บทความ

เป็นไปตามคาด


คงไม่ต้องบอกว่าคาดหวังอะไรเอาไว้ เมื่อปิดการขายในรอบ 6 เดือนแรกของปี ตลาดทำตัวเลขได้เพียง 358,457 คัน ลดลงไป 17.0 % ขณะที่ยอดขายเพียงเดือนเดียว หดตัวลง 19.3 % ขายเพียง 58,175 คันเท่านั้น

บรรดานักการตลาดต่างก็คาดหมายยอดการขายในปีนี้ว่าในครึ่งปีหลังน่าจะมีอะไรดีขึ้นบ้าง กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ก็เปิดตัวเลขออกมาว่า ปีนี้น่าจะขายกันได้อยู่ที่ 850,000 คัน แม้ว่าครึ่งปีแรกจะได้ไม่ถึง 400,000 คันก็ตาม ค่ายเล็กๆ ก็บอกว่าน่าจะ 800,000 + แต่ไม่รู้เท่าไร ส่วนพี่ใหญ่ค่ายสำโรง เปิดโผมาทันทีว่าปีนี้น่าจะขายได้ไม่เกิน 800,000 คัน เป็นผลจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงจำกัด รวมถึงความกังวลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทำให้ภาคครัวเรือนและภาคเอกชนระมัดระวังในการใช้จ่ายและการลงทุน

นั่นคือมุมมองของนักการตลาดค่ายรถยนต์ มาลองดูตัวเลขอื่นๆ ที่น่าจะบ่งชี้แนวทางกันบ้าง อันแรกเป็นของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ระบุว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน เหตุเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ ยังคงเพิ่มแรงกดดันต่อภาวะการครองชีพของภาคครัวเรือน ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน ในเดือน มิย. ที่ปรับตัวลงมาที่ระดับ 43.8 ต่ำสุดในรอบ 11 เดือน พร้อมๆ กับดัชนีคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งลดลงต่อเนื่องมาที่ระดับ 45.2 ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน

นอกจากนั้น ผลสำรวจภาวะการครองชีพล่าสุดในเดือน มิย. 2558 ยังสะท้อนว่า บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชนยังน่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางต่อเนื่อง เพราะครัวเรือนในหลายภาคส่วน ล้วนมีความกังวลมากขึ้นต่อทุกๆ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ราคาสินค้า รายได้ เงินออม รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน

ขณะที่สถานการณ์รายได้ของเกษตรกรยังคงน่าเป็นห่วง โดยมีอัตราการขยายตัวอยู่ในแดนลบต่อเนื่อง หรืออาจหดตัวถึง 17.9 % เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่หดตัว 6.0 % จากการที่เกษตรกรยังคงต้องเผชิญกับแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรหลักอย่างข้าว และยางพารา ที่ยังไม่ฟื้นตัวนัก ผนวกกับความรุนแรงของวิกฤติภัยแล้งในปีนี้ที่อาจลากยาวกว่าที่คาดการณ์ไว้ และภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น ซึ่งอาจยิ่งกดดันกำลังซื้อ และการบริโภคของเกษตรกร ตลอดจนกระทบต่อธุรกิจที่อาศัยกำลังซื้อจากกลุ่มเกษตรกร ทั้งยังส่งผลต่อหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรให้อยู่ในระดับสูง คาดว่าในปี 2558 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนภาคเกษตรต่อจีดีพีภาคเกษตรของไทย จะยังคงร้อนแรงอยู่ที่ราว 84.7 % เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ 77.6 %

หันมาดูสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ไทย ช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวได้เพียง 3.63 % ชะลอลงจากปี 2557 ที่โต 4.10 % และต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะเติบโตได้ประมาณระดับ 4.0 % เป็นผลทั้งจากความระมัดระวังในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อควบคุมคุณภาพหนี้ และการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้ในระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ซึ่งลดทอนการเติบโตของเงินให้สินเชื่อสุทธิ นอกจากนั้น ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สองที่ยังไม่ฟื้นตัว ทั้งการบริโภค การลงทุน และการส่งออก ก็มีผลกดดันต่อการเบิกใช้สินเชื่อของภาคเอกชนด้วยเช่นกัน

คงไม่ต้องไปหาตัวเลขของไฟแนนซ์ในรอบครึ่งปีแรกก็ได้ เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นพันธมิตรกับธนาคารพาณิชย์กันอยู่แล้ว ทำให้พอมองออกว่า ทำไมถึงได้อนุมัติสินเชื่อกันได้ยากเย็นเหลือเกิน เพราะธนาคารพาณิชย์เอง ก็ต้องควบคุมคุณภาพหนี้ กระทบไปถึงการอนุมัติสินเชื่อเช่นกัน

ส่วนแนวโน้มสภาพคล่องในงวดครึ่งปีหลังนั้น คาดว่าอาจมีโอกาสตึงตัวขึ้นได้อีกเล็กน้อย ทั้งนี้คงต้องจับตาพัฒนาการของหลายปัจจัย ทั้งทิศทางของสินเชื่อในช่วงหลังของปี ซึ่งผูกโยงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงความต้องการระดมทุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ และความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐ ฯ ใกล้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะเป็นผลกระเทือนมาถึงบ้านเราได้ในไม่ช้า

ก็น่าจะยอมรับกันได้ว่าส่งผลมาถึงวงการรถยนต์บ้านเราแน่นอน จากที่เคยประเมินกันว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตจากหลายปัจจัย ตั้งแต่ราคารถยนต์ในปีหน้า จะต้องปรับเพิ่มตามอัตราภาษีใหม่ ที่คิดจากค่าไอเสียของรถแต่ละคัน ซึ่งแน่นอนว่ารถกระบะขึ้นราคาแน่นอน คุยกันเอาไว้ว่าน่าจะปรับราคากันตั้งแต่ราว 25,000-140,000 บาท แล้วแต่รุ่น

ไม่ต้องไปถามโหรที่ไหนก็บอกได้เลยว่า มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม นี้ ยอดจองถล่มทลายอีกแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2558
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7tHk0

Follow autoinfo.co.th