บทความ

ฮอนดา เอชอาร์-วี 1.6 ไอ-ดีเทค


ฮอนดา เอชอาร์-วี หรือที่ในตลาดญี่ปุ่น ใช้ชื่อว่า วีเซล (VESEL) เวอร์ชันแรกเริ่มออกจำหน่ายในปี 1999 ในสไตล์เอสยูวี 3 ประตู ขนาดกะทัดรัด ในเวลาอีก 9 ปีต่อมา ฮอนดา เริ่มผลิตครอสส์โอเวอร์ แบบ 5 ประตู เพิ่มขึ้นมา เพื่อตอบสนองความนิยมรถประเภทนี้ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ฮอนดา เอชอาร์-วี รุ่นล่าสุด เปิดตัวในยุโรปเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวา 2015 ด้วยรูปทรงที่กะทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในเมือง เส้นแนวหลังคาคล้ายกับรถคูเป เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้งเบนซิน และดีเซล แต่ในประเทศญี่ปุ่น จะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน และไฮบริด ส่วนในตลาดเมืองไทย จะมีแค่เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 141 แรงม้า เพียงแบบเดียวเท่านั้น

การตกแต่งภายในห้องโดยสาร คอคพิทมีความทันสมัย วัสดุที่ใช้มีคุณภาพดี มาตรวัดขนาดใหญ่ มองเห็นได้อย่างชัดเจน และเต็มไปด้วยสีสัน ที่พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมอุปกรณ์มากมาย คอนโซลกลางติดตั้งจอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว มาให้ด้วย กล่าวในเชิงเทคนิคแล้ว เอชอาร์-วี มีพื้นฐานร่วมกันกับ ฮอนดา แจซซ์ ถังน้ำมันอยู่ใต้เบาะนั่งด้านหน้า ซึ่งมีผลทำให้ช่วงเบาะนั่งด้านหลังมีพื้นที่เพิ่มขึ้น และเบาะหลังสามารถพับได้อย่างอัจฉริยะ เพิ่มความอเนกประสงค์ พื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายรถกว้างขวาง มีเนื้อที่ถึง 453 ลิตร เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน

จากการที่น้ำหนักพวงมาลัยทำมาค่อนข้างดี รวมไปถึงตัวรถที่สูงจากพื้นไม่มากนัก โครงสร้างรถมีการให้ตัวอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในการควบคุมได้ดี ให้ความรู้สึกที่มั่นคง ปลอดภัย สามารถคาดเดาได้ถึงอาการอันเดอร์สเตียร์ หรือหน้าดื้อขณะเข้าโค้ง

เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 1.6 ลิตร I-DTEC ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 4,000 รตน. ส่วนแรงบิดสูงสุด 30.6 กก.-ม. ที่ 2,000 รตน. ระบบเกียร์ในรุ่นดีเซล มีให้เลือกทั้งแบบ CVT และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ส่วนเครื่องยนต์เบนซินในตลาดยุโรป จะมีความจุ 1.5 ลิตร 4 สูบ ไดเรคท์อินเจคชัน I-VTEC กำลังสูงสุด 130 แรงม้า

เครื่องยนต์ดีเซลตัวนี้ ทำงานได้อย่างราบรื่นและประณีต แม้ว่าจะไม่นิ่ง ค่อนข้างสั่นสะเทือนและการทำงานไม่ลื่นไหลเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซล ตัวที่วางอยู่ใน ซีอาร์-วี ผู้พี่ แถมพละกำลังยังน้อยกว่า แต่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตัวดีเซล ทำได้ในเวลาเพียง 10.1 วินาที ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ใช้เวลาใกล้เคียงกันที่ 10.2 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้เท่ากันที่ 192 กม./ชม. ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซิน จะตอบสนองดีไปจนถึง 7,000 รตน. กำลังสูงสุด 130 แรงม้า อยู่ที่ 6,000 รตน. แต่ในช่วงต่ำกว่า 4,000 รตน. แรงจะไม่ค่อยมีเท่าไร การตอบสนองจะอืดเล็กน้อย

ในด้านอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย ดีเซลกับเบนซินอยู่ที่ 25 และ 17.9 กม./ลิตร ตามลำดับ ในโหมดสปอร์ท ดีเซล/เบนซิน ทำได้ 15.2/12.8 กม./ลิตร โหมดประหยัด ดีเซล/เบนซิน ทำได้ 25.6/19.2 กม./ลิตร ถือว่าเครื่องยนต์ทั้ง 2 แบบ ทำได้ดีทีเดียว แม้ว่าดีเซลจะเหนือชั้นกว่าพอสมควร

แม้ว่าเครื่องยนต์ดีเซล 120 แรงม้าตัวนี้ จะมีเสียงที่ดังกว่าเบนซิน แต่ให้แรงบิดที่ดีกว่าในรอบต่ำ และให้ความประหยัดเชื้อเพลิงที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่มีราคาค่าตัวในยุโรปที่สูงกว่าเบนซิน ประมาณ 2,300 ยูโร กว่าจะคุ้มค่าต้องใช้งานไม่ต่ำกว่า 18,000 กม. ผู้ที่ซื้อ เอชอาร์-วี จะเลือกเครื่องยนต์ชนิดใดคงต้องคิดหนักพอสมควรทีเดียว

 

คุณรู้หรือไม่ ?

ฮอนดา ระบุว่า เอชอาร์-วี มีความประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดในคลาสส์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล ที่ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ บริโภคน้ำมันเพียง 25 กม./ลิตร แถมปล่อยไอเสียค่อนข้างต่ำที่ 104 กรัม/กม. ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร มีค่าไอเสีย 130 กรัม/กม.



------------------------------
เรื่องโดย : จูลีเอตตา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/KZfKl

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอาดี คิว 5 ทีดีไอ กวัตตโร
แจกวาร์ เอฟ-เพศ เอส
เรนจ์ โรเวอร์ เอสวี ออโทไบโอกราฟี ไดนามิค
เอาดี คิว 5 ทีดีไอ ใหม่
โตโยตา ซี-เอชอาร์
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,699,000
2.
2,930,000
3.
679,000
4.
1,290,000
5.
21,890,000
6.
24,900,000
7.
3,090,000
8.
75,000,000
10.
1,545,000
11.
1,465,000
12.
2,390,000
13.
489,000
14.
1,199,000
16.
2,490,000
17.
479,000
18.
939,000
19.
24,500,000
20.
34,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th