บทความ

ภาษีใหม่ เริ่มอย่างไรให้ไร้ปัญหา


ถึงแม้จะประกาศกำหนดการชัดเจนว่า จะเริ่มเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์อัตราใหม่ ที่คิดตามปริมาณการปล่อยไอเสีย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 แต่ในรายละเอียด บริษัทผู้ผลิตยังไม่ทราบแน่ชัดเลยว่า รัฐจะเอาอะไรเป็นเกณฑ์พิจารณาเริ่มเก็บ

พูดง่ายๆ รู้ว่าเริ่มเมื่อไหร่ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ?!

การจะเริ่มอย่างไร เป็นปัญหาใหญ่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เนื่องจากโครงสร้างภาษีใหม่จะมีผลให้ราคาจำหน่ายรถยนต์บางประเภทสูงขึ้น โดยเฉพาะพิคอัพ ซึ่งยังพัฒนาเทคโนโลยีการกำจัดไอเสียไม่ทัน

นอกจากนี้ ขั้นตอนตั้งแต่การผลิต จนถึงการจำหน่ายรถใหม่ ยังมีรายละเอียดมาก และพร้อมเกิดปัญหาได้ทุกจุด ฉะนั้น ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ต้องรู้ทั้งระบบ และวางแผนอย่างรัดกุม

เท่าที่สอบถามผู้บริหารบริษัทรถยนต์ เขาคาดว่ารัฐจะเริ่มเก็บภาษีใหม่โดยเลือก 1 ใน 3 แนวทางดังต่อไปนี้

1. นับจากวันที่รถออกจากโรงงาน อาจใช้วิธีตรวจสอบจากเลขตัวถัง เลขที่ออกจากโรงงาน หลังวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ก็คิดภาษีตามอัตราใหม่

2. ถือเอาวันที่ผู้บริโภคจองรถเป็นสำคัญ รถรุ่นที่ถูกจองภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 จะต้องคิดภาษีอัตราเก่า ไม่ว่าจะออกจากโรงงาน และส่งมอบลูกค้าเมื่อใด

3. ถือเอาวันที่ผู้ซื้อนำรถไปจดทะเบียนเป็นสำคัญ หมายความว่าผู้ซื้อต้องรับรถ และจดทะเบียนภายใน 31 ธันวาคม 2558 ต่างจากข้อ 2 ตรงที่ แม้จะจองรถภายในปีนี้ แต่ถ้าไม่ยอมรับรถ หรือบริษัทผลิตรถไม่ทันส่งมอบ รถคันนี้จะถูกคิดภาษีอัตราใหม่ ซึ่งหากทำให้ราคารถแพงขึ้น ก็แล้วแต่ข้อตกลงว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบระหว่างผู้ผลิต กับผู้ซื้อ

ทั้ง 3 แนวทาง มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น ถ้าเลือกใช้วิธีแรก ความยุ่งยากน้อยที่สุด เพราะไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับการซื้อขาย แต่อาจทำให้บริษัทรถยนต์สามารถคาดการณ์ และเร่งผลิตรถบางรุ่นเป็นพิเศษก่อนถึงเส้นตาย ซึ่งรัฐก็จะเสียผลประโยชน์ส่วนนี้ไป

วิธีที่สอง ซึ่งบริษัทรถยนต์คงชอบ เพราะยอดจองรถบางรุ่นจะสูงมาก แต่ก็เสี่ยงกับปัญหาการทิ้งใบจอง รวมถึงทิ้งรถเพราะผ่อนไม่ไหวในภายหลัง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับโครงการรถคันแรกมาแล้ว

ส่วนวิธีสุดท้าย คงมีผลคล้ายกับวิธีที่สอง แต่ปัญหาจะตกหนักกับบริษัทรถยนต์ที่ต้องผลิตสินค้าให้ทันเวลา รวมถึงกองทะเบียนที่ต้องรับบทหนักส่งท้ายปี แถมวิธีนี้ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายได้อีกมากมายด้วย

สุดท้ายรัฐก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ซึ่งอาจไม่ใช่ทั้ง 3 แนวทางนี้ก็ได้ ขอให้เป็นธรรม ชัดเจน และโปร่งใสเท่านั้นพอ ที่สำคัญคือต้องประกาศโดยเร็ว

อย่าลืมว่า การซื้อขายรถนั้น ไม่ใช่เฉพาะผู้ผลิตเท่านั้นที่ต้องวางแผน

ผู้ซื้ออย่างเราๆ ท่านๆ ก็ต้องวาง “แผนซ้อนแผน” ด้วยเช่นกัน



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2558
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZrrWl

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th