาก 462 เป็น 476 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้น 10 กิโลวัตต์/14 แรงม้า ในกรณีของรถ จีที และเพิ่มจาก 510 เป็น 522 แรงม้า หรือเพิ่มขึ้น 9 กิโลวัตต์/12 แรงม้า ในกรณีของรถ จีที เอส

 

 

MERCEDES-AMG GT C EDITION 50

 

DSC_2321

 

ปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้เช่นกัน คือ รถสปอร์ท เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที ซี (MERCEDES-AMG GT C) ซึ่งเป็นรถคูเปที่พัฒนามาอีกทอดหนึ่งจากรถสปอร์ทเปิดประทุน เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที ซี โรดสเตอร์ (MERCEDES-AMG GT C ROADSTER) ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2016 เฉพาะคันที่เห็นในภาพเป็นรถโมเดลพิเศษ ที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระที่สำนัก AMG ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการออกแบบ/พัฒนารถแรงของค่าย “ดาวสามแฉก” มีอายุครบ 50 ปีในปีไก่สามอย่างนี้ รถโมเดลนี้จะมีสีตัวถังให้เลือกเพียง 2 สี คือ สีเทา DESIGNO GRAPHITE GREY MAGNO กับสีขาว DESIGNO CASHMERE WHITE MAGNO ส่วนเครื่องยนต์กลไกไม่มีอะไรต่างจากรถรุ่นสามัญ คือเป็นรถขับล้อหลังด้วยพลังของเครื่องไบเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 3,982 ซีซี 557 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ ความเร็วสูงสุด 317 กม./ชม.

 

 

MERCEDES-AMG GLA 45 4MATIC

 

DSC_2348

 

รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดกะทัดรัด เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ (MERCEDES-BENZ GLA) คือ รถใหม่อีกอนุกรมหนึ่งที่ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์เพิ่งจัดการปรับปรุงแบบ “ยกหน้า” แล้วนำรถตัวจริงเสียงไม่จริงออกอวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดมากมายหลายจุด รวมทั้งเพิ่มเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ได้มากชึ้น ในเมืองมะกันต้องรอจนถึงฤดูร้อนของปี 2017 รถรุ่นใหม่นี้จึงจะออกโชว์รูมโดยมีรถให้เลือก 3 โมเดล คือ MERCEDES-BENZ GLA 250 ซึ่งเป็นรถขับล้อหน้า และ MERCEDES-BENZ GLA 250 4MATIC กับ MERCEDES-AMG GLA 45 4MATIC ซึ่งเป็นรถขับทุกล้อ โมเดลหลังสุด คือ คันที่เห็นในภาพ ติดตั้งเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,991 ซีซี 375 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ทำได้ใน 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.

 

 

MERCEDES-MAYBACH S 650 CABRIOLET

 

DSC_2314

 

ผลงานชิ้นสุดท้ายของค่าย “ดาวสามแฉก” ที่เลือกมานำเสนอในรายงานนี้ คือ เมร์เซเดส-มายบัค เอส 650 กาบริโอเลต์ (MERCEDES-MAYBACH S 650 CABRIOLET) เป็นรถเปิดประทุนเพียงแบบเดียวของค่ายนี้ที่ติดยี่ห้อ เมร์เซเดส-มายบัค (MERCEDES-MAYBACH) และเป็นรถใหม่อีกแบบหนึ่งซึ่งอวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส ครั้งล่าสุด เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2016 ก่อนการฉายซ้ำ 2 ที่ดีทรอยท์ รถซึ่งจะจำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 300 คันโมเดลนี้ ติดตั้งเครื่องยนต์ไบเทอร์โบเบนซิน SOHC วี 12 สูบ 5,980 ซีซี 463 กิโลวัตต์/630 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.1 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. ในสหรัฐอเมริกาซึ่งได้โควทาการจำหน่ายเพียง 75 คัน รถเปิดประทุนโมเดลนี้กำหนดค่าตัวไว้ที่ 323,00 เหรียญ หรือเท่ากับประมาณ 11.6 ล้านบาทไทย

 

BMW 5-SERIES SEDAN

DESIGN
TECHNOLOGY
ENVIRONMENT

 

DSC_2088

 

