บทความ

โมริคาซุ ชกกิ


“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้อาสาจะนำพา มิตซูบิชิ ไปสู่เป้าหมาย ทั้งการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และการทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าในปี 2559 นี้อุตสาหกรรมรถยนต์ในเมืองไทยจะเป็นอย่างไร ?

ชกกิ : หากมองในภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะสั้นจะไม่ค่อยดีมากนัก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในประเทศไทย และภาพรวมของโลกไม่ดีนัก แต่ในระยะยาวอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยมีโอกาสที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น แต่การทำตลาดไม่ง่ายนัก เพราะตลาดมีความผันแปรอย่างมาก

สำหรับปีนี้หากมองในแง่บวกอุตสาหกรรมโดยรวมน่าจะเหมือนปีที่แล้ว หรืออาจจะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากได้รับผลกระทบการปรับโครงสร้างภาษีที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559 ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ตลาดรถประเภท พีพีวี ที่เติบโตน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อรถตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หวังว่าในช่วงครึ่งปีหลังรัฐบาลจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมภาคการเกษตร เอสเอมอี การลงทุนสาธารณูปโภค รถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน

 

ฟอร์มูลา : มิตซูบิชิ วางนโยบายและทิศทางไว้อย่างไร ?

ชกกิ : ปี 2558 มิตซูบิชิ วางนโยบายและทิศทางไว้ที่การเติบโตของผลิตภัณฑ์ การได้รับการตอบรับและความพึงพอใจสูงสุดจากลูกค้า

ด้านผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิ แนะนำรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปาเจโร สปอร์ท ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างท่วมท้น ต่อมาได้แนะนำ มิราจ/แอททราจ และทไรทัน ที่ปรับโฉม โดยเน้นเรื่องการเพิ่มอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย รวมถึงเทคโนโลยีที่คุ้มค่า การตกแต่งเพิ่มอุปกรณ์ทั้งภายนอกและภายใน ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของ มิตซูบิชิ มีความแข็งแกร่งมากขึ้น และสามารถแข่งขันได้

บริการหลังการขาย ปัจจุบัน มิตซูบิชิ มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ 220 แห่ง ซึ่งตั้งแต่ปีที่แล้ว บริษัท ฯ ได้มีการปรับโฉมรูปลักษณ์ใหม่ของโชว์รูม พร้อมศูนย์บริการที่ดำเนินการเรียบร้อยแล้วมากกว่า 100 แห่ง และกำหนดว่าในปีนี้จะแล้วเสร็จทั้ง 220 แห่ง การปรับโฉมครั้งนี้ ต้องการให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการเข้ามาใช้บริการ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรหลังการขายดูแลให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าอย่างถูกต้อง เนื่องจากบริษัท ฯ ให้ความสำคัญเรื่องการบริการหลังการขายตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร เพิ่มหน่วยงานสำนักพัฒนาธุรกิจภายในประเทศ DOMESTIC OPERATION IMPROVEMENT (DOI) ที่มุ่งเน้นสร้างดีเลอร์มาตรฐานการขาย การบริการหลังการขาย โดยมีจุดมุ่งหมายการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้ามากขึ้น สิ่งที่ต้องการให้ลูกค้าได้รับ คือ ความสุขจากการได้ขับรถที่มีคุณภาพ และได้รับการบริการที่น่าพอใจ

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องการเสริมสร้างบแรนด์ให้แข็งแกร่งในตลาดประเทศไทย ซึ่งได้ทำธุรกิจมาครบ 55 ปี และไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 ของ มิตซูบิชิ ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่น มีรถที่ผลิตและส่งไปขายในต่างประเทศมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

 

ฟอร์มูลา : การนำระบบ DOMESTIC OPERATION IMPROVEMENT มาใช้ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง ?

ชกกิ : ปีนี้ดำเนินการต่อเนื่องปีที่ 2 ดีเลอร์มีการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และพัฒนาบุคลากร ซึ่งการพัฒนาระบบต่างๆ นั้นต้องใช้เวลา แต่จากการวัดผลความพึงพอใจของลูกค้า รู้สึกได้ว่าหลายอย่างมีการพัฒนามากขึ้น มิตซูบิชิ เชื่อมั่นว่าปัจจุบันหากลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโชว์รูม มิตซูบิชิ จะรู้สึกได้ถึงความสะดวกสบาย การบริการของพนักงานในแต่ละแผนก และเมื่อลูกค้าได้มีโอกาสทดลองขับรถยนต์ มิตซูบิชิ จะได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างและดีขึ้นกว่าเดิม

 

ฟอร์มูลา : กลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ในการแข่งขัน ?

