บทความ

จะไปทางไหน


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมีนาคม 2015/2014

ตลาดโดยรวม  – 11.9 %
รถยนต์นั่ง – 14.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) – 26.1 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) 33.3 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 8.1 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ – 17.5 %
อื่นๆ 15.1 %

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-มีนาคม 2015/2014

ตลาดโดยรวม – 12.3 %
รถยนต์นั่ง – 13.6 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) – 21.9 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) 17.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 10.7 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ – 21.9 %
อื่นๆ 7.7 %

 

เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างกับยอดการขายรถยนต์ตลาดบ้านเรา เมื่อยอดขายเดือนมีนาคม ยังคงขายลดลง 11.9 % ได้เพียง 72,340 คัน ขณะที่ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขายลดลง 11.8 % แสดงว่าตลาดได้ตกต่ำจนถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ขณะที่ยอดการขาย 3 เดือน มกราคม-มีนาคม ขายกันได้ 192,800 คัน ทำให้ผลโดยรวมแล้ว ลดต่ำกว่าปีที่แล้วเพียง 12.3 %

 

และถ้ารับฟังจากการแถลงผลงานของบรรดารัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่ออกมาให้ข้อมูลกันแล้ว ก็ต้องเชื่อได้ว่า ตลาดรถยนต์น่าจะฟื้นตัวกันจริงจังหลังครึ่งปีไปแล้ว ที่ช่วงนั้นการเบิกจ่ายเงินภาครัฐ น่าจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง การริเริ่มโครงการต่างๆ ที่เพิ่งจะได้รับการส่งเสริมการลงทุน ก็น่าจะทยอยเริ่มลงมือกันบ้างแล้ว บรรดาโรงงานประกอบรถยนต์ ที่ได้รับการส่งเสริมมาก่อนล่วงหน้า และได้ทำการก่อสร้างโรงงานกันไปแล้ว ก็น่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้แล้ว อันจะทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ต้องขยับตัวกันพอสมควร และข่าวคราวในโซเชียล มีเดีย ก็มีกระบะรุ่นใหม่ที่ปิดกันมิดชิด แต่ในโลกโซเชียล มีรูปโชว์ให้ว่อนไปหมด เริ่มเปิดตัวกลางเดือนพฤษภาคมนี้ และยังมีอีกหลายเจ้า ที่ต้องขยับปรับโฉมโนมพรรณกันในช่วงปลายปีนี้ แถมด้วยบรรดารถ เอมพีวี หลายเจ้า ก็จำเป็นต้องปรับโฉมเนื่องจากได้ระยะเวลากันแล้ว อันจะทำให้ตลาดมีความน่าสนใจ และจะทำให้ยอดการขายเริ่มไปได้ดีพอควร ส่วนโครงการอีโคคาร์ 2 ยังไม่น่าจะเริ่มได้ภายในสิ้นปีนี้ น่าจะเป็นปีหน้า

 

ต้นปีหน้า ที่จะต้องเริ่มอัตราภาษีกันใหม่ ยึดถือตามการปล่อยค่าไอเสีย ก็จะทำให้ตลาดค่อนข้างปรับตัวกันพอสมควร แต่ผลกระทบมันจะไปปรากฏในตัวเลขของปีหน้า นั่นก็ต้องว่ากันอีกที

 

เพียงแต่ตอนนี้ เริ่มมีคนออกมาบ่นแล้ว ว่าทิศทางการพัฒนายานยนต์ของไทยจะไปทางไหนกันแน่ ถ้าจะมุ่งไปในรถเล็ก ที่ปล่อยค่าไอเสียตำ่ แล้วกระบะหนึ่งตันที่เคยเป็นโพรดักแชมเปี้ยน จะว่ายังไง แถมด้วยมีคนสั่งเอารถไฟฟ้า ทั้งแบบรถโดยสาร และรถยนต์นั่ง ที่ขับเลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า จริงๆ ใช้ไฟจากแบตเตอรี่ลิเธียม เอฟอี ที่ต้องมีจุดชาร์จต่างหากเข้ามาแล้ว ขณะที่บรรดารถเล็กที่เคยเอาเข้ามาทำการทดลอง ก็ไม่เห็นมีคนกล้าสั่งเข้ามาขายจริงจัง ตราบเท่าที่นโยบายรัฐบาลยังไม่ระบุเฉพาะเจาะจง แถมราคารถไฟฟ้าที่สั่งเข้ามา ก็ต้องบอกว่า มันแพง เกินกว่าคนธรรมดาจะเอื้อมถึง รถยนต์นั่งที่จ้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ คันละ 3 ล้านบาท รถโดยสาร ที่ต้องเสียบปลั๊กเหมือนกัน คันละ 5 ล้านบาท แล้ว ใครจะกล้าซื้อไปใช้ละครับ

 

ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่า หลังจากเริ่มอัตราภาษีใหม่ต้นปีหน้า จะมีอัศวินที่ไหน มาคุยกันเรื่องรถไฟฟ้า อย่างเป็นจริงเป็นจังหรือไม่ ว่ากันทั้งแบบรถยนต์นั่ง และรถโดยสาร แล้วทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ จะได้มองทางกันออกว่า ไม่ใช่มีแค่ กระบะ 1 ตัน กับอีโคคาร์เท่านั้น มันน่าจะมีแนวทางอย่างอื่นกันอีกหรือไม่

 

แต่สิ่งที่น่าขอบคุณรัฐบาลชุด คสช. นี้ เพราะท่านรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ท่านออกมาระบุแล้วว่าจะเร่งจัดตั้งศูนย์ทดสอบยางล้อและสนามทดสอบ ณ อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา แห่งแรกในอาเซียน บนพื้นที่ 900 ไร่ ระยะแรกจะใช้งบประมาณ 2.85 พันล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี หลังจากที่โครงการนี้คาราคาซังมาเนิ่นนาน หลายรัฐบาล

 

ก็น่าจะเป็นตัวช่วยเร่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของบ้านเราได้บ้าง เพียงแต่ว่า จะหาวิธีการใดให้สนามขึ้นอยู่กับสถาบันใด ที่ไม่ใช่ภาครัฐ เพื่อจะได้สามารถบริหารในแบบเอกชน ไม่ใช่ว่าจะต้องผ่านวิธีการแบบข้าราชการ ที่ต้องทำเรื่องขออนุมัติ ผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย

 

นั่นแหละครับ เป็นเรื่องใหญ่สำหรับภาคเอกชนที่อยากได้ทีเดียวละครับท่านรัฐมนตรี



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2558
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SCVmz
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th