บทความ

รู้ลึกเรื่อง ฟีล์มกรองแสง


“4 WHEELS” เจาะลึกถึงประเภท ประโยชน์ และคุณสมบัติต่างๆ ของฟีล์มกรองแสงไปแล้ว ฉบับนี้มาพูดถึงวิธีเลือกฟีล์มให้ตรงใจ และเหมาะกับการใช้งานของเราที่สุด พร้อมแนะนำฟีล์มรุ่นยอดนิยมในเมืองไทย ติดตามได้จากรายงาน”

 

ฟีล์มหมดอายุ ดูอย่างไร ?

ก่อนจะติดฟีล์มใหม่ เรามาพิจารณาฟีล์มเก่ากันก่อน ว่ายังคงสภาพพร้อมใช้อยู่หรือไม่ ฟีล์มกรองแสงนั้นถ้าได้ใช้งานไปแล้ว ความสามารถในการป้องกันความร้อนจะค่อยๆ ลดลงทีละน้อย จากการต่อสู้กับรังสีที่มากับแสงแดด ฟีล์มกรองแสงชนิดกันความร้อน ส่วนใหญ่มีประสิทธิภาพการใช้งานประมาณ 7-10 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา) หลังจากนั้นจะเสื่อมสภาพจนไม่สามารถกันร้อนได้

ฟีล์มกรองแสงที่เสื่อมสภาพ สังเกตได้ง่ายๆ จาก “สีของฟีล์ม” ถ้าเป็นฟีล์มธรรมดา (ฟีล์มย้อมสีชนิดไม่กันร้อน) เมื่อใช้งานผ่านไปประมาณ 1 ปี สีจะเปลื่ยนเป็นสีม่วง แต่ถ้าเป็นฟีล์มกันร้อนที่ได้มาตรฐาน ส่วนใหญ่อยู่ได้นานกว่าเป็น 10 เท่า ต่อมาคือ “การโป่งฟอง” หรือขึ้นริ้วเป็นคลื่นจากเนื้อฟีล์ม แบบนี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อฟีล์ม และกาว ข้อสังเกตสุดท้ายเกิดจาก “กันร้อนได้น้อยลง” เราจะรู้สึกร้อนขึ้นอย่างรู้สึกได้ ถ้าฟีล์มนั้นยังปกติอยู่ แสดงว่าเกิดจากคุณภาพของฟีล์มที่ไม่ได้มาตรฐาน บางครั้งอาจเจอฟีล์มปลอม ต้องระวังให้ดี ดังนั้น ถ้าเจออาการเหล่านี้ แสดงว่าฟีล์มกรองแสงรถคุณเสื่อมสภาพแล้ว ให้เปลี่ยนใหม่ได้เลย

 

เปอร์เซนต์ฟีล์ม เรียกมานานเข้าใจกันดี

เวลาเราไปเลือกฟีล์มกรองแสงที่ร้านติดฟีล์ม มักเจอคำถามยิงตรงจากฝ่ายขาย ถึงเปอร์เซนต์ความเข้มของฟีล์มเป็นตัวเลข 40 %, 60 % และ 80% เจ้าตัวเลขเหล่านี้เป็นภาษาที่นักเล่นฟีล์มทั่วไปรู้กัน มักใช้เรียกความเข้มของฟีล์มโดยประมาณ คำเรียกลักษณะนี้ ถูกเรียกติดปากมาตั้งแต่ยุคแรกๆ ของการติดฟีล์มในไทยแล้ว สมัยนั้นฟีล์มกรองแสงมีไม่กี่เบอร์ เช่น เบอร์ 05, 30 หรือ 55 เบอร์เหล่านี้ตามหลักสากลจะบอกค่าที่แสงสามารถส่องผ่านฟีล์มได้ เช่น เบอร์ 05 แสงสามารถส่องผ่านได้ประมาณ 5 % แสดงว่าฟีล์มเข้ม 95 % และมักเรียกเหมารวมว่า ฟีล์ม 80 %, หรือเบอร์ 55 แสงสามารถส่องผ่านได้ 55 % แสดงว่าฟีล์มเข้ม 45 % และมักเหมารวมว่า ฟีล์ม 40 % เป็นต้น