ชกกิ : เน้นสื่อสารการตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็ว จัดการสื่อสารทางออนไลน์ ทั้งเฟศบุค และไลน์ การจัดกิจกรรมทางการตลาด โดยใช้จุดเด่นของ มิตซูบิชิ คือ จำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการ 220 แห่งทั่วประเทศ ที่เพียงพอต่อความต้องการ ค่าอะไหล่ ราคาไม่แพง เพราะก่อนที่จะตั้งราคา มิตซูบิชิ ได้สำรวจราคาของคู่แข่งก่อน ทำให้มั่นใจว่าราคาของ มิตซูบิชิ สมเหตุสมผล ไม่ได้แพงกว่าคู่แข่ง และการดูแลรักษาบริการหลังการขายที่ มิตซูบิชิ มีรับประกันการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เพราะมั่นใจได้ในการบริการที่ดีเยี่ยม

 

ฟอร์มูลา : มิตซูบิชิ ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ?

ชกกิ : ปีนี้เป็นปีที่ 55 ที่ มิตซูบิชิ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยที่ผ่านมา มิตซูบิชิ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และถือเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ถึงปัจจุบันอยู่ในอันดับ 4 ของตลาดมีส่วนแบ่งการตลาด 8 % ส่งออกเป็นอันดับ 2 ซึ่งแน่นอนในการรุกตลาด มิตซูบิชิ มีแผนงานที่จะต้องเติบโตให้มากกว่านี้ โดยปี 2559 ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 9 % สำหรับยอดขายในปีงบประมาณ 2557 มียอดขายรวม 58,000 คัน ส่วนปีงบประมาณ 2558 ตั้งเป้ายอดขายรวมมากกว่า 60,000 คัน

หากพิจารณาจากภาพตลาดโดยรวมที่มีอัตราการเติบโตที่ลดลง แต่ มิตซูบิชิ มียอดขายเติบโต รวมถึงส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าด้วยความมุ่งมั่นการทำตลาด รวมถึงลูกค้าให้การตอบรับผลิตภัณฑ์ของ มิตซูบิชิ โดยเฉพาะ ปาเจโร สปอร์ท ทำให้ มิตซูบิชิ มียอดขายที่เติบโต

สำหรับปี 2559 การประเมินสถานการณ์ตลาดโดยรวมทั้งประเทศมีปัจจัยทั้งภายใน และภายนอกเป็นตัวชี้วัด แต่สำหรับ มิตซูบิชิ ต้องการมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่าการมียอดขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากมองจากผลิตภัณฑ์ของ มิตซูบิชิ ทั้ง 4 รุ่น ที่ได้ปรับโฉม พัฒนาเทคโนโลยี ความปลอดภัย เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมถึงการมุ่งเน้นพัฒนาการบริการหลังการขาย การสื่อสารการตลาด รวมถึงกิจกรรมการตลาด มั่นใจว่าถึงแม้ตลาดจะไม่เติบโต แต่สำหรับ มิตซูบิชิ จะเติบโตได้

 

ฟอร์มูลา : การปรับโครงสร้างภาษีใหม่ที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559 มีผลกระทบอย่างไรบ้าง ?

ชกกิ : โครงสร้างภาษีใหม่ที่ปรับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559 มีการปรับในสัดส่วนที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของรถ ถ้าเป็นประเภทอีโคคาร์ และพิคอัพ ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่มีการปรับอัตราภาษีเพิ่ม ส่วนใหญ่จะกระทบรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และ พีพีวี ตัวอย่างเช่น รถ พีพีวี มีอัตราภาษีเพิ่มขึ้น 25-30 % แต่ผู้ผลิตรถส่วนใหญ่จะมีการปรับราคาขึ้นประมาณ 10 % ส่วน มิตซูบิชิ ปรับราคาเพียง 5 % เท่านั้น

ส่วนใหญ่ภาษีที่ปรับขึ้น บริษัทรถยนต์จะดูแลให้ลูกค้า เนื่องจากต้องการกระตุ้นยอดขายของปีนี้ เพราะจากการที่มีประกาศการปรับโครงสร้างภาษี ทำให้ลูกค้าเลือกรถตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่จะปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ลูกค้าที่จองซื้อรถในช่วงเดือนธันวาคม ต้องรอรถนานกว่าปกติ รวมถึงส่งผลให้ยอดขายในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ยอดขายลดลง

อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทรถยนต์ดูแลเรื่องของราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นก็ได้แค่ระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะสุดท้ายก็จะต้องมีการปรับราคาตามภาษีที่เพิ่มขึ้น

 

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าปีนี้ความต้องการของตลาดจะเป็นรถประเภทไหน ?

