บทความ

ฟื้นจริงหรือเปล่า


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2015/2014

ตลาดโดยรวม 4.6 %
รถยนต์นั่ง – 9.5 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 133.6 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) – 47.9 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 14.0 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ 37.3 %
อื่นๆ – 13.5 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2015/2014

ตลาดโดยรวม – 11.9 %
รถยนต์นั่ง – 20.7 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 29.4 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) – 22.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 15.2 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ 5.7 %
อื่นๆ – 4.5 %

 

คลอดออกมาแล้ว ยอดการขายรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายน 2558 เป็นที่กระดี้กระด้าของใครหลายคน เพราะตัวเลขเพียงเดือนเดียว ขายได้มากกว่าปีก่อน 4.6 % ได้ 76,426 คัน ช่วยทำให้ยอดขายโดยรวมกระเตื้องขึ้นมา หดตัวไปเพียง 11.9 % ขายได้แค่ 698,151 คัน นักการตลาดเลยประเมินกันว่า ถ้าขายเดือนสุดท้ายของปีได้สัก 75,000 คัน ก็จะทำให้ตัวเลขยอดรวมทั้งปี อยู่ที่เกิน 750,000 คัน ถือได้ว่า ไม่น่าเกลียดเท่าใดนัก เพราะเคยขายกันได้น้อยกว่านี้มาแล้ว ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ขายได้ขนาดนี้ ต้องนับว่าดีพอสมควรแล้ว

 

ที่บอกว่ามีคนกระดี้กระด้า เจ้าแรกก็คือ มาซดา ขายรถเก๋งได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ของเดือน มากกว่าปีก่อนเกือบ 100 % และยอดรวมของปี ก็ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 เหมือนกัน รวมแล้วมากกว่าปีก่อนเกิน 50 % อีกเจ้าหนึ่ง มาจากทุ่งรังสิต มิตซูบิชิ ได้อานิสงส์รถรุ่นล่าสุด ปาเจโร สปอร์ท ทำยอดขาย พีพีวี ได้เป็นอันดับ 1 ห้าพันกว่าคัน เห็นเดินยิ้มกันทั้งสำนักงานเชียว เฉือนเอาชนะรถรุ่นใหม่ของค่ายสำโรงได้ 4 ร้อยกว่าคัน แต่ที่แน่ๆ 8 อันดับยอดขายสูงสุด ขายได้มากกว่าตลาดโดยรวม 3 ราย รายแรก ฮอนดา อันดับ 3 ขายมากกว่าปีก่อน 7.0 %, รายที่สอง มาซดา ขายมากกว่า 7.3 % และ ซูซูกิ ขายมากกว่า 2.2 % ขณะที่ยอดขายโดยรวมหดตัว 12.3 %

 

มาดูเรื่องของเศรษฐกิจกันบ้าง หลังจากอึมครึมมานาน ก็มีสัญญาณบวกจากการใช้จ่ายของรัฐบาล นับแต่เริ่มต้นปีงบประมาณ เดือนตุลาคม เริ่มสะท้อนภาพในเชิงบวกที่แตกต่างจากในช่วงหลายเดือนก่อน โดยมีการเร่งใช้จ่ายเม็ดเงินของภาครัฐ ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ โดยขยายตัวในเดือนตุลาคม ที่ 10.8 % ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์เริ่มขยับขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าจะเป็นการเร่งซื้อ ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นราคาตามการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในปีหน้า

 

ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็ออกมาประเมินภาวะเศรษฐกิจประเทศไทย ในปี 2559 ว่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 แม้การส่งออกจะหดตัว แต่จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นในภาคเอกชน คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 เศรษฐกิจอาจฟื้นตัวอย่างช้าๆ และน่าจะชัดเจนในครึ่งปีหลัง

 

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 ที่ภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งการเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทำให้มองเห็นถึงแนวโน้มของการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับดัชนีภาวะเศรษฐกิจของภาคครัวเรือน เพิ่มขึ้นมาที่ 47.0 แม้ว่าจะต่ำกว่าระดับ 50 แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่น นับเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่ดีสำหรับการฟื้นตัวของการบริโภค

 

สำหรับปี 2559 เศรษฐกิจน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่ายังมีหลายตัวแปรที่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ ยังอยู่ภายใต้ปัจจัยความไม่แน่นอน ทำให้ยังคงมีมุมมองเชิงระมัดระวัง โดยเชื่อว่า ทั้งการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน จะยังคงมีบทบาทสำคัญ ทั้งในการผลักดันเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นภาคเอกชน โดยการฟื้นตัวน่าจะชัดเจนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง อันจะทำให้ จีดีพี โดยรวมเติบโต 3.2

 

สำหรับแนวโน้มธุรกิจที่อาจเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง ในปี 2559 อาทิ การประมง ซึ่งยังหดตัวอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5, ปิโตรเคมี ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ่ รถยนต์ ที่มีปัจจัยถ่วงด้านกำลังซื้อของครัวเรือน ทำให้ค่ายรถยนต์ยังต้องแข่งขันทำการตลาดอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และ ค้าปลีก ที่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงอย่าง HYPERMARKET อาจเติบโตต่ำกว่ารูปแบบอื่น

 

แม้ว่าจากตัวเลขการขายรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายน จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น รวมทั้งมุมมองของสถาบันการเงิน ที่มองว่าเศรษฐกิจไทย น่าจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างช้าๆ ไม่เร่งร้อนอะไร ด้วยความมั่นคง แต่มุมมองของนักการตลาดบางค่าย ก็ยังมองโลกในแง่ดีมากไปกว่านั้นอีก โดยบอกว่า ถ้าหากยอดการขายในปีนี้ขึ้นไปได้ถึง 780,000 คัน แต่ปีหน้ามีปัจจัยเรื่องภาษีสรรพสามิตใหม่ จะส่งผลให้ราคารถยนต์ ปรับขึ้นในปีหน้า อันจะทำให้ยอดการขายน่าจะเหลือ 750,000 คัน และเมื่อภาษีสูงขึ้นอีก ราคารถยนต์สูงขึ้นอีก ก็จะมีผลลบทำให้ยอดขายรถยนต์ลดลงไปอีก

 

ถ้ามองอย่างนักการตลาดที่ว่า ก็ให้เป็นที่สงสัยว่า เศรษฐกิจบ้านเรา จะฟื้นขึ้นมาได้จริงหรือเปล่า เพราะกำลังการผลิตรถยนต์ของไทยมากกว่า 2.9 ล้านคัน และหากโครงการ อีโคคาร์ เฟส 2 เริ่มการผลิตขึ้นมาอีก ปริมาณการผลิตก็จะทำให้ค่ายรถยนต์ต้องมุ่งมั่นในด้านการส่งออกมากขึ้น

 

แต่ตลาดรถยนต์โลกก็ไม่ได้สวยงามอย่างที่คาดหวังกันไว้ เพราะตลาดเกิดใหม่ ไม่ได้มีมากมายอย่างที่คิด ยิ่งทำให้สงสัยกันว่า นี่จะ ฟื้นกันจริงหรือเปล่า

 

ใครจะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ช่วยตอบให้ฟังหน่อยเถิด



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2559
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Pk6a6
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th