การเรียกเหล่านี้ยังติดปากมาจนปัจจุบัน ร้านติดตั้งฟีล์มจะเหมารวมเรียกฟีล์มที่มีความเข้ม 40 % ว่า “ฟีล์มใส” เป็นฟีล์มที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 35 % ขึ้นไป ส่วนฟีล์มความเข้ม 60 % ถูกเรียกว่า “ฟีล์มเข้ม” เป็นฟีล์มที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 20 % ขึ้นไป และสุดท้ายฟีล์มเข้ม 80 % ถูกเรียกว่า “ฟีล์มทึบ” หรือฟีล์มที่แสงส่องผ่านได้ประมาณ 5 % ขึ้นไป

ดังนั้นตัวเลขเหล่านี้ จะบ่งบอกถึงความเข้มโดยประมาณ หากต้องการติดฟีล์ม แนะนำให้ดูค่าที่ถูกต้องของฟีล์มรุ่นที่ต้องการจากทางร้าน เพื่อเป็นการป้องกันการสับสน

 

ฟีล์มอ่อน/เข้ม เลือกอย่างไรให้ตรงใจเรา

การเลือกฟีล์มให้ตรงใจว่ายากแล้ว ถ้าต้องเลือกฟีล์มให้ตรงวัตถุประสงค์การใช้งานยิ่งยากกว่า เพราะเรื่องความเข้มของฟีล์มนั้นนับเป็นปัญหาโลกแตก ที่คนใช้รถ (และต้องการติดฟีล์ม) ต้องพบเจอ ยกเว้นพวกรู้ตัวว่าขี้อาย ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มักใช้ฟีล์มเข้ม หรือพวกที่ชอบโชว์ของ ก็มักนิยมฟีล์มโทนสีอ่อน ดังนั้น “4 WHEELS” มีวิธีเลือกฟีล์มอย่างถูกต้อง ที่พิจารณาเฉพาะความเข้มของฟีล์มเท่านั้น

 

ใช้รถตอนกลางวันเป็นหลัก

ใครที่ใช้รถตอนกลางวันเป็นประจำจะรู้ว่า ความร้อนจากแสงแดดมันโหดร้ายต่อร่างกาย และรถของเราเพียงใด เพราะนอกจากความร้อนจากแดดจ้าที่กระแทกตาเราแล้ว บางครั้งยังเจอแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์เข้าตาเราอีกด้วย ดังนั้นคนที่ใช้รถตอนกลางวันเป็นประจำ ควรเลือกใช้ฟีล์มกรองแสงที่เป็น “ฟีล์มทึบ” ประมาณ 60-80 % แล้วแต่รสนิยม และความสามารถในการมองเห็นของแต่ละคน เพราะสามารถลดความร้อน และความจ้าของแสงแดดได้เยอะ แต่แนะนำให้ยกเว้นบานหน้าไว้ 1 บานให้เข้มเพียง 40 % เผื่อเอาไว้ขับตอนกลางคืนบ้าง

 

ใช้รถตอนกลางคืนเป็นประจำ

คนที่ใช้รถช่วงเวลากลางคืนเป็นหลัก จะไม่เจอปัญหาเรื่องความจ้า และความร้อนจากแสงแดดแน่นอน แต่จะเจอไฟหน้าของเพื่อนร่วมทางแยงตาแทน การติดฟีล์มกรองแสงนั้นคงหนีไม่พ้น “ฟีล์มใส” เพราะสามารถมองเห็นในความมืดได้ดีกว่าฟีล์มชนิดเข้ม แนะนำให้ใช้ฟีล์มที่มีความเข้มประมาณ 40-60 % ฟีล์มที่มีความเข้ม 60 % สามารถลดความจ้าของไฟหน้ารถที่ตามมาได้ระดับหนึ่ง ส่วนฟีล์มบานหน้านั้น แนะนำให้ไม่เกิน 40 % เพราะมองเห็นได้ดีในเวลากลางคืน

 

ใช้รถทั้งกลางวัน และกลางคืนพอๆ กัน

คุณคือคนส่วนใหญ่ในสังคม ที่ใช้รถระหว่างกลางวันและกลางคืนพอๆ กัน คุณจะต้องเจอกับรังสีความร้อนต่างๆ ที่มากับแสงแดด และยังต้องเจอกับไฟหน้ารถจากเพื่อนร่วมทาง (รวมถึงไฟตัดหมอกจากท้ายรถคันหน้าบางคัน) ดังนั้นควรติดฟีล์มที่มีคุณภาพสูงหน่อย แบบที่มีตัวเลขการกันความร้อนจากแสงแดดได้เยอะ โดยที่ไม่ต้องใช้ฟีล์มที่มีความเข้มมากๆ แนะนำให้ติดฟีล์มกรองแสงที่เป็น “ฟีล์มเข้ม” ประมาณ 60 % หรือน้อยกว่านั้น เพื่อที่สามารถลดความจ้าในเวลากลางวัน และมองเห็นได้ในเวลากลางคืน ส่วนบานหน้าให้ติดไม่เกิน 40 % เหมือนเดิม เพื่อความปลอดภัยในเวลากลางคืน

