บทความ

10 ข่าวใหญ่ในวงการรถยนต์ ปี 2559


1. เริ่มใช้อัตราภาษีใหม่

1

ปี 2559 เริ่มใช้อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ซึ่งคิดตามอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แทนการคิดตามความจุกระบอกสูบแบบเดิม โดยรถที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อย จะเสียภาษีต่ำกว่ารถที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า พร้อมบังคับใช้ระบบป้ายข้อมูลรถยนต์ “ECO STICKER” ซึ่งแสดงข้อมูลอัตราสิ้นเปลือง และระดับการปล่อยไอเสีย

 

ภาษีสรรพสามิตใหม่ ทำให้รถยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี ปล่อยไอเสียต่ำกว่า 150 กรัม/กม. หรือเทียบเท่าราคาไม่เปลี่ยนแปลง ขนาด 1,500-2,000 ซีซี เติมน้ำมัน อี 20 ปล่อยไอเสียไม่เกิน 200 กรัม/กม. ราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 1-3 แสนบาท ปล่อยไอเสียเกิน 200 กรัม/กม. ราคาเพิ่มขึ้น 4-5 แสนบาท เติมน้ำมัน อี 85/ซีเอนจี ปล่อยไอเสียไม่เกิน 200 กรัม/กม. ราคาเพิ่มขึ้น 8 หมื่นบาท-1.5 แสนบาท ขนาด 2,000-2,500 ซีซี เติมน้ำมัน อี 20 ปล่อยไอเสียไม่เกิน 200 กรัม/กม. ราคาเพิ่มขึ้น 9 หมื่นบาท-1 แสนบาท เติมน้ำมัน อี 85/ซีเอนจี ปล่อยไอเสียเกิน 200 กรัม/กม. ราคาเพิ่มขึ้น 1.2-1.6 แสนบาท รถ พีพีวี ปล่อยไอเสียน้อยกว่า 200 กรัม/กม. หรือเทียบเท่า ราคาเพิ่มขึ้น 7 หมื่นบาท-1.9 แสนบาท ปล่อยไอเสียเกิน 200 กรัม/กม. ราคาเพิ่มขึ้น 1.5-1.9 แสนบาท รถไฮบริด ปล่อยไอเสียไม่เกิน 150 กรัม/กม. ราคาเพิ่มขึ้น 7 หมื่นบาท-1.7 แสนบาท ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะปรับราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณไอเสีย หรือนโยบายของแต่ละบริษัท

 

 

2. โครงการรถคันแรกครบ 5 ปี

mg3_h_blue@2x

นโยบายรถคันแรก ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 ครบกำหนดเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือ 5 ปี ในวันที่ 16 กันยายน 2559 แต่ก็ยังไม่ส่งผลโดยตรงกับตลาดรถยนต์มากนัก เนื่องจากช่วงเริ่มนโยบายรถคันแรก ไทยประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนยานยนต์ในการประกอบรถยนต์ จึงคาดการณ์ว่า ผู้ใช้สิทธิ์รถคันแรกจำนวนหนึ่ง จะเริ่มขายรถคันเดิมตั้งแต่ช่วงกลางปี 2560 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ตลาดรถกลับมาคึกคักอย่างแน่นอน

 

 

3. เปิดตัวรถใหม่หลายรุ่น

 

DSC_2698

 

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้จะไม่สดใสมากนัก แต่ค่ายรถก็ไม่หยุดที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพื่อผลักดันตลาดให้เติบโต ซึ่งถือว่าปีนี้มีรถใหม่เปิดตัวไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็น บีเอมดับเบิลยู เอม 4 จีทีเอส, เอกซ์ 1, ซีรีส์ 2 ทัวเรอร์/เชฟโรเลต์ โคโลราโด/ฟอร์ด เรนเจอร์/ฮอนดา บีอาร์-วี, แอคคอร์ด, ซีวิค, แอคคอร์ด ไฮบริด/แจกวาร์ เอฟ-เพศ/มาซดา ซีเอกซ์-5/เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์ คูเป, จีแอลอี/เอมจี 3/มิตซูบิชิ ทไรทัน/นิสสัน นิสโม/เปอโฌต์ 308 เอสดับเบิลยู/โพร์เช 718 เคย์แมน/ซูบารุ ฟอเรสเตอร์/โตโยตา ซีเอนตา, อินโนวา และโวลโว ซีเอกซ์-90 ฯลฯ

 

 

4. ฮอนดา เปิดโรงงานที่ปราจีนบุรี

 

4

 

ฮอนดา ได้ฤกษ์เปิดโรงงานปราจีนบุรีอย่างเป็นทางการ เมื่อ 12 พฤษภาคม 2559 งบลงทุนทั้งสิ้น 17,150 ล้านบาท ชูเทคโนโลยีการผลิตทันสมัย ARC LINE ครั้งแรกของโลกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตขึ้น 10 % โดยเริ่มเดินสายการผลิตรถรุ่นแรก คือ ฮอนดา ซีวิค รวมถึงสายงานการฉีดขึ้นรูปพลาสติค ตามด้วยสายงานการผลิตเครื่องยนต์ และในอนาคตเตรียมจะผลิตรถในเซกเมนท์ซับคอมแพคท์ โดยจะเป็นการผลิตเพื่อป้อนทั้งตลาดในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน, โอเชียเนีย, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา, ประเทศในแถบทะเลแคริบเบียน และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

 

 

5. ฮอนดา เรียกคืนรถกว่า 2 แสนคัน

 

5

 

