บทความ

ใส่กรองแอร์


รู้หรือไม่ว่า รถรุ่นใหม่บางรุ่น ไม่ได้ติดตั้งกรองแอร์จากโรงงานมาให้ ทั้งๆ ที่มีราคาหลักร้อย หรือหากให้มา คุณก็อาจไม่เคยเปลี่ยนเลย ทำให้แอร์ไม่เย็น และมีกลิ่นอับตามมา แล้วต้องทำอย่างไร กรองแอร์มีประโยชน์จริงหรือไม่ DIY…คุณทำเองได้ ฉบับนี้มีคำตอบ

 

การทำงานของแอร์รถยนต์

ระบบการทำงานของแอร์รถยนต์ เริ่มจากคอมเพรสเซอร์ดูดน้ำยาแอร์ไปตามท่อของคอมเพรสเซอร์ ไหลเข้าสู่แผงคอยล์ร้อนเพื่อระบายความร้อนออกไป จากนั้นเข้าสู่ถังพักน้ำยาแอร์เพื่อกรองสิ่งแปลกปลอม ผ่านท่อวาล์วปรับความดัน เพื่อลดความดันของน้ำยาแอร์ลง ทำให้อุณหภูมิของน้ำยาแอร์ต่ำลง และจะป้อนเข้าสู่คอยล์เย็น ซึ่งมีพัดลมทำหน้าที่เป่าหรือดูดอากาศผ่านช่องแอร์ในรถของเรา เราจึงสัมผัสความเย็นได้

 

กรองแอร์ กรองสิ่งสกปรก

กรองแอร์ คือ แผ่นกรองอากาศ ก่อนที่ลมเย็นออกจากช่องแอร์จะมาสัมผัสกับผู้โดยสาร ซึ่งปัจจุบันรถรุ่นใหม่บางรุ่นได้มีการเพิ่มไส้กรองแอร์มาให้แล้ว ซึ่งถือว่าจำเป็นมากในรถยนต์ เพราะช่วยดักจับฝุ่นละอองในอากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ให้ดียิ่งขึ้น สำหรับรถบางยี่ห้อที่ไม่มีกรองแอร์มาให้ ก็อาจมีสิ่งสกปรกต่างๆ เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ กระดาษ เศษใบไม้ เข้ามาติดอยู่กับคอยล์เย็น ส่งผลให้แอร์ไม่เย็นเท่าที่ควร ระบบปรับอากาศทำงานหนักขึ้น ซ้ำร้ายอาจหมักหมม ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ในที่สุด

 

ยืดอายุแอร์ได้ ถ้าใส่ใจ

นอกจากใส่กรองแอร์ในรถยนต์เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบแอร์แล้วนั้น พฤติกรรมการใช้ระบบปรับอากาศในรถก็มีผลทำให้แอร์พังได้ง่ายขึ้นเช่นกัน โดยทุกครั้งก่อนที่จะเปิดแอร์ ควรเปิดแอร์ขณะที่รอบเครื่องยนต์ไม่สูงมากนัก เปิดแอร์ขณะในความเร็วต่ำ (รอบเดินเบายิ่งดี) ประมาณ 10-15 วินาที เพื่อให้น้ำมันหล่อลื่นไปเคลือบลูกสูบภายในให้ทั่วก่อน เพราะคอมเพรสเซอร์จะทำงานก็ต่อเมื่อเราเปิดแอร์เท่านั้น โดยปรับความเย็นให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิห้องโดยสาร ไม่ให้เย็นมากเกินไป หรือร้อนเกินไป จะดีที่สุด

 

การดูแลรักษาแอร์รถยนต์

ล้อมกรอบ

– ไม่ควรเสียบน้ำหอมชนิดเป็นแอลกอฮอลไว้หน้าช่องแอร์ เพราะสารเหล่านี้ทำให้ตู้แอร์ผุกร่อนเร็วขึ้น

– ถ้าต้องจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน ควรเปิดกระจกด้านซ้ายและขวา ไว้ประมาณ 1 นิ้ว เพื่อระบายความร้อน

– ควรล้างตู้แอร์ ทุกๆ 2 ปี หรือถ้าใช้รถในบริเวณที่มีฝุ่นละอองเยอะ ก็ต้องล้างเร็วขึ้นตามความเหมาะสม

– ควรปรับระบบปรับอากาศในรถเป็นระบบหมุนเวียน เพื่อป้องกันกลิ่นและฝุ่นเข้ามาในรถ

– ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ ควรเปิดพัดลมแอร์เป่าให้แรงสุด (ปิดสวิทช์ A/C) ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้น ไล่น้ำ ที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ทำจากอลูมิเนียมจะผุกร่อนได้ง่าย อีกทั้งช่วยลดกลิ่นเหม็นอับของตู้แอร์

 

อุปกรณ์

อุปกรณ์ ล่าสุด

1. กรองแอร์ (ราคาประมาณ 200 บาท หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์รถยนต์)

2. ไฟฉาย

3. ถุงมือ

 

ขั้นตอนการใส่กรองแอร์

1. เปิดช่องเก็บของใต้คอนโซลรถออกมา (กรองแอร์ส่วนมากจะอยู่ตรงนี้)

1

 

2. เก็บของออกให้หมดเพื่อความสะดวกในการถอด

2

 

3. ปลดลอคเขี้ยวทั้งซ้ายและขวา ที่อยู่ด้านบนของช่องเก็บของ

3

 

4. ดึงเขี้ยวลอคด้านบนออกอย่างช้าๆ ด้วยการบีบ

4

 

5. ปลดลอคเขี้ยวด้านล่าง โดยดึงออกมาตรงๆ

5

 

6. เมื่อถอดช่องเก็บของออกแล้ว ตรวจหาช่องใส่กรองแอร์ว่าอยู่ในตำแหน่งใด

6

 

7. เมื่อพบตำแหน่งแล้ว ให้บีบตัวลอคด้านหนึ่งของฝาครอบออก

7

 

8. ดึงฝาปิดกรองแอร์ออกมาอย่างช้าๆ ระวังพลาสติคหัก

8

 

9. ถอดกรองแอร์อันเก่าออกมาอย่างระมัดระวัง เพราะเศษฝุ่นอาจหล่นเลอะรถได้

9

 

10. แกะกรองอันใหม่ แล้วตรวจสอบดูความเรียบร้อยอีกครั้ง

ใส่ 10

 

11. นำกรองอันใหม่ ใส่เข้าไปในตำแหน่งเดิม

10

 

12. ปิดฝาครอบกรองแอร์ แล้วใส่ช่องเก็บของกลับคืนให้เรียบร้อยเป็นอันเสร็จ

12



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพัฒน์ อินทมาตย์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2557
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZJF1G

Follow autoinfo.co.th