รถหรูสายพันธุ์เยอรมันอีกแบบหนึ่งที่เปิดตัวก่อนสิ้นปีลิงไต่ราว แต่ผู้คนเพิ่งมีโอกาสได้สัมผัสตัวจริงเสียงไม่จริงเป็นครั้งแรกที่งานนี้ คือ รถซีดานขนาดกลางติดป้ายชื่อ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-5 ซีดาน (BMW 5-SERIES SEDAN) เป็นรถรุ่นใหม่แท้ (รุ่นที่ 7) ที่มีขนาดตัวถังโตกว่ารถรุ่นเดิมเล็กน้อยในทุกมิติ แต่น้ำหนักตัวกลับเบาลงประมาณ 60 กก. เนื่องจากชิ้นส่วนตัวถังหลายชิ้นทำจากโลหะมวลเบาอย่างแมกนีเซียม และอลูมิเนียม ส่วนค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศซึ่งบ่งบอกความลื่นลมก็ทำได้เยี่ยมมาก รถบางโมเดลมีค่าต่ำเพียง 0.22 เท่านั้นเอง มีกำหนดออกจำหน่ายทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ของปีไก่นาตาฟาง และในระยะแรกจะมีแต่รถเบนซิน และรถดีเซล คือ BMW 530I/530I XDRIVE-BMW 540I/540I XDRIVE-BMW 520D/520D XDRIVE-BMW 530D/530D XDRIVE ส่วนรถแรง BMW M550I XDRIVE และรถไฮบริดชนิดเสียบปลั๊ก BMW 530E IPERFORMANCE จะตามมาภายหลัง

 

 

AUDI S5 CABRIOLET

 

DSC_2007

 

ค่าย “สี่ห่วง” ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากแก่งานนี้ โดยนำผลงานใหม่เอี่ยมแกะกล่องออกอวดตัวในงานนี้หลายชิ้น ชิ้นแรกที่เลือกมาให้ชมกัน คือ รถหรูรถแรงขนาดกะทัดรัด เอาดี เอส 5 กาบริโอเลต์ (AUDI S5 CABRIOLET) รุ่นใหม่ (รุ่นที่ 2) ซึ่งปรากฏตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2016 และฉายซ้ำรอบ 2 ที่งานนี้ นับเป็นรถเปิดประทุน 4 ที่นั่งขนาดโตที่สุด เร็วที่สุด และร้อนแรงที่สุดในสายการผลิตของค่ายนี้ ตัวถังขนาด 4.692×1.846×1.382 ม. ติดตั้งประทุนหลังคาแบบอ่อนเปิด/ปิดด้วยระบบอัตโนมัติ โดยใช้เวลาเพียง 15 วินาทีในการเปิด และเพิ่มเป็น 18 วินาทีในการปิด ขุมพลังเป็นเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 2,995 ซีซี 260 กิโลวัตต์/354 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC ค่าตัวในเยอรมนีเริ่มต้นที่ 67,800 ยูโร หรือประมาณ 2.58 ล้านบาทไทย

 

 

AUDI SQ5

 

DSC_2028

 

ผลงานใหม่เอี่ยมอีกชิ้นหนึ่งของค่าย “สี่ห่วง” ที่เลือกมาให้ชื่นชมกันในรายงานนี้ คือ เอาดี เอสคิว 5 (AUDI SQ5) รุ่นใหม่ (รุ่นที่ 2) ซึ่งปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” พร้อมคำประกาศยืนยันว่า เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิของปีไก่แก่แม่ปลาช่อนนี้จะเริ่มการจำหน่ายในเมืองมะกัน ตัวถังขนาด 4.671×1.893×1.635 ม. ที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 5 คนของรถโมเดลนี้ ติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดียวกันกับรถ เอาดี เอส 5 กาบริโอเลต์ (AUDI S5 CABRIOLET) ที่เพิ่งผ่านตาไป คือ เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 2,995 ซีซี 260 กิโลวัตต์/354 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 5.4 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. เริ่มจำหน่ายแล้วในเมืองแม่ โดยติดป้ายค่าตัวเริ่มต้นที่ 64,900 ยูโร หรือประมาณ 2.47 ล้านบาทไทย

 

 

AUDI Q8 CONCEPT

 

DSC_2017

 

