บทความ

ระบบกันสะเทือน เรื่องซับซ้อนที่ต้องเข้าใจ (ตอนจบ)


ชอคแอบซอร์เบอร์ หรือ แดมเพอร์ ในรถของพวกเรา เป็นส่วนที่ถูก “เหมารวม” ให้รับผิดชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับความสะเทือน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงมิได้เป็นเช่นนั้นครับ ถ้าแดมเพอร์ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว เพราะถูกทดลอง ปรับตั้งโดยผู้ที่เข้าใจศาสตร์นี้จริง และมีประสบการณ์มากพอ ยังไม่ได้หมายความว่า รถนั้นจะกันสะเทือนได้ดี นั่ง หรือขับสบายเสมอไปนะครับ ถ้ายังไม่ดีพอ อาจเป็นที่อย่างอื่นครับ

กรณีที่เป็นการสะเทือนอย่างหยาบ หรือ PRIMARY RIDE กันก่อน ถ้าแดมเพอร์ถูกปรับมาดีแล้ว แต่ยังสะเทือน ก็ต้องมาจากความแข็งของสปริงแล้วครับ และไม่จำเป็นต้องเป็นความบกพร่อง หรือผิดพลาดด้วย อาจมีความจำเป็น หรือเหตุผลทางเทคนิค ที่ทำให้ผู้ผลิตรถเลือกใช้สปริงแข็งกับรถของเรา ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ รถสปอร์ทที่เน้นการเกาะถนนทรงตัวในโค้งได้ดีเป็นหลัก ตัวรถจะต้องไม่เอียงมาก เมื่อรับแรงหนีศูนย์ฯ ในโค้ง มิฉะนั้นจะทำให้ผู้ขับรู้สึกไม่มั่นใจ และการยึดเกาะของหน้ายางต้องดีด้วย ถ้าตัวรถเอียงมากเกินไป ล้อก็จะเอียงตามไปด้วย หน้ายางของล้อฝั่งด้านนอกโค้ง ซึ่งต้องรับแรงเหวี่ยงเป็นหลัก จะกดกับผิวถนนไม่ “เต็มหน้า” โดยเฉพาะกับยางหน้ากว้างของรถสปอร์ทกำลังสูง

 

_1459765886

 

มีทางเดียวที่จะป้องกันปัญหาเหล่านี้ครับ คือ การเลือกใช้สปริงแข็ง จะเอาเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่มาแก้ปัญหานี้แทนไม่ได้ เพราะยิ่งเพิ่มขนาด ก็จะทำให้ล้อคู่ที่มันควบคุม ไม่ว่าจะเป็นล้อหน้า หรือล้อหลัง เกาะถนนน้อยลงไปอีก ในทางเทคนิควิศวกรระบบรองรับ จะใช้ขนาดของเหล็กกันโคลง ในการปรับพฤติกรรมในโค้งครับ เช่น ถ้าปรับทุกอย่างดีเต็มที่แล้ว แต่รถยังมีอาการดื้อโค้ง หรืออันเดอร์สเตียร์ ก็จะเพิ่มขนาดเหล็กกันโคลงหลัง เพื่อให้ล้อคู่หลังเกาะถนนในโค้งน้อยลงอีกหน่อย ถ้าเป็นรถเก๋งหรูที่ต้องการและจำเป็นต้องใช้สปริงอ่อน เขาถึงจะใช้เหล็กกันโคลงมาช่วยต้านไม่ให้ตัวรถเอียงมากเกินไปในโค้ง

 

เพราะฉะนั้น ถ้าซื้อรถสปริงแท้ๆ มา แล้วรู้สึกว่ามันไม่ให้ความนุ่มนวลเหมือนที่คาดไว้ เป็นเพราะเขาจำเป็นต้องใช้สปริงแข็งครับ อย่าหวังว่าจะหาแดมเพอร์พิเศษจากไหน มาแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ และถ้ามันเป็นปัญหาใหญ่จริงสำหรับเรา ก็แสดงว่าเกิดความผิดพลาด อย่างสำคัญขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาประจำของคนไทยเรา คือ การซื้อรถโดยไม่ลองขับหรือนั่งดูก่อน เพราะขี้เกียจ มักง่าย ประมาท แล้วค่อยมาหาทางแก้ทีหลัง มันมีเหตุผลทางเทคนิคที่กล่าวมานี้ และแก้ไม่ได้หรอกครับ

 

2012-Honda-Crosstour-EX-suspension

 