เลือกฟีล์ม ต้องดูที่มา

ปัจจุบันมีผู้นำเข้าฟีล์มกรองแสงมาจำหน่ายในประเทศไทยหลาย 10 บแรนด์ แต่ละบแรนด์สามารถกันความร้อน และมีการรับประกันเท่าๆ กัน เราที่เป็นผู้บริโภคจะมีวิธีพิจารณาเลือกติดตั้งฟีล์มกรองแสงอย่างไรให้คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด

 

คุณภาพ

ตัวที่จะบ่งบอกถึงคุณภาพของฟีล์มกรองแสงให้ผู้บริโภครับรู้ได้ง่ายที่สุด คือ คุณสมบัติการกันความร้อนต่างๆ ของฟีล์มรุ่นนั้นเป็น % (เปอร์เซนต์) เช่น % การลดความร้อน, % การลดรังสียูวี, % การสะท้อนแสง และ % แสงส่องผ่าน ค่าเหล่านี้เป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และควรเป็นไปตามมาตรฐานของ AIMCAL (ASSOCIATION OF INDUSTRIAL METALLIZERS COATERS AND LAMINATORS), ASTM (AMERICAN STANDARD TEST METHODS) และ ASHRAE

 

ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย

ต้องเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ การทำธุรกิจฟีล์มกรองแสงอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการเปลี่ยนบแรนด์ไปเรี่อย ต้องมีมาตรฐานการรับประกันคุณภาพที่เชื่อถือได้ โดยทั่วไปการรับประกันคุณภาพจะไม่ต่ำกว่า 7 ปี และสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ ผู้บริโภคต้องเลือกตัวแทนจำหน่ายที่ท่านมั่นใจว่า ตลอดระยะเวลารับประกัน บริษัท ฯ จะยังคงดำเนินธุรกิจฟีล์มกรองแสงอยู่ และพร้อมที่จะรับผิดชอบหากฟีล์มที่ติดตั้งไปเกิดปัญหาขึ้น และควรเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากโรงงานผู้ผลิต โดยสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย ฯ ในประเทศไทย

 

มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต

ต้องพิจารณาว่าฟีล์มกรองแสงนั้นมีแหล่งที่มาชัดเจน นำเข้ามาจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับ และมีที่ตั้งชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ฟีล์มกรองแสงที่ผลิตจากโรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกา ตามมาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพที่กำกับดูแลทั้งการออกแบบ การพัฒนา การผลิต การติดตั้ง และการบริการ โดยโรงงานผู้ผลิตจะมอบสำเนาใบประกาศนียบัตร ที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 ให้บริษัทตัวแทนในประเทศไทยที่นำเข้าและจัดจำหน่าย ผู้บริโภคสามารถเรียกตรวจสอบได้

 

โฆษณา

ผู้บริโภคควรพิจารณาโฆษณาของฟีล์มกรองแสงต่างๆ ให้ดี ต้องไม่มีการโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะเรื่องของเปอร์เซนต์การลดความร้อน และคุณสมบัติต่างๆ ของฟีล์ม ซึ่งเปอร์เซนต์การลดความร้อนที่ต้องนำมาพิจารณานั้น ต้องเป็นเปอร์เซนต์การลดความร้อนจากแสงแดดเท่านั้น ไม่ควรพิจารณาและตัดสินจากการทดสอบฟีล์มด้วยแสงสปอทไลท์ หรือหลอดรังสีอินฟราเรด เพียงอย่างเดียว เพราะในสภาวะจริง เราต้องเจอกับรังสีหลายชนิดในแสงแดด

 

ราคา

ต้องสมเหตุสมผล เหมาะสมกับคุณภาพในระดับที่ยอมรับได้ โดยฟีล์มเคลือบโลหะทั้งชนิด SPUTTERED และ THERMAL จะมีราคาสูงกว่าฟีล์มเคลือบสีประมาณ 1-2 เท่าตัว

 

