บทความ

ชาญชัย มหันตคุณ


แลนด์ โรเวอร์ และแจกวาร์ รถยนต์สัญชาติอังกฤษ เป็นบแรนด์เก่าแก่ที่อยู่ในตลาดเมืองไทยมานาน ล่าสุด บริษัท อินซ์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ อินช์เคป พีแอลซี ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการขายรถยนต์โลก คว้าสิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ ชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินซ์เคป (ประเทศไทย) จำกัด

 

ฟอร์มูลา : อินซ์เคป (ประเทศไทย)ฯ มีความคิดเห็นอย่างไรกับ แลนด์ โรเวอร์ และ แจกวาร์ ?

ชาญชัย : รถยนต์ แจกวาร์ และแลนด์ โรเวอร์ เป็นรถบแรนด์ระดับโลก ที่ปัจจุบันเจ้าของบแรนด์ คือ ทาทา จากอินเดีย มองว่า บแรนด์ แจกวาร์ และแลนด์ โรเวอร์ เป็นรถยนต์ที่มีประวัติเรื่องราวที่น่าสนใจ รวมถึงที่ผ่านมายังได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองไทย แต่ว่าอาจจะมีสะดุดบ้าง การก้าวเข้ามาในเมืองไทย อินช์เคป มองเป็นโกลบอล ไม่ได้มองแค่การทำตลาดแค่ แจกวาร์ และแลนด์ โรเวอร์ แต่มองถึงการขยายและก้าวไปสู่บแรนด์อื่นๆ

 

นอกจากนี้จากประสบการณ์ของ อินช์เคป ประเทศอังกฤษ ที่ก่อตั้งมาแล้ว 170 ปี โดยดำเนินธุรกิจทเรดิงมีเครือข่ายทั่วโลก จนช่วง 90 ปีหลัง หันมาลุยธุรกิจรถยนต์อย่างจริงจัง ทำตลาดรถยนต์หลายยี่ห้อใน 27 ประเทศทั่วโลกครอบคลุม 5 ทวีปทั่วโลก

 

สำหรับการดำเนินงานในประเทศไทยอยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายตลาดเอเชียเหนือ (NORTH ASIA MARKET) ซึ่งรวมทั้ง ฮ่องกง มาเก๊า จีน กวม และเกาะไซปัน

 

ที่สำคัญ อินช์เคป ดูแลบแรนด์ แจกวาร์ และ แลนด์ โรเวอร์ มาแล้วกว่า 47 ปี ในปัจจุบันมีศูนย์การดำเนินงานสำหรับ แจกวาร์ และแลนด์ โรเวอร์ ใน 11 ประเทศ ครอบคลุม 9 ตลาดสำคัญทั่วโลก เช่น สหราชอาณาจักร ยุโรป รัสเซีย ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง และไทย การแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทยมีจุดประสงค์เพื่อขยายการเติบโตของบริษัทฯ สู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

 

ฟอร์มูลา : คุณวางนโยบายและทิศทางการดำเนินธุรกิจของทั้ง 2 บแรนด์ไว้อย่างไร ?

ชาญชัย : อินช์เคป เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจของโลก โดยการรุกตลาดในเมืองไทยวางนโยบายไว้ดังนี้

 

1. เน้นคุณภาพการบริการแก่ลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผู้บริโภคมีจำนวนมาก มีความต้องการที่แตกต่างกัน หากไม่ได้รับความพึงพอใจ ก็จะทำให้นโยบายและทิศทางการรุกตลาดไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจุดเริ่มต้นอันดับแรก คือ สร้างความสุขให้แก่ฐานลูกค้าของไทยในปัจจุบันเพื่อให้เกิดความมั่นใจ มีความสุขในบริษัทฯ เพื่อให้เกิดการซื้อเพิ่มและบอกต่อ

 

2. อินช์เคป เป็นบแรนด์โกลบอล ที่มีเครือข่ายอยู่หลายประเทศ ซึ่งบริษัทฯ พยายามที่จะนำปัญหา ในแต่ละด้านมาศึกษาและแชร์ประสบการณ์กัน เพื่อที่จะนำมาพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยให้เกิดการบริการที่ดีเลิศ

 

3. อินช์เคป อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนที่พร้อมเข้ามาลงทุน และสร้างการเติบโต

 

4. มองการขยายช่องทาง รวมถึงการขยายศักยภาพการจำหน่ายรถใหม่ รวมถึงการขยายตลาดรถยนต์มือสอง และการสตอคอะไหล่ เพื่อสนับสนุนการขาย

 

5. บริษัทฯ วางแผนที่จะร่วมกับบริษัทแม่ดำเนินธุรกิจให้เป็นที่ยอมรับในเมืองไทย พร้อมกับนำเสนอสิ่งใหม่ให้แก่ลูกค้า

 

 

ฟอร์มูลา : อินซ์เคป (ประเทศไทย)ฯ มีแผนการลงทุนอย่างไร ?

ชาญชัย : อินซ์เคป (ประเทศไทย)ฯ จดทะเบียน 100 ล้านบาท ได้สิทธิ์ในการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ แจกวาร์ และ แลนด์ โรเวอร์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย แทน ซิตี้ ออโต้โมบิลฯ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 ซึ่งบริษัทได้ซื้อสินทรัพย์และนำบุคลากรเดิมเข้ามาทำงานด้วยบางส่วน

 

 

ฟอร์มูลา : ในอนาคตวางแผนการลงทุนขยายธุรกิจไว้อย่างไร ?