ชกกิ : มิตซูบิชิ เชื่อว่าราคาไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อรถแต่ละรุ่น เพราะถึงแม้ว่าราคาของอีโคคาร์ และพิคอัพจะไม่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลาย และการเลือกซื้อรถก็จะเลือกที่ประโยชน์ใช้สอย ความคุ้มค่า ซึ่ง มิตซูบิชิ ยังมองว่าลูกค้าที่ซื้อ ปาเจโร สปอร์ท เพราะคำนึงถึงความคุ้มค่า และมั่นใจราคาที่ปรับขึ้นจากการเพิ่มของภาษียังคงคุ้มค่า คุ้มราคา

เมื่อเปรียบเทียบยอดขาย ปาเจโร สปอร์ท ในปี 2557 ซึ่งเป็นรุ่นเก่ามียอดขายรวม 6,200 คัน แต่สำหรับ ปาเจโร สปอร์ท ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัว ผู้บริโภคให้การตอบรับอย่างมาก โดยตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันมียอดขายรวมกว่า 30,000 คัน

 

ฟอร์มูลา : โครงการอีโคคาร์ เฟส 2 เตรียมพร้อมมากน้อยแค่ไหน ?

ชกกิ : โครงการอีโคคาร์ เฟส 2 สำหรับ มิตซูบิชิ มีความพร้อมอย่างมาก เนื่องจากรถยนต์ มิราจ และแอททราจ มีค่าการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่า 100 กรัม/กม. ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการอีโคคาร์ เฟส 2 ของรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง มิตซูบิชิ ถือเป็นเจ้าแรกที่ขับเคลื่อนด้วยโครงการอีโคคาร์ เฟส 2

 

ฟอร์มูลา : ในอนาคตรถยนต์เหมาะที่จะใช้พลังงานประเภทใดมากที่สุด ?

ชกกิ : มิตซูบิชิ จะมองในภาพกว้างเป็นมหภาค จะมองที่การเปลี่ยนแปลง ของความต้องการในแต่ละยุค ปัจจุบันการเลือกใช้รถยนต์จะเน้นที่การใช้งาน ตัวอย่างเช่น เดิมรถพิคอัพก็จะเป็น 2 และ 4 ประตู ปัจจุบันนิยมใช้รถ เอสยูวี มิตซูบิชิ ก็จะมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการในประเทศไทย เมื่อมีการพัฒนาจากการนำรถพิคอัพมาเป็นรถ พีพีวี และได้รับความนิยมทุกค่ายก็นำรถมาพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

นอกจากนี้ มิตซูบิชิ ยังเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ของ มิตซูบิชิ ระดับโลกเหมาะสมอย่างยิ่งกับตลาด เห็นได้จากความต้องการของโลกที่พัฒนาไปที่รถพลังงานทางเลือก พลัก-อิน อีวี มิตซูบิชิ ก็พัฒนารถพลังงานทางเลือกสำหรับทำตลาดในระดับโลก ซึ่งในอนาคต มิตซูบิชิ เชื่อมั่นว่าการใช้รถพลังงานทางเลือกเกิดขึ้นในไทยอย่างแน่นอน แต่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพราะหากมองในรถทั้ง 4 รุ่นที่ มิตซูบิชิ ทำตลาดอยู่นั้นยังคงเน้นไปที่พลังงานเชื้อเพลิง แต่สิ่งที่ได้ คือ เป็นรถประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม

 

ฟอร์มูลา : แผนการลงทุนเพิ่มหรือไม่อย่างไร ?

ชกกิ : ในปีที่แล้ว มิตซูบิชิ มีการลงทุนในหลายส่วน ทั้งเรื่องการปรับโฉมโชว์รูม การตั้งไลน์การผลิตรถรุ่นใหม่ รวมถึงการลงทุนสนามทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ แต่สำหรับในปัจจุบันยังไม่มีแผนการลงทุนเพิ่ม แต่ในระยะยาวต้องศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดด้วยว่า จะสามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่สามารถตอบสนองได้คงต้องมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2559
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/g9ipK
อัพเดทล่าสุด
18 Jul 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th