บทความ

หยดหนึ่งแห่งกาลเวลา


ข้าพเจ้าเริ่มรู้จักชื่อเสนีย์ เสาวพงศ์ (ซึ่งเข้าใจว่าเป็นนามจริง) จากหนังสือชื่อ “ชัยชนะของคนแพ้-ไม่มีข่าวจากโตเกียว) ซึ่งเป็นนวนิยายรุ่นบุกเบิกของไทยที่ใช้ฉากต่างประเทศ (ร่วมสมัยกับ “ละครแห่งชีวิต” นวนิยายเลียนชีวิตจริงของ มจ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์) ปักกิ่ง-นครแห่งความหลัง ของ สด กูรมะโรหิต และต่อมาด้วย “ชีวิตไม่มีพรมแดน” ของ วิไล วัชรวัต (นามปากกาหนึ่งของ วิลาศ มณีวัต) ประมาณปี 2493-2494-2495 สมัยเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4-5-6 (ม.1-2-3 ในปัจจุบัน) โดยไม่เคยนึกฝันว่าอีกกึ่งศตวรรษต่อมาจะได้รู้จักตัวจริง ได้นั่งรับประทานข้าว-ได้ฟังท่านคุยอะไรต่างๆ ให้ฟังด้วยตนเอง

จะว่าเป็นความบังเอิญ หรือเป็นโชคดีของข้าพเจ้าก็ได้ เมื่อ (พี่) สุกัญญา ชลศึกษ์ (ที่ใครๆ แทบจะเรียกนามปากกาอันเสมือนตัวจริงของพี่เขา คือ กฤษณา อโศกสิน) ขอให้ข้าพเจ้าทำหน้าที่โฆษก หรือพิธีกรในงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดปีหนึ่ง ในงานนั้น ก่อนและหลังพิธีเป็นทางการ (แบบกันเอง) ข้าพเจ้าคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ยังกับว่าเป็นงานของตนเอง โดยทั้งเล่าเรื่องโจ๊กตามคำเรียกร้องของผู้สนิทสนมในสมาคมนักเขียน ฯ เพราะเหตุนั้น ทำให้นักเขียนคนสำคัญที่พี่สุกัญญา เชิญมาเป็นประธานในงาน-คือ คุณศักดิชัย บำรุงพงศ์-ผู้กำลังจะเกษียณจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหภาพเมียนมาร์ เมื่อกล่าวอำนวยพร หมดพิธีการแล้ว ท่านบอกว่า ท่านได้ฟังเรื่องเล่าต่างๆ จากข้าพเจ้า เรียกเสียงฮาจากผู้มาร่วมงาน ทำให้บรรยากาศเป็นกันเองยิ่งแล้ว ท่านก็ขอเล่าเรื่องโจ๊กบ้าง (ตามแบบฉบับการเลี้ยงในวงการทูต ซึ่งเป็นธรรมเนียมของวงการทูต เมื่อเสร็จพิธีทางการแล้ว สุภาพสตรีจะไปแล้วสนทนาแบบผู้หญิงห้องหนึ่ง และสุภาพบุรุษก็จะคุยกันสนุกสนาน มีการเล่าเรื่องโจ๊ก แต่ท่านบอกว่า โจ๊กของพวกทูตนั้นก็จะเป็นเรื่องขำลึกๆ ขรึมๆ ไม่ใช่ตลกโปกฮา หรือเดอทีโจก) แล้วท่านก็เล่าเรื่องๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นขำขันลึกๆ ท่านสรุปว่า “ผมเรียนแล้วว่าโจ๊กของนักการทูตก็ไม่ขำ ถึงกับหัวเราะก๊าก หรือเป็นเพราะผมเล่าสู้คุณประยอมไม่ได้”

นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้ารู้จักสุภาพบุรุษนักเขียน-นักหนังสือพิมพ์ และนักการทูตซึ่งเป็นบุคคลที่พวกเราในวงการนักเขียนภาคภูมิใจมากที่สุดคนหนึ่ง ผู้มีผลงานบทความ-สารคดีและนวนิยายอันเป็นตำนานนำกำลังในใจในการต่อสู้-ปีศาจ-ความรักของวัลยา ฯลฯ เรื่องสั้นตั้งแต่เรื่องแรกที่สร้างชื่อนามปากกาเสนีย์ เสาวพงศ์ (เตือนตกในทะเลจีน จนกระทั่ง “ทานตะวันดอกหนึ่ง” กระทั่ง คอลัมน์ “หยดหนึ่งแห่งกาลเวลา” อันโด่งในไทยรัฐ ฯลฯ