สรุปแล้วถ้าเป็นการสั่นสะเทือนอย่างหยาบ แล้วรถนั้นทำหน้าที่ได้ดี เราบอกได้ว่า แดมเพอร์ต้องดี และเหมาะสมแน่ๆ แต่ถ้าสะเทือนเกินไปอาจเป็นเพราะแดมเพอร์ “แข็ง” เกินไป หรืออาจเป็นเพราะส่วนอื่น โดยเฉพาะสปริงก็ได้ และถ้าความสะเทือนอย่างละเอียดไม่ดีเท่าที่ควร โอกาสที่จะเป็นเพราะแดมเพอร์มีน้อยมากครับ ยกเว้นใช้แดมเพอร์แบบปรับได้ แล้วโดนช่างที่ไม่รู้เรื่อง ปรับจนแข็งสุดขีด แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ความสะเทือนอย่างหยาบ มันก็จะเลวร้ายไปด้วย จนเราทนไม่ไหว

 

suspension

 

สรุปแล้วถ้าการกันสะเทือนอย่างละเอียดไม่ดีพอ น่าจะเป็นที่จุดอื่นๆ ที่ผมเคยอธิบายไปแล้ว เช่น ความดันลมยาง เนื้อยางและโครงสร้าง บุช ยางหัวสปริงและแดมเพอร์ โดยเฉพาะด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท

 

เคยมีผู้อ่านที่เป็นสมาชิกประจำนิตยสารนี้มาหลายสิบปี ท้วงมาว่าอ่านเรื่องเทคนิคเข้าใจแล้วก็จริง แต่ยังไม่รู้อยู่ดี ว่ามีแบบที่ดีและแย่ในภาคปฏิบัติหรือเปล่า พูดง่ายๆ ก็คือ ขอที่เป็นของจริงเลยได้ไหม เป็นตัวอย่างที่สัมผัสได้

 

ไม่มีปัญหาครับ เริ่มที่อย่างดีก่อน ที่ให้ความนุ่มนวลไม่ว่าจะเป็น PRIMARY หรือ SECONDARY RIDE และไม่ว่าจะขับบนผิวถนนแบบไหนก็ตาม ก็ยังให้ความนุ่มนวลครบถ้วน ไม่ใช่นุ่มแบบโคลง หรือโยนตัวยวบยาบนะครับ แต่แดมเพอร์จัดการหยุดการเคลื่อนที่แนวดิ่งของตัวถังรถได้อย่างเบ็ดเสร็จ ละมุนละม่อม รวมไปถึงเสียงรบกวนจากยาง และจุดยึดล้อต่างๆ แทบไม่เล็ดลอดเข้ามาถึงห้องโดยสารได้เลย ถ้าให้คำจำกัดความให้สั้นที่สุด ในภาษายุคนี้ ก็คงต้องเรียกว่า ช่วงล่างระดับเทพเป็นของรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ รุ่นล่าสุดที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

 

ไม่ได้แค่อ่าน หรือฟังใครเล่ามานะครับ บังเอิญผมมีโอกาสได้สัมผัสด้วยตนเองมาแล้ว รถที่มีระบบกันสะเทือนระดับโลกอย่างนี้ แม้ไม่ได้ขับหรือนั่ง ถ้ามีประสบการณ์ในการสังเกตรถต่างๆ มาเป็นเวลานาน แค่ขับตามหลัง บนถนนขุรขระรูปแบบต่างๆ สักพัก ก็จะรู้ได้ครับว่าดีเยี่ยม ตัวรถจะเคลื่อนที่ขึ้น/ลงในแนวดิ่งด้วยความเร็วที่มีค่าต่ำ คือ ขึ้น/ลงค่อนข้างช้าเนิบนาบนั่นเอง ระยะที่ตัวรถขึ้น/ลง หรือสวิงจากระดับสถิต หรือระดับขณะจอด ก็มีค่าน้อยมาก และถ้าเราเบนรถของเรามาด้านข้าง เพื่อสังเกตการเคลื่อนที่แนวดิ่งของล้อหลัง จะเห็นว่าค่อนข้างเร็วตามความขรุขระของผิวถนน แต่จะไม่พุ่งขึ้นเร็วจนหน้ายางลอยจากผิวถนน การที่จะปรับแดมเพอร์ให้สมบูรณ์แบบระดับนี้ได้ ไม่สามารถใช้เพียงทฤษฎีล้วนๆ ได้ ทั้งๆ ที่ความรู้ด้านนี้ถูกสั่งสมมาเกือบ 100 ปีแล้ว สุดท้ายแล้วจะต้องใช้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ ความรู้สึกอันละเอียดอ่อน ของทีมวิศวกรที่ทำการทดลอง ปรับแต่ง ทดสอบ กันแรมเดือนครับ ที่มักเรียกกันแบบไม่เคร่ง ว่าเป็นทั้งศาสตร์ และศิลปะ ผสมกันอยู่