ผลงานอีกชิ้นหนึ่งของค่าย “สี่ห่วง” ซึ่งปรากฏตัว WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ เอาดี คิว 8 คอนเซพท์ (AUDI Q8 CONCEPT) ซึ่งหน้าตาดูเหมือนรถที่กำลังจะออกโชว์รูมแต่ที่จริงยังติดป้ายว่าเป็นรถแนวคิด เป็นต้นแบบของรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดโตเต็มพิกัดที่ค่าย “สี่ห่วง” ยืนยันในงานนี้ว่า เมื่อถึงปี 2018 จะนำออกสู่ตลาดพร้อมกับป้ายชื่อ เอาดี คิว 8 (AUDI Q8) ตัวถังขนาด 5.02×2.04×1.70 ม. ที่ออกแบบให้นั่งกันอย่างสบายๆ เพียง 4 คน และมีห้องเก็บของท้ายรถที่จุถึง 630 ลิตร ติดตั้งระบบขับทุกล้อแบบไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ ซึ่งใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง วี 6 สูบ 3.0 ลิตร 245 กิโลวัตต์/333 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า 100 กิโลวัตต์/136 แรงม้า แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน 17.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC ได้กำลังสุทธิสูงสุด 330 กิโลวัตต์/449 แรงม้า

 

 

VOLKSWAGEN ID BUZZ

 

DSC_3669

 

ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ซึ่งกำลังหน้ามืดตาหม่นกับการจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาล เพราะการบิดเบือนตัวเลขคาร์บอนไดออกไซด์ นำผลงานใหม่เอี่ยมออกอวดตัวในงานนี้หลายคัน คันที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากที่สุด คือ โฟล์คสวาเกน ไอดี บัซซ์ (VOLKSWAGEN ID BUZZ) รถหน้าตาย้อนยุคซึ่งปรากฏตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถตู้อเนกประสงค์ขนาด 8 ที่นั่ง ขับเคลื่อนทุกล้อด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ ไม่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ ตัวถังขนาด 4.941×1.977×1.963 ม. ซึ่งมีห้องเก็บของทั้งที่หน้าและที่ท้ายรถ ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด คือขนาด 150 กิโลวัตต์/204แรงม้า กับขนาด 200 กิโลวัตต์/272 แรงม้า และติดตั้งแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน 111 กิโลวัตต์ชั่วโมงไว้ที่พื้นรถ ได้กำลังสุทธิสูงสุด 275 กิโลวัตต์/374 แรงม้า มีพิสัยเดินทาง 450-600 กม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ทำได้ใน 5.3 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 160 กม./ชม.

 

 

VOLKSWAGEN ATLAS

 

DSC_2576

 

เปิดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่ชายหาดซานตาโมนิกาในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปลายเดือนตุลาคมปีลิงหลอกเจ้า และเพิ่งออกงานเป็นครั้งแรกที่ดีทรอยท์ คือ รถตลาดติดป้ายชื่อ โฟล์คสวาเกน แอทลาส (VOLKSWAGEN ATLAS) ซึ่งเป็นรถสายพันธุ์เยอรมันที่ผลิตในเมืองมะกัน เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดโตเต็มพิกัดที่ออกแบบ/พัฒนาโดยมีตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดรัสเซีย และตลาดตะวันออกกลาง เป็นเป้าหมายหลัก ตัวถังขนาด 5.037×1.979×1.768 ม. ซึ่งติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 คน มีทั้งแบบขับล้อหน้า และขับทุกล้อ และมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 175 กิโลวัตต์/238 แรงม้า กับเครื่องเบนซิน DOHC วี 6 สูบ 3.6 ลิตร 206 กิโลวัตต์/280 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์เลือกไม่ได้เพราะมีแบบเดียว คือ เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ในเมืองมะกันผู้อยากเป็นเจ้าของรถแบบนี้ต้องอดใจรอจนถึงฤดูใบไม้ผลิของปีไก่

 

 

VOLKSWAGEN TIGUAN ALLSPACE

 

NAIAS-04.VOLKSWAGEN-TIGUAN-LWB

 

