บทความ

ปรับทัศนคติเรื่องอีโค สติคเกอร์


เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งปีเท่านั้น ภาษีสรรพสามิตรถยนต์อัตราใหม่ที่กำหนดตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ออกมาตรการเกี่ยวเนื่องมาบังคับใช้ล่วงหน้าด้วย นั่นคือ อีโค สติคเกอร์ ที่รถใหม่ทุกคันต้องติดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม นี้ เป็นต้นไป

 

อีโค สติคเกอร์ เป็นแผ่นป้ายขนาด เอ 4 แสดงข้อมูลหลายอย่างของรถคันนั้น ได้แก่ ปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ อัตราการใช้น้ำมัน แบ่งเป็นสภาวะในเมือง นอกเมือง และสภาวะรวม มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัย แบ่งเป็น ระบบเบรค และการปกป้องผู้โดยสารกรณีชนด้านหน้า และด้านข้าง

 

นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลพื้นฐานของรถ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งจากโรงงาน รวมถึงชื่อ ที่อยู่ เวบไซท์ ของผู้ผลิต หรือนำเข้า

 

ข้อดีของ อีโค สติคเกอร์ นั้น คนคิดเขาบรรยายมาอย่างเลิศหรูว่า มี 4 ข้อ คือ 1) ช่วยให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบคุณสมบัติของรถ ความปลอดภัยและการประหยัดพลังงานในรถแต่ละรุ่นได้ง่ายขึ้น 2) ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อรถอย่างมีประสิทธิภาพ 3) ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลรถยนต์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน รับรองผลโดยวิศวกรของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ 4) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยราชการกับประชาชน ได้ด้วยแอพพลิเคชัน CLOUD BASED

 

ฟังดูดีครับ และไม่มีอะไรจะคัดค้าน เพียงแตขออนุญาต “ปรับทัศนคติ” เกี่ยวกับรูปแบบและเนื้อหาของอีโค สติคเกอร์ สัก 2-3 เรื่อง

 

เรื่องแรก คือ ตำแหน่ง และขนาดของข้อมูลปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่โดดเด่น ทั้งที่เป็นข้อมูลสำคัญที่สุดในการคำนวณภาษีอัตราใหม่ ฉะนั้น จึงควรอยู่ตรงกลางแทนที่อัตราความสิ้นเปลือง และใช้ขนาดตัวอักษร หรือสีที่เห็นชัดเจน

 

เรื่องต่อมา คือ การระบุอัตราสิ้นเปลืองเป็นหน่วย ”ลิตร/100 กม.” นั้น คนไทยไม่คุ้นเคยหรอกครับ พาลจะงงและเข้าใจผิดว่าเป็นหน่วย “กม./ลิตร” เอาด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ในเมื่อเป็นข้อมูลของรถที่ผลิตขายคนไทย จึงควรเปลี่ยนหน่วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็น “กม./ลิตร” แบบที่เราคุ้นเคยด้วย

 

เรื่องอัตราสิ้นเปลืองยังไม่จบครับ เนื่องจากมีการแสดงข้อมูลทั้งสภาวะในเมือง นอกเมือง และสภาวะรวม ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าตัวเลขเหล่านั้นได้มาอย่างไร เชื่อถือได้หรือไม่

 

ถ้าเป็นตัวเลขที่ผู้ผลิตอ้างมา ต้องระบุเงื่อนไขในการทดสอบให้ชัดเจนครับ อย่างในญี่ปุ่น จะบอกละเอียดเลยว่า รถวิ่งด้วยความเร็วเท่าไร เปลี่ยนเกียร์ตอนไหน เส้นทางเป็นอย่างไร ระยะทางกี่กม. ฯลฯ

 

เช่นเดียวกัน ปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ก็ต้องบอกที่มาของตัวเลขด้วย

 

เงื่อนไขการทดสอบ และที่มาของตัวเลขต่างๆ เหล่านี้ คงต้องทำเป็นเชิงอรรถ หรือฟุตโนท ตัวเล็กๆ เพราะกินเนื้อที่พอสมควร

 

ถ้าไม่มีที่ลงจริงๆ แนะนำให้เอาข้อมูลอุปกรณ์จากโรงงานออกครับ เพราะไม่จำเป็น และอีโค สติคเกอร์ ไม่ใช่แผ่นป้ายโฆษณาส่งเสริมการขาย



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2558
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rmvKk
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th