บทความ

มาตรฐานใหม่ของยานยนต์ไทย


หลังจากปิดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31” ไปอย่างสวยงาม เราก็เริ่มมองไปข้างหน้าถึงงานครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นตอนต้นเดือนธันวาคม 2558 โดยขั้นตอนแรกสุด ได้แก่ การกำหนดแนวคิดของงาน ซึ่งจะเป็นตัวควบคุมทิศทางการจัดงาน รวมถึงการประชาสัมพันธ์งานตลอดปี

หลายคนคงยังไม่ทราบว่า “แผนแม่บทอุตสาหกรรมยานยนต์ พศ. 2555-2559” มีเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งอยู่ที่การพัฒนายานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน มีกระบวนการผลิตที่สะอาดมีมาตรฐานมลพิษ และความปลอดภัยระดับสูง เพื่อให้เป็นไปตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก รวมถึงแนวโน้มการแข่งขันในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายดังกล่าว นำไปสู่การกำหนด “มาตรฐานใหม่” ของยานยนต์ไทยที่แสดงความเอาใจใส่ต่อสภาพแวดล้อมของโลก อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมีทั้งมาตรฐานที่จะนำมาใช้ในอนาคต และมาตรฐานที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

โดยในอนาคต กรมควบคุมมลพิษ วางแผนจะบังคับใช้มาตรฐานไอเสียระดับยูโร 6 กับรถยนต์ใหม่ตั้งแต่ปี 2563 ส่วนรถจักรยานยนต์ ต้องผ่านมาตรฐานยูโร 5 ขณะที่มาตรฐานของน้ำมันเชื้อเพลิงก็ต้องสอดคล้องกัน โดยจะลดกำมะถันเหลือเพียง 10 พีพีเอม หรือ ลดลงถึง 5 เท่าจากปัจจุบัน

โครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากลเฟส 2 หรือ “อีโคคาร์ 2” ก็ต้องผ่านมาตรฐานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้นเช่นกัน ได้แก่ มาตรฐานมลพิษ ยูโร 5 และอัตราการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่เกิน 100 กรัม/กม.

ยิ่งกว่านั้น ผู้ผลิตยังต้องยกระดับมาตรฐานการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ในรถยนต์นั่ง และรถกระบะ เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์โครงสร้างใหม่ที่กำหนดบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป

ทั้งนี้เนื่องจาก โครงสร้างภาษีใหม่จะพิจารณาจัดเก็บจากอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของรถยนต์ แทนการจัดเก็บตามปริมาณความจุกระบอกสูบ โดยรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อย จะเสียภาษีต่ำกว่ารถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มาก

ตัวอย่าง เช่น รถยนต์นั่งขนาดต่ำกว่า 3,000 ซีซี หากปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่า 150 กรัม/กม. จะเสียภาษีร้อยละ 30 แต่ถ้าปล่อยมากกว่านั้นจะต้องเสียภาษีร้อยละ 35 ถึงร้อยละ 40

ส่วน อีโคคาร์ ถ้าปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่า 100 กรัม/กม. เสียภาษีเพียงร้อยละ 14 เกินกว่านั้นเสียร้อยละ 17

ดังนั้น เพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพัฒนาไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก พร้อมสร้างสรรค์ยานยนต์ยุคใหม่ที่สะอาด ประหยัด และปลอดภัย เราจึงกำหนดแนวคิดของงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 32” ว่า “มาตรฐานใหม่ ยานยนต์ไทยใส่ใจโลก”

และผมขอกระซิบบรรดานักชอพให้เตรียมหยอดกระปุกกันแต่เนิ่นๆ ได้เลย เพราะภาษีใหม่จะทำให้รถบางประเภทมีราคาสูงขึ้นในปี 2559 ฉะนั้น แคมเปญ “ราคาก่อนภาษีใหม่” ต้องมีแน่นอน ส่วนรถที่ค่าตัวจะถูกลง ผู้ผลิตก็คงเตรียมแคมเปญ “ไม่ต้องรอภาษีใหม่” ไว้แล้วตามประสาคนอยากขาย



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2558
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RgpZV

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th