ชาญชัย : นโยบายของบริษัทฯ ขณะนี้จะเน้นการลงทุนสร้างเครือข่ายการขายและบริการหลังการขาย เพียงแต่ในช่วงแรกจะยังใช้ โชว์รูม และศูนย์บริการ พระราม 4 รองรับการขายและบริการหลังการขาย เพราะจากข้อมูลในปัจจุบัน แจกวาร์ และแลนด์ โรเวอร์ มีฐานลูกค้าอยู่ประมาณ 3,000 คัน ดังนั้นลูกค้าที่ซื้อรถจากผู้แทนจำหน่ายเดิม สามารถนำรถเข้ามาใช้บริการได้ตามปกติ

 

ส่วนแผนงานระยะต่อไปบริษัทฯ จะมีการขยายโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการไปในส่วนของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อรองรับการขยายตัวของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 5 ปี ในการกำหนดเป้าหมายอย่างไร

 

 

ฟอร์มูลา : ยอดขายของทั้ง 2 บแรนด์จะเป็นอย่างไร ?

ชาญชัย : แจกวาร์ จะมีอยู่ประมาณ 35 % แลนด์ โรเวอร์ 65 % มียอดรวมอยู่ประมาณ 3,000 คัน เนื่องจากในอนาคตจะรุกตลาดรถยนต์ แจกวาร์ มากยิ่งขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าแนะนำรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะรถ แจกวาร์ ครอสส์โอเวอร์ ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33″ ที่ผ่านมา

 

 

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายของรถทั้ง 2 บแรนด์ไว้อย่างไร ตามแผนงานในอีก 5 ปีข้างหน้า ?

ชาญชัย : เป็นรถนำเข้าที่ผู้บริโภคให้การยอมรับ และผู้ใช้มองเห็นถึงความแตกต่างของรถทั้ง 2 บแรนด์ ที่มีความแตกต่างจากรถยนต์โดยทั่วไป รวมถึงลูกค้าจะต้องมีความพึงพอใจสูงสุดในรถทั้ง 2 บแรนด์ รวมถึงผู้ร่วมธุรกิจจะต้องมีกำไร

 

 

ฟอร์มูลา : คุณจะสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างไร ?

ชาญชัย : การบริการในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอันดับแรก เพราะในช่วงนี้ยังคงเน้นไปที่การบริการลูกค้าเก่า ต้องพยายามเปลี่ยนทัศนคติของลูกค้า โดยใช้วิธีปากต่อปาก เน้นการบริการให้ดีขึ้น ซึ่งจุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่นใจ บริษัทฯ มีความรับผิดชอบดูแลลูกค้าทั้งหมด 3,000 ราย โดยตั้งแผนกลูกค้าสัมพันธ์ขึ้น โดยเรียกลูกค้าทั้งหมดกลับมาและให้เป็นลูกค้า วีไอพี โดยมีพโรแกรมพิเศษ ลีมูซีน เซอร์วิศ พโรแกรม เช่น มีบริการรับรถที่บ้าน นำมาซ่อมแล้วนำกลับไปส่งที่บ้าน มีรถรับ-ส่งจากสนามบิน เป็นต้น

 

 

ฟอร์มูลา : รถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัว ?

ชาญชัย : แจกวาร์ เอฟ-เพศ รุ่นแรกที่เป็น เอสยูวี เปิดตัวในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33″ ส่วน แลนด์ โรเวอร์ ยังไม่มีรุ่นใหม่ ซึ่งตอนนี้มีรถที่จำหน่ายอยู่ในโชว์รูม ได้แก่ แจกวาร์ รุ่น เอกซ์อี/เอกซ์เจ/ เอกซ์เอฟ และเอฟ-ไทพ์ ส่วน แลนด์ โรเวอร์ รุ่น ดิสคัฟเวอรี สปอร์ท/เรนจ์ โรเวอร์/เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค และ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ท

 

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าภาพรวมทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ในเมืองไทยจะเป็นอย่างไร ?

ชาญชัย : ภาพรวมน่าจะไม่แตกต่างจากต่างประเทศ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากที่สุด คือ เรื่องของพลังงานทางเลือกที่เริ่มขยายไปสู่ระบบ พลัก-อิน ไฮบริด และ อีวี ซึ่งจุดนี้ แจกวาร์ และ แลนด์ โรเวอร์ มีความพร้อมอยู่แล้ว แต่สำหรับประเทศไทยยังติดปัญหาเรื่องอินฟราสตรัคเจอร์ โครงสร้างภาษี ซึ่งจุดนี้ภาครัฐคงจะมีการแก้ไขและปรับปรุงไปตามความเหมาะสม

 

 

ฟอร์มูลา : สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยรวมหรือไม่ ?

ชาญชัย : อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผ่านมามีทั้งขึ้นและลง นับตั้งแต่ปี 2555-ปัจจุบัน แต่สำหรับรถนำเข้า และรถลักชัวรี ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้มองถึงสภาพเศรษฐกิจ ตลาดยังคงมีการเติบโต ซึ่งคิดว่าภาพรวมคงจะเป็นไปแบบนี้

 

 

ฟอร์มูลา : คุณจะแข่งขันกับผู้นำเข้าอิสระอย่างไร ?

ชาญชัย : ปัจจุบันภาครัฐมีนโยบายเรื่องของ อีโคสติคเกอร์ และมีความเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบมาตรฐาน หลักเกณฑ์ของโครงสร้างภาษี สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้นำอิสระทำตลาดยากขึ้น อีกทั้งปัจจุบันรถที่จำหน่ายโดยผู้นำเข้าส่วนใหญ่จะมีราคาถูกกว่าที่ผู้นำเข้าอิสระนำเข้ามา อีกทั้งการที่บริษัทฯ ได้สิทธิ์การจำหน่ายแทนบริษัทเดิม ทำให้สามารถทำราคารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ดียิ่งขึ้น



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2560
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/JMSdp
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th