ผลงานใหม่อีกชิ้นหนึ่งของยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์ที่เลือกมาให้ชมกัน คือ โฟล์คสวาเกน ทีกวน ออลล์สเปศ (VOLKSWAGEN TIGUAN ALLSPACE) ซึ่งเป็นรถตลาดอีกแบบหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถที่มีทวีปอเมริกาเหนือเป็นตลาดเป้าหมาย และไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่พัฒนามาอีกทอดหนึ่งจากรถที่มีขายอยู่แล้วขณะนี้ในเมืองเบียร์พร้อมกับป้ายชื่อ โฟล์คสวาเกน ทีกวน (VOLKSWAGEN TIGUAN) การพัฒนาที่ว่านี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนหรือซ่อนเงื่อน จุดหลัก คือ การยืดช่วงฐานล้อให้ยาวขึ้น 11.0 ซม. เป็น 2.791 ม. เพิ่มความยาวตัวถัง 21.5 ซม. เป็น 4.704 ม. รวมทั้งเพิ่มเก้าอี้ที่นั่งอีก 2 ตัวหากผู้ซื้อต้องการ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ รถ 5 ที่นั่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นรถ 5+2 ที่นั่ง ในยุโรป รวมทั้งในเยอรมนี รถแบบใหม่นี้จะเริ่มออกโชว์รูมในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 พร้อมกับป้ายราคาซึ่งเริ่มต้นที่ระดับ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1.14 ล้านบาทไทย

 

 

ALFA ROMEO STELVIO

 

DSC_2115

 

เป็นรถใหม่อีกแบบหนึ่งซึ่งอวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านพ้นไป คือ อัลฟา โรเมโอ สเตลวีโอ (ALFA ROMEO STELVIO) รถกิจกรรมกลางแจ้งแบบแรกในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 1 ศตวรรษของค่ายนี้ ออกแบบพัฒนาโดยทีมงานในเมืองมะกะโรนี และเปิดตัวในเมืองไก่ทอดยอดผู้พัน พร้อมคำโฆษณาว่า “เป็น เอสยูวี ที่วิ่งได้เร็วกว่ารถ เอสยูวี แบบใดในโลก” ที่กล้ายืนยันขนาดนี้ก็เนื่องจากโมเดลหัวกะทิของรถอนุกรมใหม่นี้ คือ ALFA ROMEO STELVIO QUADRIFOGLIO ซึ่งเป็นรถขับทุกล้อติดตั้งเครื่องยนต์ไบเทอร์โบเบนซิน DOHC วี 6 สูบ 2,891 ซีซี 375 กิโลวัตต์/510 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่กำลังจะออกจำหน่ายในเมืองมะกันในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2018 ใช้เวลาเพียง 3.9 วินาทีเท่านั้นเองในการทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ส่วนความเร็วสูงสุดก็สามารถทำได้สูงถึง 285 กม./ชม. นั่นเทียว

 

TOYOTA CAMRY

DESIGN
TECHNOLOGY
ENVIRONMENT

 

DSC_3279-copy

 

หนึ่งในบรรดารถตลาดสายเลือดซามูไรเพียงไม่กี่แบบที่เรียกความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ชมงานได้อย่างอีงคนึง คือ โตโยตา แคมรี (TOYOTA CAMRY) ซึ่งปรากฏตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถรุ่นที่ 8 เป็นเวอร์ชันที่ออกแบบ/พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดในทวีปอเมริกาเหนือ รวมทั้งใช้โรงงานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นที่ผลิตอีกต่างหาก มีกำหนดออกตลาดในฤดูร้อนของปี 2017 และในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2018 เพื่อสืบสานภารกิจของรถรุ่นก่อนๆ ซึ่งครองตำแหน่งรถยนต์นั่งขายดีที่สุดในเมืองมะกันติดต่อกันมายาวนานถึง 15 ปี (ปี 2016 ขายได้รวม 388,618 คัน) ตัวถังขนาด 4.880-4.895×1.840×1.445 ม. ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด มีหน้าตาและรูปทรงองค์เอวที่ดูดีมากเมื่อมองในบางมุม และดูไม่ดีเอาเสียเลยในบางมุม อย่างไรก็ตามยักษ์ใหญ่เมืองยุ่นยืนยันว่าเป็นรถที่มีรูปลักษณ์เฉพาะตัว และเห็นความแตกต่างจากรถแบบอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน แม้เมื่อมองจากระยะไกลถึง 200 เมตร

 

 

MAZDA CX-5

 

DSC_2740

 

