บทความ

เปลี่ยนน้ำมันเพาเวอร์ ใครก็ทำได้ แค่ระวังเลอะมือ !


ใครที่ยังใช้พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิคอยู่ ต้องดูแลเปลี่ยนถ่ายน้ำมันตามระยะเวลา DIY…คุณทำเองได้ ฉบับนี้ มีวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ แบบง่ายๆ มาฝาก

พวงมาลัยเพาเวอร์ มี 2 แบบ

พวงมาลัยเพาเวอร์ มีระบบช่วยทดกำลังการหมุนพวงมาลัย ทำให้บังคับทิศทางรถได้ง่ายขึ้น (ทุ่นแรงหมุน) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

 

แบบไฮดรอลิค หลักการทำงานจะมีปั๊มเพาเวอร์ เป็นตัวสร้างความดันให้น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์หมุนเวียนภายในระบบ เมื่อเร่งเครื่อง พูลเลย์จะหมุนตามการทำงานของเครื่องยนต์และส่งต่อมายังสายพาน ไปหมุนปั๊มเพาเวอร์ และหมุนเวียนไปยังลูกสูบพวงมาลัยเพาเวอร์ (POWER CYLINDER) ดันน้ำมันไปตามทิศทางการหักเลี้ยว จึงทำให้ผ่อนแรงบังคับเลี้ยวได้

 

แบบไฟฟ้า มักติดตั้งอยู่ในรถรุ่นใหม่ๆ (ไม่ต้องใช้น้ำมันเพาเวอร์) โดยมีกล่องควบคุมอีเลคทรอนิค คอยสั่งงานไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเป็นตัวช่วยผ่อนแรง และปรับการหมุนของพวงมาลัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามสภาวะการขับขี่ เช่น การเลี้ยว ใช้ความเร็วต่ำ หรือความเร็วสูง

 

 

ตรวจเชคได้ง่าย สบายแรง

การบำรุงรักษาระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ แบบไฮดรอลิค ไม่ยาก ให้ตรวจเชคระดับน้ำมันในกระปุกน้ำมันเพาเวอร์ที่ห้องเครื่องยนต์ ซึ่งมีระดับหรือก้านวัดบอกปริมาณน้ำมันไว้อย่างชัดเจน โดยใช้คำว่า COLD-HOT หรือ MAX-MIN

 

หากวัดขณะเครื่องยนต์เย็น น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ต้องอยู่ในระดับ “COLD” ถ้าวัดในขณะที่เครื่องยนต์กำลังร้อนต้องอยู่ที่ขีด “HOT” ถ้าน้ำมันพร่อง ไม่ได้ระดับ สามารถเติมน้ำมันลงไปที่กระปุกได้เลย หรือหากระดับน้ำมันเกินก็ให้ถ่ายออก ตามวิธีที่เราแนะนำ (ถ่ายออกตามปริมาณที่เกิน)

 

รถที่ยังอยู่ในระยะที่รับประกัน แนะนำให้เข้าไปเปลี่ยนถ่ายที่ศูนย์บริการ ส่วนรถที่พ้นระยะเวลารับประกันแล้ว ก็หาซื้อน้ำมันมาเปลี่ยนถ่ายเองได้เลย ตามระยะทาง หรือเวลาที่คู่มือระบุไว้

 

 

ใช้ให้เป็น ช่วยยืดอายุการใช้งาน

 

cara_mengemudi

 

เวลาเลี้ยวรถ หลีกเลี่ยงการหมุนพวงมาลัยจนสุดค้างไว้เป็นเวลานาน เพื่อไม่ให้มอเตอร์ทำงานหนัก หรือลดการปั๊มน้ำมันในระบบไฮดรอลิค หากรถจอดอยู่ ไม่ควรหมุนพวงมาลัยโดยทันที ให้รถเคลื่อนที่เล็กน้อย แล้วค่อยหมุนพวงมาลัย เพราะระหว่างการหมุนพวงมาลัย ล้อและยาง จะมีแรงเสียดทาน หรือแรงฝืนอย่างมาก ทำให้อุปกรณ์มีความร้อนสูงจนได้รับความเสียหาย หรือชุดปั๊มเพาเวอร์อาจรั่ว เพราะมีแรงดันน้ำมันมหาศาล

 

 

พวงมาลัยหนักกว่าปกติ ต้องตรวจเชค

 

causes-grinding-noise-turning-steering-wheel_127db42a0c847f3

 

– ระดับน้ำมันต่ำเกินไป ควรเติมให้อยู่ในระดับปกติ

– ใช้น้ำมันผิดประเภท ที่มีค่าความหนืดไม่เหมาะสม

– ปั๊มไฮดรอลิคเสีย เมื่อหมุนพวงมาลัยจะมีเสียงดัง

– มอเตอร์ชำรุด (สำหรับพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า) สังเกตได้จากไฟเตือนรูปพวงมาลัยบนหน้าปัด

– อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนในระบบบังคับเลี้ยว อาทิ ลูกหมาก ชำรุดเสียหาย

– ลมยางอ่อน หรือศูนย์ของล้อไม่ตรง

 

 

อุปกรณ์

 

tools

 

1. ถุงพลาสติค และหนังยาง

2. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ (น้ำมันเกียร์) ขนาด 1 ลิตร

3. ถุงมือ

4. ขวดเปล่าขนาด 1.5 ลิตร

5. คีม

 

 

ขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

1. สังเกตที่กระปุกน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ จะมีสายยาง 2 เส้น ให้ถอดสายเส้นที่อยู่ด้านบนออกจากกระปุก

1.

 

 

2. ใช้ถุงพลาสติคหุ้ม ตรงรูกระปุกน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ที่ถอดสายยาง เพื่อไม่ให้น้ำมันไหลออก

2.

 

 

3. นำปลายสาย (เส้นที่ถอด) ใส่ลงไปที่ขวด

3.

 

 

4. สตาร์ทเครื่อง หมุนพวงมาลัยซ้าย/ขวาจนสุด หลายๆ รอบ

4.

 

 

5. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์จะไหลออกมา หมุนพวงมาลัยจนกว่าน้ำมันจะหยุดไหล

5.

 

 

6. ถอดถุงพลาสติค และใส่สายกลับไปยังตำแหน่งเดิมให้เรียบร้อย

6.

 

 

7. เปิดฝากระปุกน้ำมัน เติมน้ำมันลงไปจนถึงระดับ MAX หรือ HOT

7.

 

 

8. หมุนพวงมาลัยซ้าย/ขวา จนสุด หลายๆ รอบ อีกครั้ง เพื่อไล่อากาศออกให้หมด

8.

 

 

9. ถ้าน้ำมันพร่อง ให้เติมน้ำมันลงไปจนกว่าระดับน้ำมันจะคงที่ อยู่ในระดับ MAX หรือ HOT เป็นอันเสร็จ

9.



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพัฒน์ อินทมาตย์
ภาพโดย : สายชล อรรถาเวช
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2559
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mK3tK

Follow autoinfo.co.th