สิ่งที่ต้องคำนึง ก่อนติดตั้งฟีล์ม

– รับทราบถึงคุณสมบัติของฟีล์ม ว่าแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติอย่างไร
– การติดทับจุดไข่ปลา (มีลักษณะเป็นจุดสีดำ มักอยู่ด้านบนของกระจก มีไว้เพื่อกันแสงแดด กรณีที่บังแดดบังไม่ถึง) บางส่วนไม่สามารถติดได้ และอาจทำให้ฟีล์มหลุดลอกก่อนหมดอายุการใช้งาน เนื่องจากพื้นผิวกระจกไม่เรียบ
– การติดตั้งฟีล์มอาจส่งผลต่อเส้นไล่ฝ้า และเสาอากาศอาจชำรุดเสียหายได้ ซึ่งไม่อยู่ในรายละเอียดการรับประกันคุณภาพ
– รับทราบถึงวิธีการดูแลรักษาฟีล์มที่ถูกต้อง (รายละเอียดตามข้อควรรู้ภายหลังการติดตั้งฟีล์ม)
– รับทราบถึงวิธีการตรวจสอบคุณภาพฟีล์มภายหลังการติดตั้ง (รายละเอียดตามข้อควรรู้การตรวจสอบคุณภาพการติดตั้งฟีล์มรถยนต์)
– รับทราบถึงวิธีการกรอกบัตรลงทะเบียนรับใบรับประกันคุณภาพ และรายละเอียดข้อยกเว้นการรับประกันคุณภาพ (รายละเอียดตามข้อควรรู้การรับประกันคุณภาพ)
– ทัศนวิสัยจากการมองผ่านกระจก เมื่อเปรียบเทียบกับกระจกติดฟีล์มกรองแสงอาจแตกต่างกันได้บ้าง
– การติดฟีล์มบดบังบริเวณตัวรับสัญญาณระบบนำทาง หรือเนวิเกเตอร์ อาจส่งผลต่อการรับสัญญาณ (ถ้ามี)
– การติดฟีล์มที่กระจกบานหน้ารุ่นใดๆ ก็ตามที่เคลือบด้วยโลหะ เมื่อขับผ่านไฟสีเหลืองเข้ม มักเกิดลักษณะลายน้ำขึ้นมาจากคอนโซลด้านหน้า และเมื่อขับผ่านไฟสีเหลืองเข้มไปแล้ว ลักษณะลายน้ำก็จะหายไป

 

วิธีการดูแลรักษาฟีล์ม หลังติดตั้ง

หลังจากติดตั้งฟีล์มกรองแสงไปแล้ว ก็ถือเป็นหน้าที่ของเราผู้ใช้รถ ที่ต้องดูแลรักษากระจก และฟีล์มกรองแสงกันต่อ เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน ควรดูแลรักษาดังต่อไปนี้

1. โดยทั่วไปวิธีการติดตั้งฟีล์มกรองแสงจะต้องใช้น้ำผสมแชมพูแบบอ่อนๆ หรือ น้ำยา FILM-ON ฉีดลงไปบนด้านแผ่นกาวของฟีล์มและกระจกที่ติดตั้ง เพื่อช่วยขยับฟีล์มให้เข้าที่ แล้วจึงรีดน้ำออกด้วยเครื่องมือชนิดต่างๆ ดังนั้นภายหลังการติดตั้ง ท่านมิต้องกังวลใจหากพบว่ามีคราบน้ำขัง, กระจกมัว หรือเป็นฝ้า อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-4 สัปดาห์ ในช่วงระยะเวลา 7 วันแรกหลังการติดตั้งฟีล์ม ห้ามไขกระจกขึ้น/ลง เพราะฟีล์มอาจหลุดลอกได้
2. ห้ามเช็ดถู หรือใช้น้ำล้างกระจกจนกว่าจะพ้น 3 สัปดาห์ นับจากวันติดตั้ง
3. ใช้ผ้าสะอาด และน้ำสะอาดเท่านั้น เช็ดทำความสะอาดกระจกที่ติดตั้งฟีล์ม และเช็ดให้แห้งด้วยผ้านิ่มๆ ที่สะอาด
4. ห้ามเช็ดถูด้วยผ้าที่ใช้เช็ดตัวถังรถ, เบาะ หรือวัสดุตกแต่งภายในรถ เนื่องจากอาจจะมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่เคลือบวัสดุดังกล่าวไปทำความเสียหายให้กับผิวฟีล์มได้
5. ห้ามเช็ดถูด้วยผ้าเย็น, ขนแปรง, สกอทไบร์ท หรือวัสดุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ฟีล์มได้
6. ห้ามเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างกระจกที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนียโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้กาวเสื่อมสภาพหลุดลอกได้ ควรใช้น้ำสะอาดอย่างเดียวเท่านั้น
7. รอยต่อของฟีล์มจำเป็นต้องเห็นในกรณีที่กระจกมีความโค้งมากๆ และอาจมากกว่า 1 รอยในกระจกบางรุ่น
8. กรณีหลังติดตั้ง 1-7 วัน ถ้าสังเกตเห็นฟองอากาศ ไม่ใช่คราบน้ำขัง นำรถเข้าศูนย์ติดตั้งเพื่อตรวจสอบทันที