มีรถใหม่ของยักษ์เล็กเมืองยุ่นอยู่รวม 3 คัน ที่ทีมงานของเรามีโอกาสสัมผัสตัวจริงเป็นครั้งแรกที่งานนี้ คันหนึ่ง คือ รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกะทัดรัด มาซดา ซีเอกซ์-5 (MAZDA CX-5) ซึ่งก็เป็นรถอีกแบบหนึ่งซึ่งอวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2016 และฉายซ้ำรอบ 2 ที่งานนี้ เป็นรถรุ่นใหม่ (รุ่นที่ 2) ซึ่งเริ่มการผลิตในเมืองยุ่นไปเรียบร้อยแล้วหลังการเปิดตัวได้เพียง 2 สัปดาห์ ในเมืองมะกันรถรุ่นใหม่นี้มีกำหนดออกจำหน่ายในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2018 ตัวถังขนาด 4.550×1.840×1.690 ม. ออกแบบและพัฒนาพร้อมกับคำขวัญ AN SUV ALL CUSTOMERS WILL ENJOY หรือ “รถ เอสยูวี ที่ลูกค้าทุกผู้ทุกคนจะพอใจที่ได้ใช้” ส่วนกลไกก็ล้วนเป็นผลลัพธ์ของเทคโนโลยีอันก้าวล้ำนำสมัย รวมทั้งเครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง SKYACTIV-G ความจุ 2.0 กับ 2.5 ลิตร และเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง SKYACTIV-D 2.2 ลิตร

 

 

MAZDA MX-5 MIATA RF

 

DSC_2733

 

อวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์ค ตอนต้นปีลิง แต่ทีมงานของเราเพิ่งได้สัมผัสตัวจริงเป็นครั้งแรกที่งานนี้ ก็คือ มาซดา เอมเอกซ์-5 มิอาตะ อาร์เอฟ (MAZDA MX-5 MIATA RF) ซึ่งไม่ใช่รถที่ทำขึ้นใหม่ทั้งคัน แต่ดัดแปลง/พัฒนามาอีกทอดหนึ่งจากรถเปิดประทุนซึ่งเมื่อจำหน่ายในญี่ปุ่นติดป้ายชื่อ มาซดา โรดสเตอร์ (MAZDA ROADSTER) และเปลี่ยนเป็น มาซดา เอมเอกซ์-5 มิอาตะ (MAZDA MX-5 MIATA) เมื่อลงเรือไปขึ้นบกที่เมืองมะกัน จุดใหญ่ใจความของการดัดแปลง/พัฒนาที่ว่านี้ คือ การเปลี่ยนจากประทุนหลังคาแบบอ่อนเป็นประทุนแข็ง ที่ออกแบบเป็น 3 ชิ้น และบังคับเปิด/ปิดโดยการกดปุ่ม ยักษ์เล็กเมืองยุ่นอวดสรรพคุณว่าเป็นระบบที่ใช้เวลาทำงานสั้นกว่ารถประเภทเดียวกันทุกรุ่นทุกแบบ และประทุนหลังคาก็มีวัสดุบุที่ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีเยี่ยม ในเมืองมะกันค่าตัวของรถรุ่นใหม่นี้เริ่มต้นที่ระดับ 31,555 เหรียญ หรือเท่ากับประมาณ 1.14 ล้านบาทไทย

 

 

SUBARU VIZIV-7 SUV CONCEPT

 

DSC_2240

 

รถอีกคันหนึ่งซึ่งอวดตัว WORLD PREMIERE หรือ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2016 และฉายซ้ำรอบ 2 ที่งานนี้ คือ ซูบารุ วีซิฟ-7 เอสยูวี คอนเซพท์ (SUBARU VIZIV-7 SUV CONCEPT) ซึ่งเป็นจุดโฟคัสสายตาในบูธของยักษ์เล็กเมืองยุ่นที่ในรอบปี 2016 ยอดขายรถในเมืองมะกันสามารถพุ่งผ่านหลัก 600,000 คันได้เป็นครั้งแรก เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดโตเต็มพิกัด ซึ่งออกแบบตามแนวคิด ENJOYMENT AND PEACE OF MIND วลีภาษาอังกฤษที่ดูเข้าท่าเข้าทีแต่ยากจะเข้าใจว่าหมายถึงอะไร ? ตัวถังขนาด 5.200×2.030×1.830 ม. ซึ่งหน้าตาเหมือนรถที่กำลังจะออกโชว์รูม ติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 6 หรือ 7 คน ยักษ์เล็กเมืองยุ่นบอกไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์ว่า ไม่ใช่รถที่ทำให้ดูเล่นแต่ตั้งเป้าไว้ว่า ต้นปี 2018 นี่แหละ รถตลาดที่พัฒนาจากรถแนวคิดคันนี้จะออกสู่โชว์รูม

 

LEXUS LS-SERIES

DESIGN
TECHNOLOGY
ENVIRONMENT

 

