บทความ

แพ้สารพิษตกค้างหรืออาหารเป็นพิษ


ร่างกายของมนุษย์เรา บางครั้งก็ไม่ยอมรับสารแปลกปลอมที่ร่างกายไม่ยอมรับ ซึ่งคิดให้ดีแล้ว มนุษย์ควรจะขอบใจที่ร่างกายไม่ยอมรับสารแปลกปลอมนั้น ถ้ารู้เท่าทันควรช่วยตัวเอง ให้ได้ทันกาล (เว้นแต่เด็กๆ ที่ช่วยตัวเองยังไม่ได้หรือยังไม่เป็น จึงมักจะใช้วิธีบอกเล่าหรือประท้วงด้วยการร้องไห้งอแง ซึ่งพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่ดูแลควรรีบจัดการแก้ไขด้วยความเข้าใจ อย่าให้ช้าไปจนต้องเสียใจ)

 

ข้าพเจ้าเขียนเรื่องนี้เพื่อช่วยเตือนเพื่อนร่วมโลกจะได้มีชีวิตอยู่ดูโลกที่โสภี ด้วยความรื่นรมย์ต่อไป เพราะข้าพเจ้าเพิ่งจะพ้นภาวะที่หมอว่า “อาหารเป็นพิษ” แต่ข้าพเจ้าคิดแย้งในใจ แต่ไม่มีแรงพอจะโต้แย้ง ได้แต่นอนหลับตาฟัง ปล่อยให้หมอพูดและแนะนำพยาบาลปฏิบัติ จนหลับไปนานกว่าจะถูกปลุกว่าให้กลับบ้านได้

 

ในชีวิตผู้เขียนมีประสบการณ์ดังว่าใหญ่ๆ 3 ครั้ง ดังนี้ ครั้งแรกประมาณ 30-40 ปีมาแล้ว ตอนนั้นเพื่อนรุ่นน้องซึ่งเป็นนักข่าวบันเทิงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นนักกลอนที่รักใคร่กันนาม ธรรณพ ธนะเรือง เลี้ยงพระที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารที่เขาเคยบวช หลังพระฉันแล้ว เราก็ทำหน้าที่ศิษย์วัดต่อด้วยการร่วมรับประทานกันเอง ข้าพเจ้าจำได้ว่ารับประทานขนมจีน ซึ่งมีผักทั้งสด (ที่ผู้เขียนชอบมากๆ) และไม่สด หลังอาหารผู้เขียนก็ดื่มน้ำอัดลม ไบเล่…ซึ่งไม่น่าจะมีอะไร เสร็จแล้ว ข้าพเจ้าก็อาสาไปส่ง ธรรณพ และภรรยา (ต่าย-เนาวรัตน์) ที่บ้านแถวบางพลัดที่ฝั่งธนบุรี

 

ปรากฏว่าขับรถไปได้ไม่นาน ก็เกิดปวดท้องคลื่นไส้และปวดศีรษะ ต้องจอดรถชิดข้างทาง แล้วอาเจียนอย่างแรงขนาดเปิดประตูแล้วยังมีเศษอาหารเปลอะข้างรถ ธรรณพ ต้องลงมาลูบหลังและบอกอย่างที่เรานิยมทำกัน คือ ให้ล้วงคอ (ซึ่งหมอแนะนำว่าไม่ควรทำ) แต่เมื่อล้วงคอ อาหารออกไปจนรู้สึกว่า อาจออกจนเกือบหมดแล้ว อาการก็หายแทบว่าเป็นปลิดทิ้ง เพราะผู้เขียนสามารถขับรถไปส่งถึงบ้านสวนบางพลัดได้อย่างปลอดภัย ได้ดื่มน้ำชาที่ภรรยาของ ธรรณพ ชงให้ดื่ม สักพักก็ลงมือทำกิจกรรมที่เรานัดกันต่อไปได้…

 

ส่วนครั้งที่ 2 ประมาณ 30-35-กว่าปี คราวนี้แน่ใจว่ากินมันสำปะหลังต้มหลังรับประทานอาหารเย็น หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปนอน ภรรยากับลูกๆ แยกไปนอนห้องนอนใหญ่ ผู้เขียนแยกไปนอนอีกห้อง (เข้าว่าตัวเป็นหวัดหรือมีไข้)

