บทความ

2 เดือน ภาษีรถใหม่ ผู้ผลิตยุ่ง ผู้นำเข้าแย่ ผู้ซื้อยิ้ม !?!


สถานการณ์ธุรกิจรถยนต์ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ค่ายต่างๆ เร่งปรับกลยุทธ์กันยกใหญ่ เพื่อให้สอดรับกับระบบอีโคสติกเกอร์และภาษีสรรพสามิตใหม่ ที่คิดตามอัตราการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

แต่ที่น่าเห็นใจที่สุดคงเป็นบริษัทผู้นำเข้ารถหรู เนื่องจากต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบที่เพิ่มขึ้นมากมาย ขณะที่ผู้ซื้อยังคงชลอการซื้อออกไป

“ฟอร์มูลา” รายงานภาพรวมของตลาดรถยนต์ หลังเริ่มใช้ภาษีสรรพสามิต ตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึงปัจจุบัน

รถทุกคัน ต้องผ่านการทดสอบจาก สมอ.

จากการปรับภาษีสรรพสามิตใหม่ ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทย และผู้นำเข้าต้องมีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้น โดยต้องนำรถเข้าตรวจสอบมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) หรือ UN R83 ในห้องปฏิบัติการเฉพาะที่เป็นมาตรฐานการทดสอบมลพิษของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งเทียบได้กับมาตรฐาน EURO 4

การทดสอบรถยนต์ แบ่งออกเป็น 7 สถานี คือ 1.ทดสอบปริมาณสารมลพิษ ขณะเครื่องยนต์เย็น 2. ตรวจวัดปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ ขณะเครื่องยนต์อยู่ในรอบเดินเบา 3. ตรวจหาปริมาณสารมลพิษจากห้องข้อเหวี่ยง 4. ตรวจหาปริมาณสารมลพิษไอระเหย 5. ตรวจสอบความทนทานของอุปกรณ์ควบคุมสารมลพิษ 6. ตรวจหาปริมาณสารมลพิษจากรถยนต์ที่อุณหภูมิต่ำ (-7? C) และ 7. ทดสอบระบบวินิจฉัยอุปกรณ์ควบคุมสารมลพิษในรถยนต์

นอกจากนั้น ต้องนำรถไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในระดับความเร็วต่างๆ ตามมาตรฐานข้อกำหนดทางเทคนิคของสหประชาชาติ UN R101 โดยมีผู้ทดสอบทำหน้าที่ควบคุมรอบเครื่องเดินเบา เพิ่มความเร็ว คงความเร็ว ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ให้เสมือนการใช้งานจริง ทั้งสภาวะในเมือง และนอกเมือง

ในระหว่างการทดสอบจะเก็บตัวอย่างการปล่อยไอเสียชนิดต่างๆ ที่ถูกปล่อยออกมา เช่น ไฮโดรคาร์บอน (HC) แกสคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) แล้วนำค่าดังกล่าว มาคำนวณหาค่าระดับไอเสีย และอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยมีวิศวกรของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และหน่วยงานควบคุมทางเทคนิค ที่ได้รับการรับรองจากประเทศสมาชิก UN WP29 เป็นผู้ดูแล และรับรองผลการทดสอบ

หลังจากผ่านการทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมแล้ว ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องส่งผลการตรวจไปยังสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เพื่อออก ECO STICKER (อีโคสติคเกอร์) ซึ่งจะแสดงตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทั้งสภาวะในเมือง และนอกเมือง (ลิตร/100 กม.) มาตรฐาน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ข้อมูลพื้นฐานของรถ เช่น ยี่ห้อ รุ่น ระบบเกียร์ รหัส เครื่องยนต์ โครงรถ เครื่องยนต์ น้ำหนักรถ ขนาดของยาง จำนวนที่นั่ง ประเภทเชื้อเพลิง และโรงงานที่ผลิต

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอุปกรณ์ที่ติดตั้งจากโรงงาน เป็นพื้นฐานความปลอดภัย และการประหยัดพลังงาน เช่น ขนาดของล้อ ระบบเบรค ถุงลมนิรภัย เบาะนั่ง ไฟท้าย และกระจก เป็นต้น รวมทั้งบอกรายละเอียดข้อมูลผู้ผลิต และนำเข้า ประกอบไปด้วย ชื่อบริษัทผู้ผลิต ที่อยู่ และเวบไซท์