DSC_3180

 

รถตลาดสายเลือดซามูไรอีกแบบหนึ่งที่เรียกผู้คนเข้าสู่บูธได้อย่างล้นหลาม คือ รถเก๋งซีดานสุดหรู เลกซัส แอลเอส-ซีรีส์ (LEXUS LS-SERIES) ซึ่งปรากฏตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ เป็นรถรุ่นใหม่ (รุ่นที่ 5) อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ALL-NEW ซึ่งยอดผู้ผลิตรถพรีเมียมของเมืองยุ่นใช้เวลาออกแบบและพัฒนายาวนานถึง 6 ปี มีกำหนดออกโชว์รูมในเมืองมะกันก่อนสิ้นปี ในตัวถังขนาด 5.235×1.450×1.900 ม. ที่ออกแบบได้ดียกเว้นแผงกระจังหน้าที่ดูเทอะทะและใหญ่โตมโหฬารจนเกินงาม เป็นตัวถังที่เบากว่ารถรุ่นเดิมแต่แข็งแรงกว่าเดิม และส่วนท้ายมีลักษณะคล้ายรถคูเปมากกว่ารถซีดาน เป็นรถวางเครื่องหน้า/ขับล้อหลัง หรือขับทุกล้อ ซึ่งในระยะแรกจะมีเครื่องยนต์ขนาดเดียว คือ เครื่องทวินเทอร์โบเบนซิน DOHC วี 6 สูบ 3.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงถึง 310 กิโลวัตต์/415แรงม้า ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งทอดกำลังสู่ล้อคู่หลัง หรือทั้ง 2 คู่แล้วแต่กรณี เป็นเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ

 

 

ACURA NSX GT3 RACE CAR

 

DSC_2421

 

ปีนี้บูธของค่าย อคูรา (ACURA) ดูหงอยเหงากว่าปีก่อนๆ และมีผลงานใหม่ที่สมควรนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในรายงานนี้เพียงชิ้นเดียว คือ อคูรา เอนเอสเอกซ์ จีที 3 เรศ คาร์ (ACURA NSX GT3 RACE CAR) ซึ่งเป็นรถแข่งที่พัฒนามาจากรถสปอร์ท อคูรา เอนเอสเอกซ์ (ACURA NSX) รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเริ่มการจำหน่ายในเมืองมะกันเมื่อกลางปีลิงวิ่งวุ่นนี่เอง ออกแบบสำหรับการแข่งรถ NORTH AMERICAN GT RACING COMPETITION ซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2017 โดยเปลี่ยนระบบขับจากระบบ SPORT HYBRID SH-AWD ซึ่งใช้เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 75 องศา ความจุ 3,493 ซีซี ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้ารวม 3 ชุด และระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 9 จังหวะ เป็นขับล้อหลังด้วยพลังของเครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 6 สูบ 3,493 ซีซี ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ SEQUENTIAL-SHIFT 6 จังหวะ ไม่มีมอเตอร์

 

 

HONDA ODYSSEY

 

DSC_2829

 

คันสุดท้ายของรถตลาดสายเลือดซามูไรกวัดไกวดาบเพียง 3 แบบซี่งใช้งานนี้เป็นที่เปิดตัว “ครั้งแรกในโลก” คือ ฮอนดา ออดิสซีย์ (HONDA ODYSSEY) รุ่นใหม่ซึ่งเป็นรถรุ่น 5 และเป็นเวอร์ชันที่ทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับตลาดอเมริกาเหนือ จะไม่มีจำหน่ายในญี่ปุ่น มีกำหนดออกตลาดในฤดูใบไม้ผลิของปีไก่ผัดใบกะเพราในฐานะรถรุ่นปีโมเดล 2018 ตัวถังซึ่งติดตั้งเก้าอี้ที่นั่ง 3 แถว นั่งได้รวม 7 หรือ 8 คน มีหน้าตาที่ดูดีขึ้นนิดหน่อยเมื่อเทียบกับรถรุ่นเดิม แถมห้องโดยสารยังติดตั้งระบบ MAGIC SLIDE ซึ่งทำให้สามารถปรับตำแหน่งของเก้าอี้ที่นั่งแต่ละตัวได้ง่าย ที่ดีขึ้นเช่นกัน คือ เครื่องยนต์ซึ่งมีอยู่เพียงขนาดเดียว เป็นเครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง SOHC วี 6 สูบ 3,471 ซีซี บลอคเดิม แต่ปรับแต่งใหม่จนกำลังสูงสุดพุ่งจาก 248 เป็น 280 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้นถึง 32 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์เพื่อส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง ก็ปลี่ยนจากเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เป็นเกียร์อัตโนมัติ 9 หรือ 10 จังหวะ

