บทความ

รถไฟฟ้าก็ต้องการโรดแมพ


ช่วงนี้คนที่เกาะติดกระแสในโซเชียลมีเดีย จะเกิดมโนตรงกันว่า ถึงเวลาที่เมืองไทยควรเตรียมตัวเข้าสู่สังคมรถยนต์ไฟฟ้ากันได้แล้ว มิเช่นนั้นจะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลังไกลปืนเที่ยงกันเลยทีเดียว

 

กระแสดังกล่าวเป็นมุมมองของผู้บริโภค ซึ่งคงตื่นเต้นกับข่าวสารรถไฟฟ้าในต่างประเทศที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เลยมองเห็นแต่ข้อดีของรถไฟฟ้า ว่าทั้งประหยัด และลดมลพิษ

 

ภาครัฐของเราพอโดนกระแสกดดันจากโซเชียลมีเดีย ก็เกิดอาการ “ตื่นตัว” ออกมาตรการต่างๆ มาสนับสนุนการผลิตและการใช้รถไฟฟ้า โดยตั้งเป้าว่าในปี 2579 บ้านเราจะต้องมีรถไฟฟ้าวิ่งบนท้องถนน 1.2 ล้านคัน พร้อมประหยัดการใช้พลังงานลง 30 %

 

ตอนนี้ เรื่องของรถไฟฟ้าจึงดูเร่งร้อนเร่งรัดกว่าที่ควรเป็น ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์ไม่พึงประสงค์ ฉะนั้น ทุกฝ่ายควรชะลอฝีเท้าลง และมองเรื่องนี้ในมุมที่กว้างกว่าเดิม โดยไม่ยึดติดกับกระแสโลกมากเกินไป

 

ก่อนที่เราจะก้าวสู่สังคมรถไฟฟ้า ผมคิดว่าเรามีเรื่องต้องพิจารณาดังนี้

 

1. ประเทศเราพร้อมจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอหรือยัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในเมื่อ “ถ่านหิน” เราไม่เอา บอกว่าเป็นพลังงานสกปรก “พลังน้ำ” เราไม่ชอบ บอกว่ามันทำลายต้นไม้ และรบกวนวิถีชีวิตของสัตว์ป่า “พลังนิวเคลียร์” เราไม่รับ บอกอันตราย “พลังลม-พลังแสงอาทิตย์” ก็ลงทุนสูงเกินไป ได้ยังไม่คุ้มเสีย ฯลฯ

 

2. การได้มาซึ่งพลังงานไฟฟ้า อาจหมายถึง “การย้ายปัญหา” คือ ย้ายเอา “ความสกปรก” จากถนนในเมืองใหญ่ไปไว้ที่โรงงานไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด มันยุติธรรมดีแล้วหรือ !?!

 

3. ประเทศเราส่งเสริมการผลิต “ยานยนต์สันดาปภายใน” มาเป็นเวลาร่วมครึ่งศตวรรษ จนได้รับการขนานนามเป็น “ศูนย์ผลิตยานยนต์ (สันดาปภายใน) แห่งเอเชีย” มี “เพื่อนเก่า” จากมิตรประเทศมาลงทุน ทั้งที่ตั้งโรงงานเอง ร่วมหุ้นกับเรา และจ้างเราผลิตยานยนต์มากมาย เพื่อใช้ในประเทศ และส่งออกขายทั่วโลก รวมไปถึงการก่อตั้งอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วน ป้อนให้หน่วยการผลิตในประเทศ และส่งออก ทำรายได้มหาศาล

 

ดังนั้น ถ้าเราจะเอื้อประโยชน์ให้ “เพื่อนใหม่” มาผลิตรถไฟฟ้าราคาถูก ขายแข่งกับ รถสันดาปภายในของ “เพื่อนเก่า” มันก็คล้ายกับเราหยิบยื่น “อาวุธ” ให้ “เพื่อนใหม่” มาใช้ประหัตประหาร “เพื่อนเก่า” ในบ้านเราเอง แล้วต่อไปเราจะหาเพื่อนที่ไหนได้ แม้แต่ “เพื่อนใหม่” ก็เถอะ เห็นเราทำแบบนี้กับ “เพื่อนเก่า” คงอดกลัวไม่ได้ว่า วันหนึ่งข้างหน้าเขาอาจจะโดนกระทำเช่นเดียวกัน

 

ข้อ 1 และ 2 เป็นหน้าที่ของภาครัฐโดยตรง ส่วนข้อ 3 ผมเห็นด้วยกับท่านนายกฯ ที่ให้สัมภาษณ์ว่า รถไฟฟ้าจะต้องไม่มาทำลายตลาดของพโรดัคท์แชมเพียนที่เราส่งเสริมอยู่ทั้ง พิคอัพ และอีโคคาร์

 

ยิ่งถ้าจัดให้เป็นไปตาม “สเตพ” ที่ “พี่ใหญ่” โตโยตา บอกได้ยิ่งดี นั่นคือ ค่อยๆ พัฒนาตามขั้นตอนจาก “สังคมสันดาปภายใน” เป็น “สังคมไฮบริด” เป็น “สังคมพลัก-อิน ไฮบริด” แล้วถึงค่อยเลือกว่า จะก้าวเข้าสู่ “สังคมไฟฟ้า” หรือ “สังคมไฮโดรเจน” อีกทีหนึ่ง

 

พูดง่ายๆ คือ ขอเวลาให้ “เพื่อนเก่า” ได้ทำ SOFT LANDING เปลี่ยนจาก “สังคมสันดาปภายใน” ที่ทั้งพวกเขา และพวกเราในเมืองไทยคุ้นเคยกันมานาน เป็นสังคมใหม่ แบบค่อยเป็นค่อยไป

 

ผมเติบโต ทำมาหากินอยู่ใน “สังคมสันดาปภายใน” มาทั้งชีวิต กำลังยืนอยู่ตรงกลางของปัญหานี้ และเข้าใจวิธีคิดของสังคมทั้งสองด้าน จึงอยากขอร้องให้ฝ่าย “ผู้บริโภค” ใจเย็นอีกนิด

 

ส่วนฝ่ายรัฐ ซึ่งถนัดทำ “โรดแมพ” ก็ช่วยคิดวาง “โรดแมพ” สวยๆ ให้พวกเราก้าวสู่สังคมรถไฟฟ้าแบบปรองดอง และสมานฉันท์ด้วยเถอะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Dh50d

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th