 

เมื่อลงนอนไปแล้วประมาณ 3-4 ทุ่มกว่าๆ ก็รู้สึกว่า เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ เห็นพัดลมบนเพดานชวนเวียนหัวคลื่นไส้ ขณะเดียวกันก็ปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้ประตูห้องนอน ผู้เขียนเดินโซเซเข้าห้องน้ำทั้งถ่ายและอาเจียน รวมทั้งล้วงคอช่วยอีกนานพอควร จนรู้สึกว่าน่าจะออกหมดแล้ว เพราะรู้สึกหายปวดท้องและคลื่นไส้ จนสามารถล้มตัวลงนอนได้สงบขึ้น หลับไปประมาณเกือบชั่วโมง รู้สึกตัวสบายขึ้น นอนหลับถึงเช้า โดยที่ภรรยาและลูกๆ และคนในบ้านไม่รู้เราเป็นอะไรในค่ำคืนมหาประลัยนั้น

 

ครั้งนั้นแน่ใจว่ากินมันสำปะหลังที่พี่สาวซื้อมาจากตลาด น่าจะมีประเภทที่ห้ามรับประทานปนมาด้วยก็เป็นได้

 

สดๆ ร้อนๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายนนี้ ครั้งแรกว่าจะไปงานฌาปนกิจญาติผู้ใหญ่ที่วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ซึ่งเป็นงานที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานด้วย แต่รู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จึงบอกภรรยาว่าคงไปไม่ไหว เพราะเป็นห่วงว่าต้องถือไม้เท้าปีนขึ้นพลับพลา หรือเวลาขึ้นไปวางดอกไม้บนเมรุ

 

พอดีกลางวัน แม่บ้านที่ดูแลเรื่องอาหาร ซื้อหมูสะเต๊ะมา ได้รับประทานประมาณ 10 ไม้ และแถมอาจหาญจิ้มแตงกวาน้ำส้ม (ซึ่งธรรมดาแหยงๆ น้ำส้มประเภทนี้) นั่งสักพักใหญ่ๆ แล้วก็ง่วงนอน

 

ปรากฏว่าลงนอนสักพักแล้ว ท้องเริ่มปั่นป่วน รีบเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่าเวียนศีรษะเหมือนบ้านจะหมุน ซมซานเข้าห้องน้ำ แล้วเกิดคลื่นไส้ อาเจียนอย่างแรงตามมา รีบร้องบอกภรรยาว่าช่วยพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดด่วน ภรรยาที่ตอนนี้เริ่มคิดว่าคงไปงานฌาปนกิจไม่ได้แล้ว ทั้งภรรยาพร้อมลูกชายคนกลางซึ่งกำลังจะออกไปข้างนอก ช่วยกันประคองไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

 

สรุปรวบยอดเลยว่า หมอยืนยันอาหารเป็นพิษจากอาหารเมื่อคืนก่อน หรืออาหารเช้า ซึ่งผู้เขียนแย้งอยู่ในใจว่า โจ๊กที่รับประทานเมื่อคืนและเมื่อเช้า ไม่น่าจะใช่ ผู้เขียนเชื่อว่าต้องแพ้ยาที่ตกค้างในแตงกวาเครื่องเคียงหมูสะเต๊ะ หรือน้ำส้มสายชูแช่แตงกวา หรือหมูสะเต๊ะเองที่รับประทานตอนบ่ายมากกว่า (จากประสบการณ์ที่เล่ามา 2 ครั้งก่อน)

 

พยาบาลฉีดยาหรือเจาะเลือดไปตรวจอย่างไรผู้เขียนไม่สนใจ ได้แต่หลับตาและหลับไปเกือบชั่วโมง ก่อนจะปล่อยให้ภรรยาและลูกชายประคองกลับไปนอนพะอืดพะอมอยู่ 1 คืนกับ 1 วัน กว่าจะมาเล่าเรื่องนี้ได้ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่เพื่อนร่วมโลกพึงสังวรว่าอย่าประมาท ดังปัจฉิมโอวาทของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสั่งสอนไว้เมื่อประมาณ 2,559 ปีแล้ว



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vRkwq

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New