บทความ

OPEL AMPERA E


ในเอกสารประชาสัมพันธ์รถพลังไฟฟ้าติดป้ายชื่อ โอเพล อัมเพรา อี (OPEL AMPERA E) ซึ่งปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนแบบ “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไป ค่าย “สายฟ้า” เริ่มเรื่องราวโดยการตั้งคำถามว่า เรื่องสำคัญ 2 เรื่องที่ทำผู้ใช้รถเกิดอาการลังเลที่จะตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า คือ เรื่องอะไร ?

 

เป็นคำถามที่ไม่ต้องการให้ใครตอบ เพราะตั้งคำถามแล้วก็ตอบเองเสร็จสรรพว่า เรื่องที่หนึ่ง คือ ชาร์จไฟแบทเตอรีแต่ละครั้ง รถวิ่งได้ไม่ไกลเท่าที่อยากให้เป็น เรื่องที่สอง คือ จะชาร์จไฟแบทเตอรีได้ที่ไหน ? เมื่อตอบเสร็จก็ปล่อยหมัดเด็ด โดยบอกว่า เรื่องแรกจะไร้ความหมายไปเลย เมื่อรถไฟฟ้าติดป้ายชื่อ โอเพล อัมเพรา อี (OPEL AMPERA E) เริ่มการจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิของปี 2017 ส่วนเรื่องที่สองอีกไม่นานก็น่าจะหมดห่วง เพราะหลายฝ่ายกำลังจัดการกับเรื่องนี้ รวมทั้งบรรดาผู้ผลิตรถไฟฟ้า และรัฐบาลของหลายๆ ประเทศในยุโรป

 

เป็นรถพลังไฟฟ้ารุ่นใหม่เอี่ยมแกะกล่องที่รออีกไม่นาน ก็จะเริ่มออกโชว์รูมในเมืองเบียร์และอีกหลายประเทศในทวีปยุโรป แทนที่รถไฟฟ้ารุ่นเดิม คือ โอเพล อัมเพรา (OPEL AMPERA) ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2011 และสามารถคว้าตำแหน่ง 2012 CAR OF THE YEAR หรือ “ยอดรถแห่งปี 2012″ คู่กับรถ เชฟโรเลต์ โวลท์ (CHEVROLET VOLT) รุ่นแรก

 

เช่นเดียวกับรถรุ่นก่อน รถรุ่นใหม่นี้ไม่ใช่ผลงานที่ค่าย “สายฟ้า” ออกแบบ/พัฒนาขึ้นเอง แต่ผลิตตามแบบของรถที่ออกแบบ/พัฒนาในสหรัฐอเมริกาโดยค่าย เชฟโรเลต์ (CHEVROLET) ที่ทำให้สับสนได้เล็กๆ ก็คือ รถรุ่นใหม่นี้ไม่ได้เป็นคู่ฝาคู่แฝดกับรถ เชฟโรเลต์ โวลท์ (CHEVROLET VOLT) เหมือนรถรุ่นเดิม แต่ผลิตตามแบบรถไฟฟ้า เชพโรเลต์ โบลท์ อีวี (CHEVROLET BOLT EV) ซึ่งเป็นรถแบบใหม่และมีกำหนดออกตลาดในเมืองมะกันก่อนสิ้นปี 2016 ในฐานะรถรุ่นปี 2017 นอกจากรูปลักษณ์และขนาดของตัวรถที่เปลี่ยนไปมากจนไม่น่าจะใช้ชื่อคล้ายรุ่นเดิมแล้ว ความแตกต่างประการสำคัญของรถ 2 รุ่นนี้อยู่ตรงที่ว่า รุ่นเดิมเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยพลังไฟฟ้า ที่มีการติดตั้งเครื่องยนต์ซึ่งทำหน้าที่เป็น RANGE EXTENDER หรือ “ตัวยืดระยะทาง” ไว้ด้วย ส่วนรุ่นใหม่เป็นรถพลังไฟฟ้าที่ไม่การติดตั้งเครื่องยนต์ใดๆ

 

เป็นรถพลังไฟฟ้าแท้ๆ ที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า และแบทเตอรีลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ค่าย “สายฟ้า” ร่วมกันพัฒนากับ LG CHEM ของเกาหลีใต้ เป็นแบทเตอรี 288 เซลล์ ที่ติดตั้งอยู่กับพื้นรถ และออกแบบรูปทรงให้สอดรับกับรูปทรงของรถเพื่อไม่ให้เสียพื้นที่ เมื่อชาร์จไฟเต็มหม้อ รถจะวิ่งได้ไกลถึง 500 กม./ชม. เมื่อวัดตามมาตรฐาน NEDC (NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE) เป็นตัวเลขที่ทำให้ค่าย “สายฟ้า” กล้ายืนยันดังที่กล่าวข้างต้น ว่าความกังวลเกี่ยวกับระยะการเดินทางจะหมดไปเมื่อมีรถแบบนี้ ส่วนความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 150 กม./ชม. เพราะเร็วกว่านี้จะเปลืองไฟมาก และรถจะสูญเสียข้อได้เปรียบด้านระยะทาง

 

ระบบชาร์จไฟแบทเตอรีทำได้หลายวิธี ที่น่าสนใจมากและค่าย “สายฟ้า” แสดงให้ดูในงานมหกรรมยานยนต์ปารีสที่รถแบบนี้เปิดตัว คือ ระบบ 50 KW DC FAST-CHARGER หรือการชาร์จไฟแบบเร่งด่วนด้วยไฟฟ้ากระแสตรง 50กิโลวัตต์ ซึ่งใช้เวลาเพียง 30 วินาที ก็ได้ปริมาณพลังไฟเพียงพอสำหรับการเดินทางได้ไกลถึง 150 กม. ค่าย “สายฟ้า” ยังให้ข้อมูลด้วยว่า รัฐบาลเยอรมนีของนายกรัฐมนตรีเมร์เคิลกำลังจะใช้เงินทุน 300 ล้านยูโร หรือเท่ากับประมาณ 12,000 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นสำหรับการใช้รถพลังไฟฟ้า รวมทั้งสถานีชาร์จไฟแบบเร่งด่วนจำนวน 5,000 แห่ง และสถานีชาร์จไฟแบบธรรมดาจำนวน 1,000 แห่ง ในสถานที่ที่เหมาะสม เช่น ริมถนนสายหลัก ศูนย์กีฬา ชอพพิงมอลล์ สถานีรถไฟ สนามบิน และศูนย์นิทรรศการ

 

 

OPEL AMPERA E

* รถขับล้อหน้าด้วยพลังไฟฟ้าล้วนๆ

* มอเตอร์ไฟฟ้า 150 กิโลวัตต์/204 แรงม้า

* แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง

* ระยะเดินทาง 500 กม.

* ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2560
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/3YUxm

Follow autoinfo.co.th