 

14 บแรนด์ยอดนิยม ในเมืองไทย

หลังจากที่รู้ความต้องการไปแล้ว ว่าจะเลือกติดตั้งฟีล์มกรองแสงแบบไหน ก็มาถึงขั้นตอนสำคัญ คือ การเลือกยี่ห้อและรุ่นของฟีล์ม “4 WHEELS” รวบรวม 14 บแรนด์ฟีล์มกรองแสงยอดนิยม มาให้พิจารณา

 

CARRYBOY FILM

ฟีล์มกรองแสง แครีบอย ผลิตจากโรงงานในสหรัฐอเมริกา ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงตามมาตรฐาน AIMCAL, ASTM, ASHRAE, และ IWFA ที่มีชั้นฟีล์มเคลือบละอองโลหะถึง 2 ชั้น จึงหมดปัญหาสีซีดจาง ป้องกันรอยขูดขีด นอกจากนี้ยังเป็นฟีล์มนิรภัย ช่วยยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ จึงขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ทั้งกลางวันและกลางคืน
แนะนำรุ่น BLACK MAGIC-HIGH PERFORMANCE SERIES
จากเทคโนโลยีล่าสุด ทำให้สามารถลดความร้อนได้สูงถึง 85 % ป้องกันรังสีอุลทราไวโอเลท หรือ ยูวี ได้กว่า 99 % จึงช่วยชะลอไม่ให้ของใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถซีดจาง นอกจากนี้ยังช่วยลดแสงจ้า ทำให้บรรยากาศภายในรถสบายตา สามารถกันรอยขีดข่วน และช่วยยึดเศษกระจกไม่ให้แตก กระจายเวลาเกิดอุบัติเหตุได้

 

D-KOOL

ฟีล์มคุณภาพสูงในราคามิตรภาพ จากสหรัฐอเมริกา ผลิตด้วยเทคโนโลยี NANO-HYBRID มี MICRO LAYER มากกว่า 100 ชั้น เนื้อฟีล์มทนทาน มีให้เลือกหลายรูปแบบ มีบริการหลังการขายด้วยทีมคอลล์เซนเตอร์ และศูนย์บริการกว่า 10 แห่งทั่วประเทศ

 

แนะนำรุ่น DKR 20 และ DKR 35

DKR 20 และ DKR 35 ฟีล์มกรองแสงคุณภาพในตระกูล FLASH SERIES โดดเด่นสะดุดตา ด้วยพื้นผิวฟีล์มที่เงาเป็นพิเศษ ช่วยกรองแสงได้เป็นอย่างดี ทั้ง 2 รุ่นป้องกันรังสียูวีได้ถึง 99 % เนื้อฟีล์มใส ไม่ขุ่นมัว มองทัศนวิสัยได้ชัดเจน พร้อมทั้งรับประกันคุณภาพนานถึง 7 ปี

 

FEEL COOL

ด้วยความตระหนักถึงคุณภาพเป็นสำคัญ ฟีล์ม FEEL COOL ทุกรุ่น จึงผ่านมาตรฐานการคัดกรองที่เข้มงวด ตามมาตรฐานขั้นสูงอย่าง ASTM หรือ JIS (มาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น)

 

แนะนำรุ่น GOLD SERIES

ผลิตด้วยเทคโนโลยี NANO NON-METAL CERAMIC SPUTTERING IR มีชั้นฟีล์มสูงสุดถึง 12 ชั้น ป้องกันรังสีอินฟราเรดได้ถึง 67 % ป้องกันแสงยูวีได้ถึง 99.99 % ป้องกันความร้อนได้สูงสุด 82 % เนื้อฟีล์มใส SUPER CLEAR ไม่รบกวนทัศนวิสัยในการขับขี่

เป็นฟีล์มทูโทน (DOUBLE VISION) สีฟีล์มดูเข้มเมื่อมองจากภายนอก แต่ถ้ามองจากภายในจะมีความใสกว่า ไม่รบกวนสัญญาณ GPS และการรับสัญญาณวิทยุ รับประกันสูงสุดถึง 7 ปี

