บทความ

รถพาเป็นพาตาย


ก่อนลงมือเขียน ผมเจอข่าวเศร้าสลด เหตุเกิดที่สุรินทร์ สาวสองศรีพี่น้อง ขับรถเก๋ง (ขนาดเล็ก) เสียหลักชนต้นไม้ รถพลิกคว่ำ ตกลงไปในน้ำลึก 2 เมตร กว่าจะมีคนพบ ศพขึ้นอืด เพราะผ่านไปตั้ง 4 วัน ญาติบอกว่า ทั้งคู่ขับรถไปซื้อข้าวของ เพื่อฉลองปีใหม่ แล้วหายไปเลย ติดต่อไม่ได้ อนาถแท้

สิ่งที่บ้านเรายังดำรงอยู่ การแก้ไขถือว่า “ล้มเหลว” มาโดยตลอด คือ “ขับรถเร็ว” กับ “เมาแล้วขับ”

เท่าที่เห็น เจ้าหน้าที่จะกระจุกตัวอยู่ในเมืองหรือชุมชน แทบไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลตามถนนหนทางนอกเมือง การฝ่าฝืนทั้งสองอย่างและอื่นๆ นำมาซึ่งความหายนะ จึงไม่ลดทอน

เวลาขับรถทางยาว ที่เห็น คือ รถเก๋งขนาดเล็ก รถกระบะ หวือหวากว่าเพื่อน มาแรงไปเร็ว ประมาณว่า เชื่อรถ และเชื่อฝีมือ “ตูซิ่งได้… เคยซิ่งหนักกว่านี้อีก”

น่าเสียดายเพราะส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงาน หลักฐานยืนยันถึงความแรง คือ สภาพรถ แต่ละราย “เละไม่ต้องซ่อม” ทางการน่าจะเอามาโชว์ตามจุดเสี่ยง ตั้งแท่นยกสูงยิ่งดี เดี๋ยวซาเล้งที่ไม่กลัวผี แงะเอาเศษเหล็ก

โยมๆ ทางบ้านที่มีลูกหลานใช้รถขนาดย่อมๆ หรือรถกระบะ ลองสังเกตดู เขาขับแบบเสี่ยงตายไหม ถ้าใช่ ควรกล่อมเกลาให้เพลาลง ถ้าไม่ห้าม อาจได้เผาศพลูกหลานที่ตายก่อน นี่ไม่ได้แช่ง มันคือเรื่องจริงแบบไทยแลนด์โอนลี

ตามมาอย่างรวดเร็วด้วยคดีความเพื่อให้รู้ว่า “ข้าจะไปซะอย่าง ไปแค่คืบ รถพยาบาลก็อย่าขวาง” มาดูสิว่าศาลท่านตัดสินอย่างไร จะได้จดจำไว้

งานนี้ “นายหวอศักดิ์” ขับรถพยาบาลนำคนเจ็บไปส่งโรงซ่อมมนุษย์ เปิดไซเรน เปิดไฟวาบวับ ไฟกะพริบเต็มที่ มาถึงสี่แยกแห่งหนึ่ง ดูซ้ายดูขวา แล้วตัดสินใจฝ่าไฟอำนาจ อย่างที่พี่น้องชาวลาวเขาเรียกไว้น่ารัก คือ ฝ่าไฟแดง จังหวะนั้นแหละ “นายดุ่ยศักดิ์” ขับรถเพิ่งออกจากบ้าน จะไปสนามกีฬา ไม่สนใจหน้าไหนทั้งนั้น ตูได้ไฟเขียว เหยียบคันเร่งไปโลด ผลคือ รถพยาบาลกับรถยนต์ของ นายดุ่ยศักดิ์ โดนกัน เกิดการเสียหาย คนเจ็บและญาติในรถพยาบาลคงเซ็งเป็ด

สิ่งที่ตามมา คือ นายดุ่ยศักดิ์ หาเงินให้ทนายใช้และหางานให้ศาลทำ ฟ้องโรงพยาบาล และนายหวอศักดิ์ ให้ร่วมกันจ่ายค่าเสียหายหลายบาท ขอยกยอดเพื่อความรวดเร็ว ดูคำตัดสินของศาลฎีกาซะเลย ท่านชี้ว่า

จำเลยนำสืบไว้ว่า นายหวอศักดิ์ ขับรถจากโรงพยาบาล นำคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลอีกแห่งที่ใหญ่กว่า เพื่อรักษาให้รอด เปิดไฟวับวาบ ไซเรน ไฟกะพริบตลอดทาง นายดุ่ยศักดิ์ ไม่ได้โต้แย้งข้อเท็จจริงนี้เป็นอย่างอื่น แค่อ้างว่าได้ไฟเขียว จึงขับรถเข้าสี่แยกจนเกิดเหตุขึ้น แบบนี้ศาลมองว่า นายดุ่ยศักดิ์ อยู่ในวิสัยที่จะรับรู้ และเข้าใจได้ว่าเป็นรถฉุกเฉิน คนขับต้องขับรถเร่งรีบ นายดุ่ยศักดิ์ ก็บอกนี่นาว่า เพิ่งออกจากบ้านซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุแค่ 100 เมตร จะไปสนามกีฬาอยู่ห่างแค่ 1 กิโลเมตร แล้วจะรีบร้อนอะไรนักหนา (ข้อนี้ผมว่าเอง) ควรจะชะลอความเร็วลง เพื่อเปิดโอกาสให้รถที่มีเหตุจำเป็นฉุกเฉินผ่านไปก่อน เมื่อไม่ชะลอจึงเกิดเหตุ ดูลักษณะการชนจากภาพถ่าย ยังแสดงให้เห็นว่า รถของ นายดุ่ยศักดิ์ พุ่งเข้าชนรถตู้ ถือว่า นายดุ่ยศักดิ์ ฝ่ายโจทก์มีส่วนขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเช่นกัน ความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือว่า นายดุ่ยศักดิ์ เป็นผู้ก่อด้วย ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า นายหวอศักดิ์ งานนี้ออกเจ๊า ฝ่ายรถพยาบาลไม่ต้องจ่าย ยกฟ้องของ นายดุ่ยศักดิ์ ไปซะ มีอะไรไหม

นี่คือตัวอย่าง ข้าจะ “ซิ่ง” ข้าจะไปให้ได้ แล้วเกิดเหตุขึ้น พอค้าความก็หงายท้อง อย่างที่ศาลท่านฟันธงนั่นแล

ปีใหม่แล้ว สิ่งที่สมควรทำอย่างหนึ่ง คือ “ตีนเบาลง” ลด “ซิ่ง” และ “ลดดีกรีลง” เมาไม่ขับ ชีวิตจะยืนยาว โดยไม่ต้องพึ่งคำอวยพรจากไลน์หรือจากใครๆ นะครับ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7941/2556



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2559
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dNF6e
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th