 

 

HONDA CR-V

 

DSC_2811

 

เปิดตัวในเมืองมะกันเมื่อกลางเดือนตุลาคม 2016 แต่ต้องรอจนถึงงานใหญ่ที่ดีทรอยท์นี่แหละทีมงานของเราจึงมีโอกาสสัมผัสตัวจริงเสียงไม่จริงของ ฮอนดา ซีอาร์-วี (HONDA CR-V) รุ่นใหม่ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ 5 และเริ่มการจำหน่ายในเมืองมะกันไปแล้วก่อนสิ้นปีลิง โดยติดป้ายราคาค่าตัวซึ่งเริ่มต้นที่ระดับ 24,045 เหรียญสหรัฐฯ หรือเท่ากับประมาณ 866,000 บาทไทย รถรุ่นนี้มีขนาดตัวถัง 4.587×1.854×1.679-1.689 ม. ที่ออกแบบและกำหนดคุณลักษณะทางวิศวกรรมขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่หน้าตาและรูปทรงองค์เอวไม่ได้แปลกไปจากรถรุ่นเดิมสักเท่าไร ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดหลักรถรุ่นใหม่นี้แบ่งการตกแต่ง/อุปกรณ์เป็น 4 ระดับ กำกับด้วยรหัส LX EX EXL TOURING และมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด คือ เครื่องเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 2,356 ซีซี 137 กิโลวัตต์/184 แรงม้า กับเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,496 ซีซี 142 กิโลวัตต์/190 แรงม้า

 

 

NISSAN VMOTION 2.0 CONCEPT

 

DSC_2703

 

รถแนวคิดสายเลือดซามูไรไม่กลัวความคมอีกคันหนึ่งซึ่งปรากฏตัวแบบ WORLD PREMIERE ที่งานนี้ คือ นิสสัน วีโมชัน 2.0 คอนเซพท์ (NISSAN VMOTION 2.0 CONCEPT) จุดดึงดูดสายตาในบูธของยักษ์รองเมืองยุ่นซึ่งยอดขายในเมืองมะกันผ่านหลัก 1.5 ล้านคัน 2 ปีซ้อน คือ ทั้งในรอบปี 2015 และ 2016 เป็นรถแนวคิดในรูปลักษณ์ของรถเก๋งซีดานขนาดกลางที่รังสรรค์ขึ้นเพื่ออวดแนวคิดการออกแบบส่วนหน้าของตัวรถที่ค่ายนี้ตั้งชื่อในภาษาอังกฤษว่า V-MOTION กับ NISSAN INTELLIGENT MOBILITY ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะใช้ในอนาคตกับ “ยานยนต์ไม่ง้อผู้ขับ” ที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า AUTONOMOUS VEHICLE ตัวถังขนาด 4.860×1.890×1.380 ม. ที่ดูดีมากเมื่อมองจากด้านข้างตรงๆ มีจุดเด่นสะดุดตาตรงประตูข้างที่เปิดแยกจากกันโดยไม่มีเสากลางเหมือนประตูตู้กับข้าวยุคโบราณ กับหลังคาที่ดูราวกับลอยอยู่ในอากาศโดยไม่มีเสารองรับ ซึ่งเรียกกันในภาษาอังกฤษว่า FLOATING ROOF

 

 

INFINITI QX50 CONCEPT

 

DSC_3467

 

รถแนวคิดสายพันธุ์ยุ่นอีกคันหนึ่งที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังในรายงานนี้ คือ อินฟินิที คิวเอกซ์ 50 คอนเซพท์ (INFINITI QX50 CONCEPT) ซึ่งก็อวดตัวแบบ “ครั้งแรกในโลก” เช่นกัน เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นต้นแบบของรถตลาด อินฟินิที คิวเอกซ์ 50 (INFINITI QX50) รุ่นใหม่ซึ่งมีกำหนดออกตลาดในปี 2018 รวมทั้งเป็นรถแนวคิดที่รังสรรค์ขึ้นเพื่ออวดเทคโนโลยีใหม่ 2 รายการของค่าย นี้ คือ SEMI-AUTONOMOUS DRIVE TECHNOLOGY ซึ่งเป็นระบบช่วยขับซึ่งจะทำหน้าที่เป็น CO-PILOT หรือ “ผู้ขับร่วม” ช่วยให้ผู้จับพวงมาลัยในรถสามารถขับขี่และบังคับควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด กับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษยาวเหยียดว่า FUEL-SAVING VARIABLECOMPRESSION RATIO ENGINE และอธิบายได้อย่างย่นย่อได้ว่า เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินขนาด 2.0 ลิตร 268 แรงม้า ที่สามารถสู้กันได้สบายมากกับเครื่องยนต์ดีเซลอันทันสมัย ทั้งด้านพละกำลัง และความประหยัด