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ออกประกาศเรียกคืนรถยนต์รุ่น ซิที รุ่นปี 2012-2013, ซิที ซีเอนจี รุ่นปี 2012, แจซซ์ รุ่นปี 2012-2013, แจซซ์ ไฮบริด รุ่นปี 2013, แจซซ์ (นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น) รุ่นปี 2012 และ ซีอาร์-วี รุ่นปี 2011, บรีโอ รุ่นปี 2012-2014, บรีโอ อเมซ รุ่นปี 2014, ซิที รุ่นปี 2003-2011, แจซซ์ รุ่นปี 2009-2011, ซีวิค รุ่นปี 2006-2011 และรุ่นปี 2013-2014, แอคคอร์ด รุ่นปี 2004-2007, ซีอาร์-วี รุ่นปี 2007-2010 และรุ่นปี 2013 จำนวนรวมกว่า 2.3 แสนคันในประเทศไทย เพื่อเข้ารับการเปลี่ยนชิ้นส่วนในชุดถุงลมนิรภัย เนื่องจากพบปัญหาชุดสร้างแรงดันแกสในระบบถุงลมนิรภัยฝั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ที่อาจสร้างแรงดันสูงผิดปกติเมื่อถุงลมนิรภัยพองตัว ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีโอกาสได้รับบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

 

 

6. เปลี่ยนสูตรไบโอดีเซลจาก บี 3 เป็น บี 5

 

6-1

 

กรมธุรกิจพลังงาน ประกาศปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล จากน้ำมัน บี 3 เป็นน้ำมัน บี 5 โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้การใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นอีกประมาณเดือนละ 37 ล้านลิตร เพราะเพิ่มปริมาณไบโอดีเซลจาก 3 เป็น 5 % หรือคิดเป็นปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบสำหรับผลิตไบโอดีเซลเพื่อใช้ในภาคพลังงานเพิ่มขึ้นอีกประมาณเดือนละ 27,000 ตัน จากเดิมที่เป็น บี 3 ใช้ประมาณเดือนละ 41,818 ตัน เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 68,818 ตัน เมื่อเป็น บี 5

 

 

7. สรยท. ประกาศรางวัลรถยอดเยี่ยม

 

7

 

สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ประกาศรางวัล “รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2558″ ได้แก่ “ฟอร์ด เอเวอเรสต์” (FORD EVEREST) คะแนนรวม 110 คะแนน “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท” (MITSUBISHI PAJERO SPORT) 109 คะแนน “มาซดา 2″ (MAZDA2) 106.5 คะแนน “ฮอนดา เอชอาร์-วี”” (HONDA HR-V) 85.5 คะแนน “เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์” (MERCEDES-BENZ C-CLASS) 83 คะแนน และ “นิสสัน เอกซ์-ทเรล” (NISSAN X-TRAIL) 56 คะแนน

 

 

8. ยอดขายรถไม่ติดลบ

 

8

 

ตลาดรถยนต์ปี 2558 มียอดขายรวม 799,594 คัน ลดลง 9.3 % เมื่อเทียบกับปี 2557 ทำให้คาดการณ์กันว่ายอดขายรถโดยรวมของปี 2559 น่าจะอยู่ที่ 720,000 คัน หรือลดลงประมาณ 10 % แต่จากสถานการณ์ที่มีแรงบวกจากนโยบายของภาครัฐ การท่องเที่ยว ภาคบริการ และการลงทุนจากภาคเอกชน รวมถึงการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่จากหลายค่ายรถยนต์ เริ่มส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดรถยนต์ จึงทำให้ยอดขายรถโดยรวมของปีนี้ ดีกว่าที่คาดไว้มาก

 

 

9. ครม. หนุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

 

9

 

คณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (BEV: BATTERY ELECTRIC VEHICLES) ในประเทศไทย โดยหากบริษัทที่สนใจจะลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย จะต้องยื่นแผนการดำเนินงานในลักษณะแผนงานรวม (PACKAGE) ซึ่งประกอบด้วยแผนการลงทุนประกอบรถยนต์ไฟฟ้าและผลิตชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า เช่น แบทเตอรี มอเตอร์ ระบบควบคุมการจ่ายไฟฟ้า ฯลฯ จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีเงินได้ และสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอื่นๆ

 

บริษัทที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนแล้ว จะสามารถนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) โดยได้รับการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษีอากรขาเข้าในรุ่นรถยนต์ที่จะผลิต เพื่อนำมาทดลองตลาดในปริมาณที่กำหนด รวมทั้งจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษีอากรขาเข้าชิ้นส่วนสำคัญ ซึ่งยังไม่มีการผลิตในประเทศในช่วงเริ่มต้นของการประกอบรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

 

 

10. ย้ายรถตู้ไปสถานีขนส่ง

 

10-2

 

กระทรวงคมนาคม ร่วมกับทหาร ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2 ที่ให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในรัศมีไม่เกิน 300 กม. ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จำนวน 4,205 คัน โดยให้ย้ายออกจากที่จอดรถบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยต้องไปจอดภายในสถานีที่ บขส. จัดให้ 3 จุดเท่านั้น คือ สถานีขนส่งจตุจักร สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (ปิ่นเกล้า) และสถานีขนส่งเอกมัย ซึ่งทำให้การจราจรรอบอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิคล่องตัวขึ้นกว่าเดิมมาก



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2560
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ctlJo
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
28 Mar 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1. AUDI Q7 4,999,000
2. AUDI A4 2,699,000
3. AUDI Q3 2,549,000
4. HONDA CR-V 1,399,000
5. HONDA CIVIC HATCHBACK 1,169,000
6. BMW 5-SERIES 3,899,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ
SKILL DRIVING EXPERIENCE ขับเป็น...ขับปลอดภัย

Follow Autoinfo Online