บทความ

รุ่งสาง


“น้ำมัน” เชื้อเพลิงซึ่งโลกสะสมไว้ใต้พื้นปฐพี ทั้งบนบก และใต้ทะเล ประเทศไหนเฮง ก็เจอเต็มๆ ดูดขึ้นมา ขายแก่ชาวโลกเพลิดเพลิน เป็นอภิมหามหาเศรษฐี อย่างเช่น ซาอุดิอารเบีย ปานว่าผู้คนที่นั่นไม่มีวันยากจน เจ้านายซื้อเครื่องบินลำมหึมา เหินเวหาเป็นวังลอยฟ้า เฉพาะรถยนต์ก็เลิศ หุ้มทองทั้งคันนั่นปะไร

วันเวลาผ่านราว 100 ปีเศษ รถยนต์และยานพาหนะอื่น ยังต้องกัดฟันพึ่งพาน้ำมันร่ำไป แล้วเรายังรู้สึกหนาวๆ เกรงว่าน้ำมันจะหมดจากโลก แล้วไงล่ะทีนี้ มิต้องเข็นแบบล้อเกวียนหรือ

ตัวการมาแล้วครับ “รถไฟฟ้า” ไงละที่รัก ค่อยๆ ขยายตัว คนหนีไปพึ่งพามากขึ้นๆ

หมัดเด็ดยังตามมา นั่นคือ พลังงานไฮโดรเจน (HYDROGEN-POWERED) ในรูปเซลล์เชื้อเพลิง (ENERGY FUEL CELL) นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิทเซอร์แลนด์ คริสเตียน ฟรีดริช โคนเบียน ประดิษฐ์คิดค้นไว้ในปี 1838 นมนานเหลือเกิน จึงได้พัฒนาจนสามารถนำมาใช้กับรถยนต์เมื่อเร็วๆ นี้เอง

ภาพข่าวจาก BBC ตามที่เห็น คือ พลังงานจากเซลล์เชื้อเพลิงขนาดเล็ก คล้ายแคพซูล นำมาติดตั้ง ดโรน โดยเติมไฮโดรเจน และชาร์จไฟแป๊บเดียว มีไฟฟ้ามากกว่าปกติ 6 เท่า ขับเคลื่อนดโรนได้นาน และไกล นั่นหมายถึง รถยนต์และยานพาหนะอื่นๆ ย่อมไม่มีปัญหา

ถึงเวลา “อรุณรุ่ง” ของพลังงานไฮโดรเจน และรถไฟฟ้า พร้อมๆ กับถึงเวลา “อัสดง” ของ “น้ำมัน” แล้วละนะ ท่านเตรียมตัวไว้บ้าง ก็ไม่เลวนะ ไม่ต้องอื่นไกล ค่าย โตโยตา และฮอนดา คงนำเข้ามาขายให้พี่ไทย ได้ใช้ในเร็ววันนี้แน่นอน ส่วนคนดูดน้ำมันขึ้นมาขาย น่าจะโรยราไปตามกาลเวลา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้น

ยาวไปถึงคดีความของเราอย่างเคย จึงจะครบครัน

งานนี้ “บริษัท รับทรัพย์ประกันภัย จำกัด” เป็นโจทก์ฟ้อง “นายหากิน” ฝ่ายรถบรรทุก ว่าขับโดยประมาท เฉี่ยวชนรถยนต์ที่ “นายยำใหญ่” ขับขี่และมีประกันชั้นหนึ่งที่บริษัทรับทรัพย์ฯ แล้วบริษัทประกันได้ซ่อมรถคันที่ นายยำใหญ่ ขับ หมดไป 1 แสนกว่าบาท นายหากิน ต้องจ่ายพร้อมดอกเบี้ย เมื่อสั่นหัวไม่จ่าย จึงต้องฟ้อง

นายหากิน สู้คดี ขอให้ยกฟ้อง และศอกกลับ ฟ้องแย้งบริษัทประกันภัย ให้จ่ายค่าซ่อมรถของ นายหากิน ที่โดนรถของ นายยำใหญ่ เฉี่ยวชน บริษัทประกันแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่ต้องรับผิดหรอก ขอให้ยกฟ้องแย้งเสีย

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีบนบัลลังก์ เห็นหน้าทุกฝ่าย แล้วพิพากษายกฟ้องของบริษัทประกันภัย และยกฟ้องแย้งของ นายหากิน ทิ้งไป เท่ากับไม่มีใครได้อะไรเลย เสียค่าโสหุ้ยเปล่าๆ

บริษัทประกันภัยยื่นอุทธรณ์ แล้วได้เฮ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ บังคับให้ นายหากิน จ่ายค่าซ่อมรถให้บริษัทประกันภัยเกือบ 8 หมื่นบาท พร้อมดอกเบี้ย

ยาวถึงศาลฎีกา เมื่อ นายหากิน ไม่อยากเสียสตางค์ อ้างว่า นายยำใหญ่ ขับรถประมาทด้วยนั่นแหละ จึงออกเสมอ ต้องยกฟ้อง นายหากิน

ศาลฎีกาเพ่งดูคดีนี้อย่างถี่ถ้วน แล้วชี้ขาดว่า ข้อที่ นายหากิน อ้างว่า นายยำใหญ่ ขับรถเร็ว ตอนฝนตก ก็ไม่ลดความเร็ว ที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเขา รถแหกโค้ง เฉี่ยวชนรถของ นายหากิน แสดงว่า นายยำใหญ่ ขับรถประมาท ไม่ยิ่งหย่อนกว่า นายหากิน ค่าเสียหายตกเป็นพับ บริษัทประกันไม่ได้รับช่วงสิทธิ ไม่มีอำนาจฟ้อง นายหากิน ศาลฎีกาว่า นายหากิน ยกขึ้นมาฎีกาอย่างไม่เป็นสาระ ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน ในส่วนค่าเสียหายที่ให้ นายหากิน จ่ายแก่บริษัทประกันเกือบ 8 หมื่นบาท พร้อมดอกเบี้ย แก้ไขบ้างเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมศาล ที่ให้ นายหากิน รับผิด

ก็นั่นละครับ เวลามีคดี บ่อยครั้งที่ทนาย เขียนอุทธรณ์ฎีกาดุ่ย ทำให้เสียเวล่ำเวลาอีหลักอีเหลื่ออยู่บนศาล ถ้าแพ้คดีต้องจ่ายเงิน โดนดอกเบี้ยจนบาน แบบไม่รู้ตัว ทำไมมันเยอะขนาดนี้ งง !!

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11076/2557



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2559
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZEnx7

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th