 

ถ้าจะเปรียบให้พอเข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็น่าจะทำนองเดียวกับการปรุงอาหารชั้นยอด เราอาจมีตำราหรือ “สูตร” ชั้นดี หาวัตถุดิบชั้นยอด หมดทุกอย่าง รวมทั้งเครื่องปรุงเครื่องครัวชั้นยอด ก็ยังไม่สามารถปรุงอาหารระดับสูงได้ ยังต้องอาศัยตัวแปรสุดท้าย ซึ่งสำคัญที่สุด ซึ่งก็คือ พ่อครัวแม่ครัว ฝีมือเยี่ยม มีทั้งพรสวรรค์ และประสบการณ์ยาวนาน มา “ลงมือ” เพื่อให้ได้อาหารอร่อยขั้น “เทพ” ครับ

 

แล้วแบบแย่ล่ะ ไม่ต้องเสียเวลานึกครับมีค่อนข้างมาก ที่เห็นชัดๆ ก็คือ บแรนด์ยอดนิยมพยัญชนะ ต. รุ่น ว. ที่เพิ่งตกรุ่นไป (เป็นตัวอย่างนะครับ เพราะเป็นรุ่นแพร่หลายที่ผมเคยลองขับ) ลองขับและลองนั่งดูแล้ว ทึ่งจริงๆ ครับ ในความห่วย เพราะใช้แดมเพอร์ที่เลือกใส่มาให้ โดยที่ไม่มีใครใส่ใจในเรื่องคุณภาพ สมรรถนะ คือ ไม่ได้มีความถูกต้องเหมาะสมอะไรเลย โดยเฉพาะสภาพถนน คือ เอาให้ความหนืดมันสูงเข้าไว้ ทั้งตอนดันและตอนคลาย อย่างไรเสีย เวลาขับความเร็วสูงมันก็ยังคง “ใช้ได้” แต่การใช้งาน “ในเมือง” ตัวรถ (พร้อมคนในรถ) จะถูกดีดขึ้น ด้วยอัตราเร่งที่สูงมาก เมื่อตัวรถผ่านจังหวะที่ถูกดีดรุนแรงมาแล้ว ขณะเคลื่อนที่ลงแนวดิ่ง แทนที่สปริงจะคลายตัว ดันล้อให้ลงตามผิวถนนได้ทัน และพยุงตัวรถไว้ไม่ให้ “ตก” ลงมาต่อ ก็กลับถูกความหนืด ของแดมเพอร์ในจังหวะคลาย หรือ REBOUND ต้านเอาไว้ด้วยแรงที่มากเกินไป ตัวรถจึงเคลื่อนที่เลยลงมา จนสปริงและแดมเพอร์ต้องรับในจังหวะดัน หรือ COMPRESSION และก็รับด้วยแรงที่สูงเกิน ซึ่งกล่าวมาแล้วตอนต้น กลายเป็น “วงจนอุบาทว์” ทำร้ายผู้ขับและผู้โดยสารอยู่ตลอดเวลา

 

guy-fixing-car

 

ในวงการผู้ผลิตรถ เขาถือกันว่าระบบกันสะเทือนเช่นนี้ มาจากทีมพัฒนาช่วงล่าง ที่ขี้เกียจ “ทำการบ้าน” ผมลองให้ผู้ชายอายุน้อย ที่คุ้นกับช่วงล่างสปอร์ทเป็นอย่างดี มานั่งรถรุ่นที่ว่านี้ดู คำตอบของเขา เมื่อเสร็จสิ้นการลองนั่งครึ่งชั่วโมง คือ “อย่างผมนี่ยังแทบอ้วก” ผมลองหาเหตุผลและสังเกตการณ์มาหลายปีแล้ว ได้คำตอบว่า มันคือการเอาเปรียบลูกค้าในรูปแบบหนึ่ง ด้วยความคิดเย่อหยิ่ง (พร้อมการลดต้นทุนในการทดลอง การปรับละเอียด) ว่าถึงห่วยก็ยังหลอกขายลูกค้าที่ไม่มีโอกาสเปรียบเทียบได้อยู่ดี

 

สำหรับบางคน มันเป็นรถใหม่ (หรือใช้แล้ว) คันแรกในชีวิต บางคนเปลี่ยนจากกระบะ บางคนเปลี่ยนมาจากรุ่นก่อน ซึ่งก็ห่วยเหมือนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้ ว่าแม้จะเป็นรถขนาดเล็กก็ควรมีระบบกันสะเทือนที่ให้ความสบายเพียงพอ ใครที่เคยถูกล้างสมองมานาน ว่า “ยิ่งแข็ง ยิ่งเกาะ” ผมขอให้เอาความคิดนี้ออกไปจากสมองได้เลยครับ