 

 

KIA STINGER

 

DSC_2762

 

เกีย สตริงเกอร์ (KIA STINGER) รถตลาดสายเลือดโสมขาวซึ่งอวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ คือ รถเกาหลีเพียงแบบเดียวที่สมควรบรรจุไว้ในรายงานนี้ เป็นรถเก๋งสปอร์ทซีดานทั้งแรงและเร็วที่ออกแบบ/พัฒนาในเยอรมนี โดยทีมงานภายใต้การกำกับดูแลของ อัลเบิร์ท เบียร์มันน์ (ALBERT BIERMANN) วิศวกรชาวเยอรมันวัย 60 ปี ซึ่งทำงานกับค่าย “ใบพัดเครื่องบิน” มายาวนานกว่า 30 ปี ก่อนย้ายมาอยู่กับค่ายเกาหลีเมื่อปี 2014 ตัวถังซึ่งยาว 4.831 ม. และกว้าง 1.869 ม. ติดตั้งเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดตรง 4 สูบเรียง 2.0 ลิตร 190 กิโลวัตต์/255 แรงม้า หรือเครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง วี 6 สูบ 3.3 ลิตร 272 กิโลวัตต์/365 แรงม้า ทั้ง 2 เครื่องถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ยักษ์รองเมืองโสมตั้งเป้าหมายว่า รถที่ติดตั้งเครื่องยนต์ วี 6 สูบ จะใช้เวลาแค่ 5.1 วินาทีในการทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. และความเร็วสูงสุด คือ 270 กม./ชม.

 

 

GAC ENSPIRIT CONCEPT

 

DSC_3257

 

GAC (GUANGZHOU AUTOMOBILE GROUP MOTOR) ผู้ผลิตรถยนต์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพียงเจ้าเดียวในงานนี้ นำรถแบบใหม่ๆ ออกอวดในงานนี้หลายคัน ตัวอย่างคือ รถ เอสยูวี ขนาดกลาง จีเอซี จีเอส 7 (GAC GS7) กับรถ เอสยูวี พลังไฟฟ้า จีเอซี จีอี 3 (GAC GE3) ซึ่งปรากฏตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานนี้ ส่วน จีเอซี เอนสปิริท คอนเซพท์ (GAC ENSPIRIT CONCEPT) ที่ปรากฏในภาพและเป็นผลงานที่น่าจับตามองที่สุด ไม่ใช่รถตลาดแต่เป็นรถแนวคิดซึ่งเป็นผลงานจากความร่วมมือกับค่าย ฮอนดา และเป็นต้นแบบของรถ เอสยูวี ขนาดกะทัดรัด ซึ่งค่ายนี้ยืนยันว่าจะทำขายในอนาคตที่ไม่นานจนเกินรอ ตัวถังของรถคันนี้มีส่วนท้ายเหมือนรถคูเป คือ สไตล์เดียวกับรถ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 6 (BMW X6) ที่คนรักรถคงคุ้นเคยกันดี ที่น่าติดตามและจับตามองเช่นกัน คือ ระบบเชื่อมต่อระหว่างคนกับคน และคนกับรถ ที่บรรจุไว้มากมายในรถแนวคิดคันนี้ และจะใช้ได้จริงเมื่อเป็นรถตลาด



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา และผู้จัดงาน
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2560
คอลัมน์ : มหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/DHSTN

บทความที่เกี่ยวข้อง

มหกรรมยานยนต์ เซี่ยงไฮ้ 2017
มหกรรมยานยนต์เจนีวา 2017
มหกรรมยานยนต์ ปารีส 2016
มหกรรมยานยนต์ปักกิ่ง 2016
มหกรรมยานยนต์เจนีวา 2016
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
17 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th