 

HI-KOOL

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในไทย HI-KOOL เป็นยี่ห้อแรกที่ออกแบบและสั่งผลิตตามสเปค (CUSTOMIZED ORDER, OEM) เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยเน้นด้านการกันความร้อน จากโรงงานผลิตในสหรัฐอเมริกา ด้วยนวัตกรรมล่าสุดที่เรียกว่า “การเคลือบโลหะด้วยระบบสปัทเตอร์” (SPUTTER-COATED METALIZING) ทำให้มีคุณสมบัติกันความร้อนสูงถึง 84 % เหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในเมืองไทย กันรังสียูวีได้มากกว่า 99 % ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งผิวหนัง ฝ้า และกระ บนใบหน้าแนะนำรุ่น ORIGINAL SERIES (R60HC)
HI-KOOL รุ่น R60 HC เป็นฟีล์มกรองแสงสีชาปรอทกลาง ด้วยคุณสมบัติกันความร้อนจากแสงแดดได้สูงถึง 84 % กันรังสียูวีได้มากกว่า 99 % แสงส่องผ่านได้ 22 % และมีค่าการสะท้อน 19 % นอกจากนี้ยังเคลือบด้วยสารเคลือบแข็งป้องกันรอยขูดขีด เนื้อฟีล์มมีคุณภาพสูง มีความคงทน อายุการใช้งานยาวนาน รับประกันยาวนานถึง 7 ปี

 

HUPER OPTIK

HUPER OPTIK INTERNATIONAL PTE LTD. ก่อตั้งขึ้นปี 1997 เป็นผู้นำอุตสาหกรรมฟีล์มกรองแสง เน้นผลิตฟีล์มยุคใหม่ กันความร้อน แบบนาโนเซรามิค เจ้าแรกและเป็นเจ้าเดียวในโลก สำหรับติดบนกระจกรถยนต์ สถาปัตยกรรม และเรือดำน้ำ จนได้รับสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีนาโนเซรามิคระดับโลก
แนะนำรุ่น C20
รุ่น C20 ฟีล์มใสคุณภาพดี จากตระกูล X3 CERAMIC SERIES ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด นาโนเซรามิค แสงส่องผ่านได้ 21 % สะท้อนแสง (ปรอท) ได้ 14 % กันรังสีอินฟราเรดได้ 91 % และป้องกันรังสียูวีได้ถึง 99 %

 

LAMINA

ฟีล์มกรองแสงยอดนิยม นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา และจัดจำหน่ายโดย บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด เป็นฟีล์มกรองแสงรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับรางวัล SUPER BRAND ครองใจผู้บริโภคสูงสุด ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน และ TAQA AWARD รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม
แนะนำรุ่น L60 MAX SPECIAL
L60 MAX SPECIAL เกราะใสกันร้อน ผลิตด้วยนวัตกรรมการซ้อนทับของอณูโลหะเงินบริสุทธิ์แท้ 100 % กันร้อนจากแสงแดดได้สูงสุด 58 % และกันรังสีอินฟราเรดได้ 97 % ป้องกันรังสียูวีได้เกือบ 100 % ป้องกันรอยขีดข่วนและปลอดสนิม ลดแสงสะท้อนได้มากกว่าฟีล์มปกติทั่วไป

 

SMARTTEC

ฟีล์มกรองแสงคุณภาพที่ “สวย เย็น ไม่ตกยุค” นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นรายแรกในประเทศไทยที่นำอุปกรณ์วัดแสงมาตรวจสอบและตรวจวัดคุณภาพของฟีล์ม ทำให้ลูกค้ามั่นใจในการป้องกันความร้อนของฟีล์ม

 

แนะนำรุ่น SMART COOL V.2 SUPREME

มาพร้อมเทคโนโลยีการผลิตแบบนาโนเทคโนโลยี ผสมสาร ITO (INDIUM TIN OXIDE) มีคุณสมบัติตัดรังสีอินฟราเรด และรังสียูวีสูงสุด 99 % ลดความร้อนได้ 95 % ในรุ่น SM-C 1095 TC N เนื้อฟีล์มไม่มีโลหะหนักผสม ทำให้สัญญาณอีเลคทรอนิคส์ต่างๆ ผ่านได้ 100 % เนื้อฟีล์มใส ไม่ขุ่นมัว นอกจากนี้ยังมีอีกหลายซีรีส์ให้เลือก เช่น CH 7099, SM-C 6095 TC N, SM-C 4095 TC N, SM-C 2095 TC N, SM-C 1095 TC N