โดยเฉพาะ ในช่วงประมาณ 5-6 ปีสุดท้ายแห่งชีวิต ท่านและภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก-คุณเครือพันธ์ (ปทุมรส) บำรุงพงศ์ ในฐานะที่ศิลปินแห่งชาติผู้อาวุโสที่รู้สึกซาบซึ้งในวัตรปฏิบัติแห่งชีวิตของกันและกันระหว่างท่านกับอาจารย์ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ด้วยกันว่า “เมื่อไรเด็กสองคนนั้นจะพาเราไปกินข้าวกลางวันกันอีก” เพราะเด็กสองคน คือข้าพเจ้ากับภรรยา (คนหนึ่งอายุ 70 ปี ปลายกับเด็กอายุ 60 ปีปลายๆ) จะนัดกันไปรับประทานข้าวกลางวัน ได้ใกล้ชิด จะเห็นว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษ พูดสนุกด้วยสาระ
จนกระทั่งท่านทูตป่วย ต้องเข้ารักษาตัวข้ามปลายปี 2556 จนถึงปี 2557 นานหลายเดือน หลายครั้งข้าพเจ้ามารับอาจารย์ประคิณไปเยี่ยม ตอนแรกๆภรรยาของท่านก็ไปด้วย จนกระทั่งท่านจากไปเมื่อ 7 กรกฎาคม 2557 โดยที่เราไม่อาจบอกว่าภรรยาที่ท่านทูตถามถึงไปไหน ด้วยความเสียดาย และเสียใจที่ไม่ได้พากันไปเยี่ยมได้อีกแล้ว ข้าพเจ้าเขียนคารวาลัยไว้ดังนี้

“ใบไม้หนึ่งร่วงปลิวพลิ้วชายป่า พงพนามิสะเทือนออกเลื่อนลั่น แต่ต้นใหญ่ไม้แกร่งแห่งวงวรรณ กลับกระเทือนเฟือนสนั่นลั่นปลายฟ้า เธอคือไม้ต้นแกร่งแห่งวรรณศิลป์ ที่หลั่งรินความหมายให้ค้นหา แม้เป็นเพียง “หยดหนึ่งแห่งกาลเวลา” หากเหมือน “ความรักของวัลยา” ค่าอนันต์ เริ่มต้นที่ “โบ้ บางบ่อ” แหล่งก่อร่าง พลันสรรค์สร้างแรงไฟความใฝ่ฝัน ที่หนังสือ “สุวัณภูมิ” ปูมสำคัญ แหล่งเพาะพันธุ์ตำนานอันงดงาม “ชัยชนะของคนแพ้” สรรพ์แง่คิด เริ่มชีวิตเดินทางไกลฝ่าไหน่หนาม เป็น “เสนีย์ เสาวพงศ์” ธำรงนาม คู่สยามตราบนิรันดร์กัลปา/จาก “เดือนตกในทะเลจีน” ถึง “ปีศาจ” คือประกาศสัจธรรมอันล้ำค่า กระทั่งถึง “คนดีศรีอยุธยา” คือ “ทานตะวันดอกหนึ่ง” กล้าท้าตาวัน เก้าสิบหกปีกาลงานหลากหลาย ผ่าน “ชีวิตบนความตาย” คล้ายความฝัน นักการทูต-นักหนังสือพิมพ์-นักประพันธ์ คือหนึ่งหมุดหนึ่งชีวันอันแสนงาม/คือคนแรกแห่งรางวัล “ศรีบูรพา” หนึ่งตำรา “ศิลปินแห่งชาติ” สยาม คือ คนแรก “นักเขียนอมตะ” ประกาศนาม หนึ่งนิยามรางวัล “นราธิป” ทิพธารา/นับแต่หนึ่งวินาทีนี้ต่อไป จะมีใครถาม “อุชเชนี” อีกทีว่า “เมื่อไรเด็กสองคนนั้นจะมา-พาเราไปกินข้าวกลางวันกัน” เมื่อไม้ใหญ่แห่งพนานต์วรรณศิลป์ จำร่วงโรยโบยบินถิ่นสวรรค์ เด็กใดใดในแผ่นดินสิ้นรำพัน ไม่มีวันพรุ่งนี้…นิรันดร !!! (แด่ เสนีย์ เสาวพงศ์ 12 กค. 2461-29 พย. 2557) หยดหนึ่งแห่งกาลเวลา โดย ราตรี ประดับดาว

ศักดิชัย บำรุงพงศ์ 12 (เสนีย์ เสาวพงศ์-โบ้ บางบ่อ สุจริต พรหมจรรยา กรัสนัย โปรชาติ คมณศานติ วัลยา ศิลปวัลลภ หนาน สีมา๑๒๒๒ สีปอยอ่องคำ/นวนิยาย ชัยชนะของคนแพ้ ไม่มีข่าวจากโตเกียว ความรักของวัลยา ปีศาจ คนดีศรีอยุธยา ชีวิตบนความตาย ไฟเย็น ใต้ดาวมฤตยู ดิน-น้ำ-และดอกไม้/เรื่องสั้น อาเคเซียปลายฤดูร้อน เดือนตกในทะเลจีน โพ้นทะเล สู่ฝัน ทานตะวันดอกหนึ่ง ผมเป็นคนโยเดียฯลฯ/เรื่องแปล วาระสุดท้ายของเซวัสโตโปล/สารคดี บัวบานในอะมาซอน เจ็ดแผ่นดิน/คอลัมน์ สมองใหม่ หยดหนึ่งแห่งกาลเวลา



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2558
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8d0yq

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th