บทความ

รถยนต์พระที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ตอนที่ 2)


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐในทุกๆ ด้าน

บทความในเดือนอันแสนทุกข์ระทมนี้ จะเฉลิมพระเกียรติรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ในพระปรีชาชาญด้านรถยนต์

 

พระองค์ทรงมีพระราชวินิจฉัยที่เฉียบแหลมในการเลือกรถยนต์เพื่อทรงใช้ขับส่วนพระองค์เอง เพื่อการทรงงาน และในการเสด็จเยี่ยมเหล่าพสกนิกรทั่วประเทศ

 

ยิ่งกว่านั้น ยังทรงพระปรีชาในการใช้รถยนต์เพื่อประกาศศักดิ์ศรีของชาติไทย เพื่อส่งเสริมความเป็นชาติ ความเป็นปึกแผ่นของชาวไทย ทั้งยังทรงใช้รถยนต์สอนพสกนิกรในปรัชญาความพอเพียง ด้วยการเลือกรถยนต์ที่ทรงใช้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ

 

ตลอดรัชสมัยอันยาวนาน มีรถยนต์ชั้นยอดเยี่ยมของโลกหลายรุ่น ได้รับสนองงานแด่พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

 

 

ช่วงที่ 4-พระราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น

 

001

 

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั่วโลก และรถพระที่นั่งในช่วงกลางรัชสมัยที่เจริญรุ่งเรืองนี้ ก็มีความพิเศษ เป็นที่น่าจดจำ พระบารมีแผ่ไพศาลเป็นที่ชื่นชมของชาวไทย และชาวโลก

 

เมร์เซเดส-เบนซ์ 300 เอสแอล กัลล์วิง “ซูเพอร์คาร์คันแรกของโลก” ที่มีจำนวนผลิตเพียง 1,400 คัน จึงได้รับคัดเลือกจากรัฐบาล เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อพระราชทานแด่พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ อย่างสมพระเกียรติยศยิ่ง ในปี 2497 ที่ต่อมาได้เข้าคู่กับสปอร์ทรุ่นเล็ก เมร์เซเดส-เบนซ์ 190 เอสแอล สีน้ำเงิน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป 5 ประเทศ ในปี 2503 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำกลับมาใช้ในพระราชอาณาจักรไทย

 

รถสปอร์ทในตระกูล เอสแอล-สปอร์ท ไลค์ ทั้ง 2 รุ่น มีรูปร่างคล้ายคลึงกันเป็นดั่งรถพี่น้อง เสมือนเพชรยอดมงกุฎของวงการรถเยอรมนี และพบได้ในทุกๆ คอลเลคชันระดับโลก

 

ในช่วงดังกล่าว รถพระที่นั่งส่วนพระองค์ 4 ประตู ยี่ห้อเดียวกันได้เปลี่ยนเป็น เมร์เซเดส-เบนซ์ 600 ใช้ระบบรองรับถุงลม ควบคุมอุปกรณ์ในรถด้วยแรงดันน้ำมันไฮดรอลิค มี 2 องค์ ได้แก่ 600 LWB PULLMAN LIMOUSING LANDAULET (ฐานล้อยาวพิเศษ ที่นั่ง 3 ตอน มีฉากกระจกกั้นระหว่างห้องโดยสารและห้องพลขับ ปรับกระจกขึ้น/ลงด้วยแรงดันน้ำมันไฮดรอลิค หลังคาส่วนหลังเป็นผ้าใบ เปิดประทุนได้) และ 600 SWB (2 ตอน ฐานล้อมาตรฐาน) อันเป็นขั้นสูงสุดของรถยนต์นั่งที่ เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้เคยผลิตออกมา

 

และลำดับถัดไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหา รถพระที่นั่งจากอังกฤษ โรลล์ส-รอยศ์ แฟนทอม ตัวถัง LIMOUSINE (ตัวถัง 3 ตอน ฐานล้อยาวพิเศษ มีฉากกระจกกั้นระหว่างห้องโดยสารและห้องพลขับ) โดย MULLINER PARK WARD อันงามสง่า เป็นรถพระที่นั่งองค์หลักใช้ในงานราชพิธี เป็นรถรุ่นเดียวกับที่ราชสำนักเซนต์เจมส์ ใช้ถวายงานสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งจักรภพอังกฤษ

 

ในปี 2504 กองทัพไทยได้เริ่มให้มีการจัดการสวนสนามทหารรักษาพระองค์ขึ้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในลักษณะขบวนยานยนต์ (MOTORCADE) ที่นานาประเทศได้จัดถวาย เพื่อถวายการรับเสด็จเมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนรัฐต่างๆ อย่างเป็นทางการ

 

การตรวจพลสวนสนามทหารรักษาพระองค์นี้ ในเวลาต่อมาได้จัดเป็นประจำทุกปีอย่างสวยงามยิ่งใหญ่ จนสืบทอดเป็นประเพณีต่อมายาวนานนับถึงบัดนี้กว่า 50 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะองค์จอมทัพไทย ทรงตรวจพลสวนสนามบนรถ แคดิลแลค เอลโดราโด เบียร์ริทซ์ 2 ประตู เปิดประทุน รถตรวจพลสวนสนามองค์นี้ได้รับสนองงานอยู่นานหลายปี ก่อนจะสลับด้วยรถพระที่นั่ง โรลล์ส-รอยศ์ โคร์นีช ll และ III คอนเวอร์ทิเบิล จวบจนถึง แคดิลแลค ดีทีเอส 4 ประตู สั่งตัวถังพิเศษ เปิดประทุน และทดรอบเกียร์เพื่อแล่นช้าเป็นพิเศษ

(อ่านต่อฉบับหน้า)



------------------------------
เรื่องโดย : นพ. สมคนึง ตัณฑ์วรกุล
ภาพโดย : อินเตอร์เนท
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2560
คอลัมน์ : สารคดี
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/WHpRt

Follow autoinfo.co.th