 

SOLAR GARD

ฟีล์มกรองแสงนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตด้วยระบบ “SPUTTERING TECHNOLOGY” เป็นครั้งแรกของโลก ทำให้ได้ฟีล์มที่มีคุณสมบัติพิเศษ “เงานอกสว่างใน” ป้องกันความร้อนสูง มองทัศนวิสัยได้ชัดเจน ที่ได้รับรองคุณภาพจากสถาบันต่างๆ ทั่วโลก

 

แนะนำรุ่น LX SERIES

LX SERIES แบ่งเป็น LX 40 ลดความร้อนได้ 61 % และ LX70 ฟีล์มใส กึ่งนิรภัยหนา 3 MIL (มิล) ลดความร้อนได้ 55 % ทั้ง 2 รุ่นป้องกันรังสียูวีได้มากถึง 99 % ผลิตด้วยเทคโนโลยี SPUTTERING โลหะ 9 ชั้นผสมทองคำ ป้องกันและลดความร้อนสูง ให้สุดยอดทัศนวิสัยที่เป็นเลิศ

V-KOOL

กว่าทศวรรษที่ผ่านมา V-KOOL พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบรรจุชั้นโลหะเงิน และทองคำ มากถึง 10 ชั้นในเนื้อฟีล์ม หัวใจสำคัญ คือ เทคโนโลยี XIR (เทคโนโลยีชั้นสูงในการสะท้อนความร้อน) ซึ่งเป็นการคิดค้นเทคโนโลยีการทับซ้อนโลหะหลายชั้น (SPUTTERING) ที่พัฒนาภายในซิลิคอน วัลเลย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพ
แนะนำรุ่น SOLITAIRE ENERGY
ด้วยนวัตกรรมการบรรจุอนุภาคนาโนของโลหะเงิน และทองคำ ทับซ้อนโลหะบนแผ่นฟีล์มได้ถึง 10 ชั้น จึงทำให้ฟีล์ม V-KOOL ไม่ใช่เพียงแค่การป้องกันความร้อนเท่านั้น แต่ยังสามารถสะท้อนความร้อนจากรังสีอินฟราเรดได้มากกว่า 98 %

แต่เดิมฟีล์มกรองแสงชนิดนี้ได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในโครงการอวกาศและทหารของกองทัพสหรัฐอมริกา เป็นฟีล์มโพลีเอสเตอร์โปร่งใส แสงผ่านมากถึง 70 % แต่ก็กันความร้อนได้ถึง 94 % และป้องกันรังสียูวีได้มากถึง 99 % ทำให้คุณรู้สึกสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

VOX

นวัตกรรมฟีล์มกรองแสงจากสหรัฐอเมริกา เน้นปกป้องผู้ขับขี่ และผู้โดยสารจากความร้อน แสงแดด และรังสียูวีบี, ยูวีเอ รวมถึงรังสียูวี 400 และ ยูวีเอ 1 ที่ทำร้ายผิวลึกที่สุด เพื่อผิวกระจ่างใสต่อเนื่องตลอดการขับขี่

 

แนะนำรุ่น LADY SERIES

VOX LADY SERIES เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ สามารถป้องกันรังสียูวี 400 และ ยูวีเอ 1 ได้ 100 % ป้องกันความร้อนรวมสูงสุดถึง 86 % สามารถตัดแสงสีฟ้า (BLUE LIGHT CUT) ได้ถึง 70 % เพื่อปกป้องดวงตาขณะขับขี่ให้ได้ทัศนวิสัยที่ดีที่สุด ด้วยชั้นฟีล์มพิเศษ ช่วยป้องกันความร้อน และรังสีที่เป็นอันตราย ต่อผู้โดยสาร เนื้อฟีล์มมีลักษณะเหนียว แข็งแรง ทนทาน ลดอันตรายจากเศษกระจก กรณีเกิดอุบัติเหตุได้อย่างดี เนื้อฟีล์มใส ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่คมชัดขึ้น ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่รบกวนสัญญาณคลื่นโทรศัพท์มือถือ EASY PASS, สัญญาณวิทยุ AM/FM และรองรับการใช้ระบบ NAVIGATOR ทนทาน รับประกันนาน 10 ปี

 

