บทความ

TOYOTA PRIUS PRIME


สหรัฐอเมริกา/ญี่ปุ่น-ยักษ์ใหญ่เมืองยุ่นเลือกใช้งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คในสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เป็นที่เปิดตัวรถไฮบริดติดป้ายชื่อ โตโยตา ปรีอุส พไรม์ (TOYOTA PRIUS PRIME) ซึ่งต้องรอจนถึงฤดูใบไม้ผลิของปีลิงไต่ราว จึงจะเริ่มออกโชว์รูมในเมืองมะกันซึ่งเป็นตลาดเป้าหมาย

ที่งานมหกรรมยานยนต์นิวยอร์คครั้งล่าสุด ซึ่งอุบัติขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม-3 เมษายน 2016 ว่ากันว่าค่ายยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นทำให้บรรยากาศของงานร้อนรุ่มไปทุกตารางนิ้ว ด้วยการเปิดตัวรถแบบใหม่ คือ โตโยตา ปรีอุส พไรม์ (TOYOTA PRIUS PRIME) ซึ่งเป็น PLUG-IN HYBRID CAR หรือรถไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ แบบใหม่ล่าสุดของค่ายนี้ และก็เช่นเดียวกันกับรถรุ่นก่อนซึ่งเมื่อขายในญี่ปุ่นติดป้ายชื่อ โตโยตา ปรีอุส พีเอชวี (TOYOTA PRIUS PHV) และเมื่อขายในสหรัฐอเมริกาติดป้ายชื่อ โตโยตา ปรีอุส วี (TOYOTA PRIUS V) รถรุ่นใหม่นี้ไม่ใช่รถที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดหาง หากแต่พัฒนามาอีกทอดหนึ่งจากรถ โตโยตา ปรีอุส (TOYOTA PRIUS) ซึ่งเป็นรถไฮบริดชนิดไม่ต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟแบทเตอรี ที่เหนือกว่ารถรุ่นก่อนก็คือ ผู้ผลิตยืนยันว่าเป็นรถที่ไฮเทคที่สุดและติดตั้งอุปกรณ์ครบครันที่สุด เมื่อเทียบกับรถทุกรุ่นทุกแบบทั้งในอดีต และปัจจุบันที่ติดป้ายชื่อ โตโยตา ปรีอุส

ระบบขับไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟในรถรุ่นใหม่นี้ ยกชุดมาจากรถซึ่งเป็นที่มา คือ เป็นระบบไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบเรียง 1,798 ซีซี 71 กิโลวัตต์/95 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 53 กิโลวัตต์/71 แรงม้า ให้กำลังสุทธิสูงสุด 90 กิโลวัตต์/121 แรงม้า ที่ต่างออกไป คือ การเพิ่มขนาดของแบทเตอรีที่ใช้ เป็นแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION) ขนาด 8.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเมื่อชาร์จไฟด้วยไฟบ้านจะใช้เวลาประมาณ 5.5 ชั่วโมง เป็นระบบไฮบริดชนิดต้องมีการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟที่เน้นความประหยัด มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่เยี่ยมยอดมาก คือ 51.1 กม./ลิตร หรือประหยัดกว่ารถรุ่นเดิมถึงร้อยละ 26 เมื่อประจุไฟแบทเตอรีจนเต็มหม้อ และเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังซึ่งจุประมาณ 43 ลิตร รถจะวิ่งได้ไกลกว่า 600 ไมล์ หรือไกลกว่า 965 กม. ส่วนกรณีที่วิ่งด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวก็จะวิ่งได้ไกลประมาณ 35 กม. และสามารถทำความเร็วสูงสุด 135 กม./ชม.

วิจารณ์กันในเมืองมะกันว่า นอกจากระบบไฮบริดสุดประหยัดที่กล่าวแล้ว จุดขายสำคัญอีก 2 จุด ของรถแบบใหม่นี้ คือ ห้องโดยสารที่ออกแบบให้นั่งได้รวม 4 คน และให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในรถคูเประดับสุดหรูอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า HIGH-END LUXURY COUPE เป็นห้องโดยสารซึ่งนอกจากกว้างขวางนั่งยืดแข้งยืดขาได้สบายแล้ว ยังมีระบบป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกที่ออกแบบได้อย่างดีอีกต่างหาก กับระบบช่วยนำรถเข้าจอดในที่แคบๆ โดยอัตโนมัติ ทั้งแบบขนาน และแบบตั้งฉาก ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า IPA หรือ INTELLIGENT PARKING ASSIST และไม่มีในรถรุ่นก่อน



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : ผู้จัดงานและบริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2559
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/uQslq

บทความที่เกี่ยวข้อง

MERCEDES-BENZ X-CLASS
MERCEDES-BENZ X-CLASS
112,500
112,500
BMW X3
PORSCHE 911 GT2 RS
PORSCHE 911 GT2 RS
AUDI A8/AUDI A8 L
อัพเดทล่าสุด
21 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
4,590,000
2.
1,999,000
3.
3,990,000
4.
3,065,000
5.
2,790,000
6.
5,490,000
7.
1,354,000
8.
3,399,000
9.
750,000
10.
1,129,000
17.
799,000
18.
3,549,000
19.
479,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th