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงในระบบของกรมสรรพสามิต สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เพื่อสะดวกในการเก็บภาษีรถยนต์

 

อีโคคาร์ ราคาเท่าเดิม
ตลาดรถนำเข้าชะลอตัว

การปรับภาษีสรรพสามิตใหม่ สนับสนุนรถประหยัดพลังงานอย่างชัดเจน ทำให้ตลาดรถยนต์อีโคคาร์ ไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องของราคาแต่อย่างใด แถมบางรุ่นยังปรับราคาลงเสียอีก อย่างเช่น มิตซูบิชิ แอททราจ เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ปล่อย CO2 100 กรัม/กม. ภาษีลดลง 3 % ราคาเริ่มต้นก่อนปรับ 449,000 บาท หลังปรับ 443,000 บาท เช่นเดียวกับ มาซดา 2 เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ราคาเริ่มต้นก่อนปรับ 550,000 บาท หลังปรับ 529,000 บาท เมื่อเทียบกับการเก็บภาษีแบบเก่า

แต่ที่ปรับราคาขึ้นชัดเจนที่สุดเป็นรถประเภท พีพีวี อย่าง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ภาษีเพิ่มขึ้น 5 % ราคาเริ่มต้นก่อนปรับ 1,138,000 หลังปรับ 1,159,000 บาท และคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีก

ส่วนตลาดรถนำเข้าอิสระก็ได้รับผลกระทบมาก ผู้นำเข้าเกือบทุกรายไม่สามารถวางแผนธุรกิจ กำหนดราคา เลือกรุ่นที่จะนำเข้ามาขายได้อย่างชัดเจน เพราะเมื่อนำเข้ามาแล้ว ต้องรอเวลาในการตรวจสอบรถ เพื่อคิดภาษี จึงใช้เวลานานกว่าจะออกขายได้ ทำให้ในช่วงต้นปี ตลาดรถยนต์นำเข้าซบเซาจนแทบหยุดชะงักเลยทีเดียว

ตัวอย่างปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ภาษีใหม่ และราคาจำหน่ายก่อนและหลังปรับภาษี ของรถ 5 บแรนด์ญี่ปุ่น รุ่นดัง ตัวทอพ

 

อัตราการปล่อยไอเสียของรถยนต์แต่ละรุ่น

HONDA

CR-V

11

 

เครื่องยนต์เบนซิน (E85) 2.4 ลิตร ปล่อย CO2 191 กรัม/กม. ภาษีเดิม 27 % ราคาเดิม 1,580,000 บาท ภาษีใหม่ 30 % จ่ายภาษีเพิ่ม 3 % ราคาใหม่ 1,620,000 บาท เพิ่มขึ้น 2.53 %

 

CITY CNG

12

เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร ปล่อย CO2 131 กรัม/กม. ภาษีเดิม 22 % ราคาเดิม 711,000 บาท ภาษีใหม่ 25 % จ่ายภาษีเพิ่ม 3 % ราคาใหม่ 731,000 บาท เพิ่มขึ้น 2.81 %

 

BRIO

13

เครื่องยนต์เบนซิน (อี 20) ขนาด 1.2 ลิตร ปล่อย CO2 115 กรัม/กม. ภาษีเดิม 17 % ภาษีใหม่ 17 % จ่ายภาษีเท่าเดิม ราคาคงที่ 533,500 บาท

 

MAZDA
BT-50 PRO

14

เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.2 ลิตร ปล่อย CO2 277 กรัม/กม. ภาษีเดิม 12 % ภาษีใหม่ 15 % จ่ายภาษีเพิ่ม 3 % แต่ยังคงไม่ปรับขึ้น ราคาเดิม 1,023,000 บาท

 

CX-3

15

เครื่องยนต์เบนซิน (อี 85) ขนาด 2.0 ลิตร ปล่อย CO2 145 กรัม/กม. ภาษีเดิม 22 % ภาษีใหม่ 25 % จ่ายภาษีเพิ่ม 3 % แต่ยังคงราคาเดิม 1,045,000 บาท

 

MAZDA 2

16

เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.5 ลิตร ปล่อย CO2 100 กรัม/กม. ภาษีเดิม 17 % ราคาเดิม 655,000 บาท ภาษีใหม่ 14 % จ่ายภาษีลดลง 3 % ราคาใหม่ 642,000 บาท ลดลง 1.98 %

