บทความ

ผิดด้วยหรือ ที่ฉันขายตัว


อันที่จริง อาชีพหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดของโลก เชื่อกันว่า คือ อาชีพขายตัว อย่างขี้หมาที่สุด ก็เป็นอาชีพที่มีในโลก มาก่อนอาชีพขายเสียง ในระบบเลือกตั้งประชาธิปไตย อาชีพขายตัวเป็นอาชีพโสเภณี ตั้งคำศัพท์นี้ขึ้นมาเพื่อให้เกิดข้อถกเถียงว่า อะไร คือ โสเภณี ก่อนจะก้าวข้ามไปถึง ทำไมต้องโสเภณี

นี่ก็แสดงให้เห็นว่า โลกโซเชียลนั้นอยู่กับโลกเรามาแต่โบราณกาลแล้ว ไม่ใช่เป็นผลพลอยได้จาก ไอโฟน แอพเพิล ที่ถูกกัดกิน

การถกเถียงกัน เป็นบ่อเกิดของวิวัฒนาการนำไปสู่การพัฒนา และนำไปสู่ ความปรองดอง ไม่น่าเชื่อว่า การถกเถียงกันบนโลกใบนี้จะทรงอิทธิพลอย่างยาวนาน

โดยเฉพาะปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศ ก็มักได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการถกเถียงกัน หลังสุดขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้ ปัญหาความไม่สงบในยูเครน ซึ่งมีรัสเซียเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็ได้รับการแก้ไขด้วยการประชุมสุดยอดระหว่าง ผู้นำ 4 ฝ่าย เยอรมนี รัสเซีย ยูเครน และฝรั่งเศส เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน โดยเฉพาะการหยุดยิง ซึ่งตามข่าวก็รายงานว่า สามารถตกลงกันด้วยดี

ขณะที่ในเมืองไทยของเรา กำลังยกร่างรัฐธรรมนูญถึงบทที่ว่าด้วย ความปรองดองของคนในชาติ และอยู่ระหว่างการถกเถียงในรูปลักษณ์ของความปรองดอง โดยเฉพาะ ข้อเสนอให้มีการปิดประตูห้องเถียงกันระหว่าง ผู้นำประเทศ และอดีตผู้นำประเทศ

นี่คือ บริบทของการถกเถียง เหมือนที่ผมพาดหัวเรื่องว่า “ผิดด้วยหรือ ที่ฉันขายตัว”

ซึ่งดูจะคล้ายๆ กับ นิยายที่เขียนจากชีวิตจริงที่ชื่อ “ดิฉันไม่ใช่โสเภณี” เขียนโดย ผกามาศ ปรีชา บุคคลซึ่งเคยร่วมงานมากับผมในโลกหนังสือพิมพ์ และให้เกียรติผมเป็นคนตั้งชื่อเรื่องของหนังสือเล่มนี้

คุณผกามาศ เขียนได้ดี ตรงประเด็น ว่าด้วยเรื่องราวของหญิงสาวชาวไทย ออกไปขุดทองที่เยอรมนี ด้วยแผนการแต่งงานกับชาวเยอรมันเพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นเรซิเดนท์เยอรมัน ตามคำโฆษณาของบริษัทจัดหาคู่ในต่างประเทศ ร่วมชะตากรรมของหญิงไทยในต่างแดนอีกหลายชีวิต

เป็นหนังสือที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในตลาดหนังสือ จนกระทั่ง มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ รับรางวัลพระราชทานไปหลายสาขารางวัล รวมทั้งรางวัลบทประพันธ์ยอดเยี่ยม

อันที่จริง แม้แต่หนังสือที่เป็นเรื่องราวของผู้หญิงขายตัว ก็อยู่กับโลกมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมีเล่ม “ดิฉันไม่ใช่โสเภณี” เป็นเรื่องแรก

ปอล ลาครัวซ์ เขียนเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 1851 เมื่อ 164 ปีที่แล้ว จัดระดับผู้หญิงขายตัว ว่ากระทำความผิดทางด้านประเวณีนอกเหนือสถานภาพชีวิตสมรส เช่นเดียวกับนักเขียนอีกหลายคน รวมทั้ง วอร์ดลอว์ เขียนในปี 1842 ให้คำจำกัดความคำว่า โสเภณี คือ

