บทความ

ติ่ง


คนไทยเป็น “ติ่ง” ญี่ปุ่นกันเยอะ จำนวนน่าจะมากกว่าติ่ง ลุงตู่ หลายเท่า แต่กรณีวอลเลย์บอลสาวไทย แพ้ญี่ปุ่นอย่างน่ากังขา ในเกมชิงโควตาไปแข่งโอลิมปิค 2016 ที่บราซิล ทำให้ติ่งญี่ปุ่นในบ้านเราแบ่งออกเป็นสองฝ่าย

ฝ่ายแรกยังคงนิยมชมชอบญี่ปุ่นต่อไป และมองว่าแม้จะดูไม่ชอบมาพากล แต่ก็เป็นเรื่องของคนญี่ปุ่นเพียงบางคนเท่านั้น

ส่วนฝ่ายหลัง แทบจะเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อญี่ปุ่นไปเลย หลายคนบอก คนที่มีระเบียบวินัย ไม่ได้เป็นคนซื่อสัตย์เสมอไป โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวเรื่องญี่ปุ่นกำลังถูกสอบสวนว่า อาจมีการติดสินบนเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพโอลิมปิค ปี 2020 มาเพิ่มดีกรีแถมท้าย

ไม่ต้องพูดถึงคนที่ไม่ใช่ติ่ง ทั้งพวก “เฉยๆ” และพวกไม่ชอบญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมที่ได้โอกาสถล่มญี่ปุ่นในโซเชียลมีเดียจนยับเยินไปทั้งเกาะ

ผม (ซึ่งเป็นทั้งติ่งญี่ปุ่น และติ่ง ลุงตู่) เชื่อว่าในวงการรถยนต์ก็เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้นเช่นกัน หลังจากที่ผู้บริหารค่ายรถญี่ปุ่นถึงสองรายออกมายอมรับว่า ทั้งสองบริษัทได้ปรับเปลี่ยนผลทดสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจากความเป็นจริง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตาม

รวมถึงก่อนหน้านี้ ถุงลมนิรภัยของญี่ปุ่นยี่ห้อหนึ่งยังเป็นต้นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกินกว่า 10 ราย จากความบกพร่องของตัวผลิตภัณฑ์ จนผู้ผลิตต้องเรียกรถรุ่นที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยของบริษัทดังกล่าวกลับมาแก้ไขหลายสิบล้านคัน

ทั้งสามกรณีนี้ ติ่งญี่ปุ่นทำใจลำบากกว่าเรื่องวอลเลย์บอล และเรื่องเจ้าภาพโอลิมปิค เพราะสองเรื่องนั้นยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่า มีเบื้องลึกเบื้องหลังหรือไม่อย่างไร

ขณะที่เรื่องของค่ายรถยนต์ และถุงลมนิรภัยทั้งสามราย เป็นความผิดสำเร็จ หนำซ้ำยังก่อความเสียหายแก่ชีวิต และทรัพย์สินของลูกค้าตัวเองอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ติ่งอย่างผมยังเชื่อว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีความซื่อสัตย์ และผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีคุณภาพสูง

นี่เป็นการพูดแบบเฉพาะเจาะจงนะครับ หมายถึงว่า เราไม่สามารถพูดแบบนี้กับคน หรือผลิตภัณฑ์ของทุกประเทศได้

สรุปแล้ว ผมตัดสินใจเป็นติ่งญี่ปุ่นต่อไป ตราบใดที่ยังไม่มีผู้บริหารบริษัทรถยนต์รายใดออกมาก้มหัวสารภาพบาปอีก !



------------------------------
เรื่องโดย : สายยศ สุวรรณหงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2559
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/i05bv

Follow autoinfo.co.th