 

อีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือ เนื่องจากไม่มีโอกาสเปรียบเทียบ ว่าช่วงล่างที่ให้ความสบายเหมาะสมนั้น เป็นอย่างไร ลูกค้าส่วนใหญ่จึงขาดความรู้ในการประเมินสมรรถนะของระบบรองรับ ส่วนใหญ่จะหวงประเด็นไปว่าระบบรองรับที่มีสภาพสมบูรณ์ ไม่ส่งเสียงคลอนเมื่อตกหลุมหรือขับบนถนนผิวขรุขระมากเป็นช่วงล่างที่ดีพอแล้ว ไม่ใช่นะครับ นี่แค่เป็นเงื่อนไขแรกของรถใหม่ มันต้องแน่นและเงียบอยู่แล้ว ตามประสารถใหม่ แต่ต้องให้ความรู้สึกดี ด้านการสะเทือนต่อเราด้วย

 

แล้วผู้บริโภคอย่างพวกเรา ควรปฏิบัติอย่างไร ต้องพัฒนาเอง ให้เป็นผู้บริโภคที่มีความรู้ครับ รู้จักเลือกซื้อของดี ให้สมกับราคา สมกับมูลค่าเงินที่พวกเราหามาด้วยความเหนื่อยยาก เพราะเราไม่ได้เอา “เงินห่วย” หรือ เงินปลอม ไปจ่ายค่ารถนะครับ แต่ในมุมกลับ ถ้ามีความรู้ด้านนี้แล้ว แต่ในระดับราคาที่เหมาะกับงบประมาณของเรา มันพร้อมใจกันทำแต่ช่วงล่างห่วยหมดทุกรายล่ะ ?

 

เพราะฉะนั้นมันเป็นทั้งหน้าที่ และเป็นเหตุผลทางการตลาด เป็นทั้งชื่อเสียงในอนาคตทั้งระยะสั้นและยาว ที่ผู้ผลิตรถจะต้องให้รถสมรรถนะที่สมราคาแก่ลูกค้า ใครพร้อมก็เริ่มก่อนเลยครับ เอาตัวอย่างที่ดีของรถอื่นมาเป็นมาตรฐาน เพื่อเปรียบเทียบได้เลยอย่าง โฟล์คสวาเกน กอล์ฟ หรือ โพโล หรือ เปอโฌต์ รุ่น 208 และ 308 ด้วยก็ได้

 

ถ้าเราพิจารณาข้าวของเครื่องใช้ ทั้งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันและที่ไม่จำเป็น ของเล่น เครื่องประดับ เราจะเห็นว่าคุณภาพของมัน มีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคา (หรือต้นทุนในการผลิต แม้จะมีสัดส่วนกำไรสูงมากก็ตาม) เช่น ถ้าใช้วัสดุแข็งแรง ทนทาน หรือหายาก ใช้ฝีมือสูงในการผลิต ต้องใช้เวลาประดิษฐ์ประดอย กว่าจะได้แต่ละชิ้น ราคาจึงต้องสูงตาม แต่การกันสะเทือนของรถ ไม่เข้าเกณฑ์นี้เลยครับ สปริงและแดมเพอร์ ที่กันสะเทือนได้ดี กับแบบที่ห่วย ต้นทุนแทบไม่ต่างกันครับ (ยังไม่คำนึงถึงอายุใช้งาน) มันขึ้นอยู่กับการคำนวณ การเลือกความแข็ง และรูปแบบของสปริงที่ควบคุมการไหลของน้ำมันในกระบอกแดมเพอร์ ขนาดรูที่ให้น้ำมันไหลผ่าน เป็นงานที่มีต้นทุนจากบุคลากรที่เชี่ยวชาญ เวลาที่ใช้ในการทดลอง ทดสอบ ปรับละเอียด (FINE TUNNING) ไม่มีใครมีสิทธิ์อ้างว่า “อย่าเอาช่วงล่างห่วย มาให้พวกเราใช้”



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา ตัณฑเศรษฐี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2559
คอลัมน์ : รอบรู้เรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/KvOub

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใครเกลียด
ขับเคลื่อนล้อหน้า
จงหวงแหนถนนของพวกเรา
ระบบเบรค ถ้าไม่ตรวจอาจดับได้
ยิ่งเบรคเร็ว ยิ่งปลอดภัย
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
22 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th