“การเสพสังวาสที่ผิดกฎหมาย”

จะตีความอย่างไรก็เถอะ เรื่องนี้ ก็มีตัวเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทุกที ตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว จนเรียกกันว่า เป็นการขายตัวซึ่งเปิดกว้าง และไม่รู้จะล้อมกรอบกันอย่างไรในคำจำกัดความของการขายตัว

กระแสสังคมของการขายตัว ยังเป็นที่มาของการวิพากษ์วิจารณ์ว่า หาเหตุผลไม่ได้ว่า ทำไมต้องมีการขายตัว

ทำไม คนเราจึงเลือกทาง การขายร่างกาย เป็นการหารายได้

แล้วกลายเป็น หัวเรื่องสำคัญระหว่างประเทศที่พยายามสร้างมาตรการเข้ม หรือเขียนกฎเหล็ก ภายใต้ชื่อเรื่องว่า “การค้ามนุษย์”

การค้ามนุษย์ เป็นคำที่รุนแรงมาก เพราะโลกไม่มีการค้าทาสเหมือนสมัยไดโนเสาร์ ดังนั้นประชาคมโลกจึงยอมรับไม่ได้ ถ้าจะมีการค้ามนุษย์ หรือการค้าร่างกายของหญิงสาว ความรู้สึกนี้ฝังจิตใจผู้คน ไม่ว่าคนที่เป็นคนในสังคมหรือคนในแวดวงของการขายตัว

มีผู้หญิงขายตัวหลายคน ยินดีเปิดเผยเรื่องราวของตนสู่สาธารณะ เช่นเดียวกับ วิถีทางที่ “ผกามาศ ปรีชา” ถ่ายทอดเป็นตัวอักษรในหนังสือ ชื่อ “ดิฉันไม่ใช่โสเภณี” แม้แต่ในประเทศที่ ศิวิไลซ์ เช่น สหราชอาณาจักร ก็มีผู้หญิงเช่นที่กล่าวถึง

คนหนึ่งใช้นามปากกาว่า “BELLE DE JOUR” ตีแผ่ชีวิตบนประสบการณ์ “ลอนดอน คอลล์ เกิร์ล”

บริบทการขายตัวของผู้หญิงในโลก จึงกลายเป็นประเด็นคำถามของสังคมโลก จุดที่นำมาเถียงกันก็ไม่พ้นประเด็น เกี่ยวกับคุณงามความดีของมนุษย์ทั้งหลายที่ควรประพฤติ ถือว่าการขายร่างกายเป็นสิ่งเลวทรามต่ำช้า

คนที่ขายตัวเองก็ทนไม่ไหว ต้องออกมาเถียงว่า

ดิฉันไม่ได้ขายตัว ดิฉันกำลังประกอบสัมมาชีพเช่นเดียวกับคุณ ดิฉันไม่ได้ขายตัว ทว่าดิฉันขายศิลปะ ความสามารถ

ดังนั้น ดิฉันผิดด้วยหรือที่ขายตัว…โน่น ไปตอบตัวเองให้ได้ก่อน อย่าโกหกตัวเองกับคำถามที่ว่า ปัญหาทางสังคมจะหมดไปจากโลกนี้หรือ ถ้าดิฉันไม่ขายตัว

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของเราวันนี้ ทำงานหนักในคำจำกัดความ แต่การให้คำจำกัดความคำว่า “โสเภณี” ยังหนักหนาสาหัสเหนือกว่าหลายเท่า ไม่งั้น โลกของโสเภณีวันนี้ คงไม่แพร่หลายไปทุกดินแดน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถูกกฎหมาย หรือผิดกฎหมาย

สังคมพยายามเขียนกติกาเพื่อให้มีการยอมรับ อย่างน้อยที่สุด มนุษย์ไม่ควรเป็นสินค้าซื้อขายด้วยวิถีทางบังคับ

นั่นหมายถึง ห้ามการค้าประเวณีและห้ามการค้ามนุษย์ แต่ก็จะมาจนมุมกับคำว่า “สมัครใจ” ไม่มีการบังคับ ซึ่งรู้ยากมากว่า อะไรคือการบังคับ อะไรคือการสมัครใจ

