บทความ

เศรษฐกิจพอเพียง


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2517 ท่ามกลางความเบ่งบานของประชาธิปไตยหลังเหตุการณ์ “วันมหาวิปโยค” เดือนตุลาคม 2516

 

พระบรมราโชวาทเป็นความมหัศจรรย์ ที่พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทในทุกปัญหาของพสกนิกร มีพระราชดำรัสเตือนให้มี “สติ” รู้ตัวว่า มีปัญหาอย่างใดที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งจะต้องใช้ “ปัญญา” ความรู้คิด ก้าวข้ามให้พ้นไป และทรงแนะนำว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อเป็นแนวทางชีวิต

 

กาลครั้งนั้น 18 กรกฎาคม 2517 ทรงมีพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่า

 

“…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามระดับชั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกินพอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา…”

 

“เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจชั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป…”

 

“หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยาก ล้มเหลวได้ในที่สุด…”

 

ครั้นถึงคราวประเทศไทยมีปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจในปี 2540 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันที่ 4 ธันวาคม 2540 ว่า

 

“…การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้น หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับตัวเอง ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป…”

 

และในปีต่อมาเมื่อ 4 ธันวาคม 2541 ทรงพระราชทานพระราชดำรัสว่า

 

“…พอเพียงนี้ก็มีความหมายว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา ก็ได้ แต่ว่าพอ แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ…”

 

“…คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย…”

 

“…ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข…”

 

สมควรอย่างยิ่งที่ชาวไทยทั้งชาติรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม นำมาคิดด้วยสติปัญญา มองเห็นทางควรจะเป็น เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวของเราทุกคน และแก่บ้านเมือง…!



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2560
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/kMuwe

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
20 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
4,590,000
2.
1,999,000
3.
3,990,000
4.
3,065,000
5.
2,790,000
6.
5,490,000
7.
1,354,000
8.
3,399,000
9.
750,000
10.
1,129,000
17.
799,000
18.
3,549,000
19.
479,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th