 

MITSUBISHI

PAJERO SPORT

17

เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ปล่อย CO2 199 กรัม/กม. ภาษีเดิม 20 % ราคาเดิม 1,450,000 บาท ภาษีใหม่ 25 % จ่ายภาษีเพิ่ม 5 % ราคาใหม่ 1,469,000 บาท เพิ่มขึ้น 1.31 %

 

LANCER

18

เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร (อี 20) ปล่อย CO2 189 กรัม/กม. ภาษีเดิม 25 % ภาษีใหม่ 35 % จ่ายภาษีเพิ่ม 10 % แต่ยังคงราคาเดิม 1,054,000 บาท

 

ATTRAGE

19

เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ปล่อย CO2 100 กรัม/กม. ภาษีเดิม 17 % ราคาเดิม 594,000 บาท ภาษีใหม่ 14 % จ่ายภาษีลดลง 3 % ราคาใหม่ 582,000 บาท

 

NISSAN

PULSAR

20

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร (อี 20) ปล่อย CO2 187 กรัม/กม. ภาษีเดิม 25 % ราคา 976,000 บาท ภาษีใหม่ 35 % จ่ายภาษีเพิ่ม 10 % ราคาใหม่ 981,000 บาท เพิ่มขึ้น 0.51 %

 

JUKE

21

เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร (อี 20) ปล่อย CO2 154 กรัม/กม. ภาษีเดิม 25 % ราคา 858,000 บาท ภาษีใหม่ 35 % จ่ายภาษีเพิ่ม 10 % ราคาใหม่ 892,000 บาท เพิ่มขึ้น 3.96 %

 

MARCH

22

เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ปล่อย CO2 120 กรัม/กม. ภาษีเดิม 17 % ภาษีใหม่ 17 % จ่ายภาษีเท่าเดิม ราคาคงที่ 562,000 บาท

 

TOYOTA

FORTUNER

23

เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ปล่อย CO2 191 กรัม/กม. ภาษีเดิม 20 % ภาษีใหม่ 25 % จ่ายภาษีเพิ่ม 5 % แต่ยังคงราคาเดิม 1,054,000 บาท

 

CAMRY HYBRID

24

เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ปล่อย CO2 133 กรัม/กม. ภาษีเดิม 10 % ภาษีใหม่ 20 % จ่ายภาษีเพิ่ม 10 % แต่ยังคงราคาเดิม 1,899,000 บาท

 

YARIS

25

เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ปล่อย CO2 118 กรัม/กม. ภาษีเดิม 17 % ภาษีใหม่ 17 % จ่ายภาษีเท่าเดิม ราคาคงที่ 599,000 บาท

 

 

โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ เริ่มใช้ 1 มกราคม 2559

ประเภทรถยนต์ CO2/เครื่องยนต์ (ซีซี) อัตรภาษี (ร้อยละ)
อี 10/อี 20 อี 85/ซีเอนจี ไฮบริด
รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 คน น้อยกว่า 100 ก./กม. 30 25 10
101-150 ก./กม. 30 25 20
151-200 ก./กม. 35 30 25
มากกว่า 200 ก./กม. 40 35 30
มากกว่า 3000 ซีซี 50 50 50
พีพีวี/กระบะ 4 ประตู/กระบะตอนครึ่ง/กระบะตอนเดียว น้อยกว่า 200 ก./กม. 25/15/5/3
มากกว่า 200 ก./กม. 30/15/7/5
อีโคคาร์ (เบนซิน/ดีเซล)/อี 85 น้อยกว่า 100 ก./กม. 14/12
101-120 ก./กม. 17/17
รถพลังงานไฟฟ้า พลังงานไฮโดรเจน ไฮบริด และ ซีเอนจี น้อยกว่า 3000 ซีซี 10
มากกว่า 3000 ซีซี 50

ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อมูลรถยนต์ได้จาก ECO STICKER หรือ www.car.go.th



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพัฒน์ อินทมาตย์
ภาพโดย : อินเตอร์เนท
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2559
คอลัมน์ : รายงาน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/G6vvS
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
5,399,000
2.
4,999,000
5.
524,000
6.
599,000
7.
3,599,000
9.
2,090,000
10.
2,229,000
11.
779,000
12.
3,590,000
14.
1,316,000
15.
1,749,000
17.
3,299,000
18.
6,799,000
19.
3,249,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th