บทความ

MERCEDES-AMG GT ROADSTER/GT C ROADSTER


เยอรมนี-ค่าย “ดาวสามแฉก” เอาใจคนรักรถเร็วรถแรง และไม่เกี่ยงราคา เปิดตัวรถสปอร์ทซูเพอร์คาร์ 2 โมเดลใหม่ คือ เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที โรดสเตอร์ (MERCEDES-AMG GT ROADSTER) และ เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที ซี โรดสเตอร์ (MERCEDES-AMG GT C ROADSTER) ทั้งคู่เป็นรถเปิดประทุนที่ติดตั้งประทุนหลังคาแบบอ่อนเปิด/ปิดโดยการกดปุ่ม มีกำหนดออกจำหน่ายก่อนสิ้นปี 2016

 

จากที่มีรถให้เลือกอยู่แล้วรวม 3 โมเดล คือ เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที (MERCEDES-AMG GT) เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที เอส (MERCEDES-AMG GT S และ เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที อาร์ (MERCEDES-AMG GT R) ซึ่งล้วนเป็นรถคูเป เมื่อกลางเดือนกันยายนที่เพิ่งผ่านพ้นไปนี้เอง ยอดผู้ผลิตรถหรูของเมืองเบียร์ก็ขยายกองทัพรถสปอร์ทซูเพอร์คาร์ติดตราดาว โดยเพิ่มรถให้ลูกค้ากำลังเงินสูงได้เลือกอีก 2 โมเดล เป็นรถแรงที่วิ่งเร็วกว่า 300 กม./ชม. ทั้ง 2 โมเดล

 

โมเดลแรก คือ เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที โรดสเตอร์ (MERCEDES-AMG GT ROADSTER) ติดตั้งเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 3 สูบ 3,982 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 350 กิโลวัตต์/476 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์คลัทช์คู่ AMG SPEEDSHIFT DCT7 มีโหมดการขับให้เลือก 4 แบบ คือ COMFORT-SPORT-SPORT PLUS-INDIVIDUAL อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 302 กม./ชม. และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 219 กรัม/กม.

 

อีกโมเดล คือ เมร์เซเดส-เอเอมจี จีที ซี โรดสเตอร์ (MERCEDES-AMG GT C ROADSTER) ติดตั้งเครื่องยนต์บลอคเดียวกันระบบเกียร์ชุดเดียวกัน แต่ปรับแต่งเครื่องยนต์จนกำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 410 กิโลวัตต์/557 แรงม้า ที่ 5,750-6,750 รตน. และเพิ่มโหมดการขับอีก 1 โหมดคือ RACE ผลลัพธ์ คือ ตัวเลขเปลี่ยนไปเยอะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ลดลงเป็น 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุดเพิ่มเป็น 316 กม./ชม. ส่วนอัตราคาร์บอนไดออกไซด์ คือ 259 กรัม/กม.

 

เช่นเดียวกับรถสปอร์ทเปิดประทุนระดับซูเพอร์คาร์รุ่นก่อน คือ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลเอส เอเอมจี โรดสเตอร์ (MERCEDES-BENZ SLS AMG ROADSTER) ที่เลิกผลิตไปแล้ว รถใหม่ 2 โมเดลนี้ เป็นรถขับล้อหลัง ติดตั้งประทุนหลังคาแบบอ่อน ทำจากผ้าแฟบริค 3 ชั้น มีโครงทำจากอลูมิเนียมแมกนีเซียมและเหล็กกล้า มีสีให้เลือก 3 สี คือ สีดำ สีแดง สีครีม ส่วนระบบเปิดปิดโดยการกดปุ่มใช้เวลาประมาณ 11 วินาที และทำงานได้เมื่อรถวิ่งไม่เร็วกว่า 50 กม./ชม.

 

ยังไม่มีการระบุราคาค่าตัว ซึ่งคงต้องสูงกว่ารถคูเปแน่นอน ทราบกันแต่เพียงว่าตัวจริงเสียงไม่จริงมีกำหนดอวดตัว “ครั้งแรกในโลก” ที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสตอนปลายเดือนตุลาคม 2016



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2559
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/h7x8C

Follow autoinfo.co.th