“ไข่แมงดา” หรือ “น้ำพริกแมงดา” บนเมนูวันนี้ อร่อยกว่า “แมงดา” ที่พูดได้ สั่งได้

คนมองโลกสวยก็ยังเถียงไม่เลิกว่า งั้นก็อย่าลามปามบานปลายไปถึง เด็ก ฟังดูก็โลกสวยงามดี แต่ในความเป็นจริง คนเที่ยวผู้หญิงส่วนหนึ่งก็หนีไม่พ้นความใคร่ของตนเอง ที่ต้องการความปลอดภัยในการเสพสังวาสเป็นปฐมบท ก่อนถึงมัจฉิมบทของ “จันดารา”

ประเด็นการขายตัว บานปลายลุกลามไปถึง สิทธิเสรีภาพความเป็นมนุษย์ โลกของการขายตัวเห็นว่า มนุษย์ย่อมมีสิทธิขายการให้บริการ และมีสิทธิในการเลือกซื้อ ถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัวไม่เกี่ยวกับส่วนรวม ตกลงกันระหว่าง 2 ฝ่าย ไม่ถึงระดับการประชุมสุดยอด 4 ฝ่ายที่เมืองหลวงของเบลารุสกรณีความไม่สงบยูเครน

แต่ละประเทศ หนีไม่พ้นปัญหานี้ ไม่ว่า เป็นอาชีพที่ถูกหรือผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะล้อมกรอบ สร้างกำแพงเมืองจีนปิดกั้นแข็งแรงประการใด

หลายประเทศถูกตีตราว่า มีการค้ามนุษย์ แต่ขณะเดียวกันหลายประเทศเหล่านั้น ก็เจริญ งอกงามทางด้านการท่องเที่ยว สร้างรายได้มหาศาลให้กับอาณาจักรของตน

สหราชอาณาจักร ถือว่า เป็นสิ่งไม่ผิดกฎหมาย แต่มีข้อจำกัด เยอรมนี ก็มีบทบัญญัติในเรื่องนี้ ขณะที่ สหรัฐอเมริกา ตีตราว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ผมเคยไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ไปที่นิวยอร์ค ตระเวนไปบนถนนที่ควรเรียกว่า ถนนแห่งความชั่ว WILD STREET มีสารพันความชั่ว มีถั่วทั้งหมด ทั้งสดแห้งเปียกชื้น เรามีคนไทยที่ขับแทกซี เป็นมัคคุเทศก์นำพาเราไปเที่ยวบ้านผู้หญิงขายตัว

เขาพาเราไปที่บ้านหลังหนึ่ง กดสัญญาณ มีเสียงผู้หญิงถามจากข้างใน คนไทยที่ขับแทกซีนำพาเราเที่ยวก็ตอบทันทีว่า

“ไอ แอม จอห์น”

เท่านั้นแหละ เสร็จเรียบร้อยโรงเรียนพวกเรา เข้าไปได้ทั้งหมด เสร็จภารกิจของชายชอบเที่ยว โอเคกันแบบลืมข้อบัญญัติของประเทศไปเลย

เป็นเวลานานมากแล้ว ที่ผมไม่เที่ยวผู้หญิง ว่ากันตามตรงก็นับตั้งแต่ มนุษย์บนโลกใบนี้รู้จักโรคชนิดใหม่ที่ชื่อ “เอดส์” ซึ่งเป็นคำสั่งที่เฉียบขาดสำหรับผมยิ่งกว่า คำสั่งห้ามของเมียที่บ้าน

แต่อาชีพขายตัวก็ยังระเบิดเถิดเทิง แถมยังให้อรรถประโยชน์ ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นพาหะนำความตายมาสู่มนุษย์เพียงอย่างเดียว เพราะช่วยให้มนุษย์รู้จักค้นคิด ครีเอทยารักษาโรคออกมาต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย กำไรไม่รู้เรื่อง ล่าสุดก็อย่างที่ผมรายงานท่านผู้อ่านไปแล้ว คิดค้นกันถึงขนาดที่ว่า ไชโย เราชนะโรคเอดส์แล้ว…!!

บันทึกทั้งหมดวันนี้ เป็นเรื่องขายตัวของมนุษย์ที่เป็นผู้หญิงเท่านั้นนะ…โปรดเข้าใจตามนี้ด้วยขอรับคุณ…!!



------------------------------
เรื่องโดย : ข้าวเปลือก
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2558
คอลัมน์ : ประสาใจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rkVmJ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th