XTRA-COLE

ฟีล์มกรองแสงนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กล้ารับประกันคุณภาพสินค้าถึง 7 ปี มีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้ อาทิ รุ่น GLOBAL SERIES ฟีล์มกันความร้อนสูง รองรับสัญญาณ GPS รุ่น FLASH SERIES ฟีล์มกันความร้อน ที่มีความเงา สีสันหลากหลาย
แนะนำรุ่น UVP
ฟีล์ม XTRA-COLE UVP นวัตกรรมฟีล์มกรองแสง เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและถนอมสายตา มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ XC 50 UVP กันความร้อนสูงสุด 76 % รุ่น XC 20 UVP และ XC 50 UVP ทุกรุ่นป้องกันรังสียูวีได้ถึง 99 % ทนทานทุกสภาพอากาศด้วยชั้นกาวพิเศษ คมชัดทุกมุมมองด้วยเนื้อฟีล์มแบบ MINERAL CERAMIC

 

ZEEZON

ผลิตด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัย คิดค้น พัฒนา และควบคุมคุณภาพโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ด้วยการใช้อนุภาคโลหะแทนการใช้สีในการผลิต ทำให้ความร้อนจากภายนอก ถูกละอองโลหะของฟีล์มสะท้อนกลับออกไป จึงได้รับการยอมรับทั่วโลกด้วยการรับรองมาตรฐานสากลจาก ISO 9001, IWFA (INTERNATIONAL WINDOW FILM ASSOCIATION), UKAS

 

แนะนำรุ่น ZEEZON FILM

ผลิตจากโพลีเอสเตอร์ชนิดพิเศษ มีความยืดหยุ่นสูง เหนียว ทนทาน เคลือบสารบนเนื้อฟีล์มอย่างหนาแน่น ด้วยชั้นสารที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมถึง 7 ชั้น สะท้อนความร้อนจากแสงแดดได้สูง และสะท้อนรังสียูวีได้มากกว่า 99 % ช่วยยืดอายุอุปกรณ์ภายในรถไม่ให้สีซีดจาง นอกจากนี้ยังเป็นฟีล์มนิรภัย ช่วยยึดกระจกไม่ให้แตกกระจายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รับประกันคุณภาพถึง 7 ปีเต็ม

 

ZILVER 9

ZILVER 9 ได้พัฒนาฟีล์มใสกันความร้อน โดยใช้เทคโนโลยีของอวกาศจากองค์การ NASA ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบวัสดุสังเคราะห์ที่โปร่งแสง เคลือบด้วยใยโลหะซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น จึงป้องกันรังสียูวี และรังสีอินฟราเรด ช่วยให้ปลอดภัยจากโรคผิวหนังที่มีผลมาจากรังสี เช่น มะเร็ง ฝ้า กระ หรือต้อกระจก

 

แนะนำรุ่น ZILVER 9

มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ถึง 86 % ลดรังสียูวี และรังสีอินฟราเรด ได้ถึง 99.99 % ฟีล์มมีความใส มีอัตราแสงผ่านได้ตั้งแต่ 50-75 % ช่วยให้มีทัศนวิสัยที่ดีแม้ตอนกลางคืน แถมยังเคลือบสารป้องกันรอยขีดข่วน และยึดเศษกระจกไม่ให้แตกกระจายเมื่อเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

 

3M

3 เอม ผู้นำด้านฟีล์มกรองแสงรายแรกของโลก ยาวนานเกือบ 50 ปี โดยจดสิทธิบัติทางด้านเทคโนโลยี “มัลทิเลเยอร์ ออพทิคอล ฟีล์ม” ฟีล์มที่ซ้อนทับกัน 200 ชั้น และเทคโนโลยี “ไมโครเลเยอร์ อุลทราเทียร์” ที่ให้ความเหนียวและแข็งแรง

 

แนะนำรุ่น คริสตัลไลน์

ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ “นาโนเทคโนโลยี” โดยมีแผ่นฟีล์มซ้อนทับกว่า 240 ชั้น ทำให้มีคุณภาพเนื้อฟีล์มใส และกันความร้อนได้สูง อีกทั้งไม่รบกวนสัญญาณ เครื่องมือนำทาง (GPS) และคลื่นวิทยุในรถยนต์ แบ่งเป็น 3 ซีรีส์ คือ CRYSTAL LINE 70 แสงผ่านได้เพียง 70 % ป้องกันรังสีอินฟราเรด 97 % ป้องกันรังสียูวีได้มากถึง 99.9 % ลดความร้อนได้ 59 % นอกจากนี้ยังมีให้เลือกอีกหลายซีรีส์ เช่น CRYSTAL LINE 50 และ CRYSTAL LINE 40



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2558
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tj2s3
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th