บทความ

AUDI A4/A4 AVANT เปิดตัวรถใหม่รุ่นที่ 5 ตัวถังลื่นลมสุดสุด


AUDI A4/A4 AVANT
เปิดตัวรถใหม่รุ่นที่ 5 ตัวถังลื่นลมสุดสุด

เยอรมนี-รถสายพันธุ์เยอรมันอีกแบบหนึ่งที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายเดือนมิถุนายนของปีแพะบ้า คือ

เอาดี เอ 4 (AUDI A4) และ เอาดี เอ 4 อาวันท์ (AUDI A4 AVANT) รถเก๋งระดับหรูขนาดเล็กกะทัดรัดซึ่งเป็นคู่กัดโดยตรงกับ เมร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ C-CLASS) ของค่าย “ดาวสามแฉก” และ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-3 (BMW 3-SERIES) ของค่าย “ใบพัดเครื่องบินสีฟ้าขาว”

เป็นรถรุ่นที่ 5 และเป็นรถรุ่นใหม่แท้อย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า COMPLETELY NEW และเรียกกันในเมืองไทยว่า “ใหม่หมด” เอาดี เอ 4 (AUDI A4) ซึ่งเป็นรถซีดาน มีตัวถังยาว 4.726 ม. กว้าง 1.842 ม. สูง 1.427 ม.และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้าน 0.23 ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกันทุกรุ่นทุกแบบ ส่วน เอาดี เอ 4 อาวันท์ (AUDI A4 AVANT) ซึ่งเป็นรถตรวจการณ์ มีตัวถังยาว 4.725 ม. กว้าง 1.842 ม. สูง 1.434 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.26

หน้าตาและรูปทรงองค์เอวของตัวถังทั้งสองแบบ (ที่นักวิจารณ์รถยนต์บางคนเรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า EVOLUTIONARY NEW LOOK) เห็นได้ชัดว่าเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบที่ค่อนข้างอนุรักษนิยม เพราะเหมือนเอารถรุ่นเก่ามาปัดฝุ่นไม่ใช่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด แม้ว่าค่าย “สี่ห่วง” จะยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เป็นการออกแบบ/พัฒนาโดยใช้ข้อมูลป้อนกลับจากลูกค้า ทั้งในเยอรมนีในสหรัฐอเมริกาและในสาธารณรัฐประชาชนจีน และบอกด้วยว่าชิ้นส่วนตัวถังทุกชิ้นล้วนทำขึ้นใหม่

ที่น่ายกนิ้วให้ก็คือ แม้ว่ามีขนาดตัวถังโตกว่ารถรุ่นเดิมในทุกมิติ แต่รถรุ่นใหม่นี้กลับมีน้ำหนักตัวลดลงมาก (บางโมเดลลดถึง 120 กก.) ทั้งนี้เป็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนชิ้นส่วนหลายชิ้นเป็นชิ้นส่วนอลูมิเนียม ที่ทำได้ดีเช่นกันคือกำลังของเครื่องยนต์ที่ในบางเครื่องเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงซึ่งในบางเครื่องก็สามารถลดได้ถึงร้อยละ 21 นั่นเทียว

ในระยะแรกที่ออกตลาด รถรุ่นใหม่นี้จะมีทั้งแบบขับล้อหน้าแบบขับทุกล้อ (QUATTRO) และจะมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้รวม 7 ขนาด (110 กิโลวัตต์/150 แรงม้า-200 กิโลวัตต์/272 แรงม้า) แยกเป็นเครื่องเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 3 ขนาด และเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 4 ขนาด เครื่องยนต์ที่สะอาดที่สุดและประหยัดเชื้อเพลิงที่สุด คือ เครื่องดีเซลความจุ 2.0 ลิตร ซึ่งมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 3.7 ลิตร/100 กม. หรือ 27.0 กม./ลิตร และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 95 กรัม/กม. ส่วนระบบเกียร์จะมีให้เลือกใช้รวม 3 แบบ คือเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะที่เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่ เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ TIPTRONIC และเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ S TRONIC



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2558
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/0YIVo

Follow autoinfo.co.th