บทความ

ท่าทางจะดี


ยอดการขายรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายน ทำให้บรรดานักการตลาดค่อยใจชื้นขึ้น เมื่อสภาอุตสาหกรรม ฯ เปิดเผยตัวเลขการขาย ว่ายอดขายรถยนต์ เพิ่มขึ้น 4.6 % เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 31 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 เป็นต้นมา แต่แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง กลับเติบโตลดลง 12.0 % ส่วนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เติบโตเพิ่มขึ้น 15.7 % เติบโตเป็นเดือนที่ 4 เพราะมีกระบะรุ่นใหม่เพิ่งแนะนำสู่ตลาด

หันมองทางด้านการเงิน ข้อมูลการให้สินเชื่อของธนาคารสถาบันการเงินเพียงเดือนเดียว ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 23 เดือน โดยมีสินเชื่อเอสเอมอี ที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐเพิ่มขึ้น เงินให้สินเชื่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเท่ากับมีเงินหมุนเวียนออกมามากขึ้น แต่เมื่อประเมินทั้งปีแล้ว สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อาจหดตัวน้อยลงเทียบกับปี 2558 ตามผลของโครงการรถยนต์คันแรกที่ทยอยปรับลดลง ก่อนที่แรงซื้อรถยนต์ใหม่จะช่วยหนุนให้ยอดสินเชื่อเช่าซื้อพลิกกลับสู่อัตราการเติบโตในแดนบวกได้ในปี 2560

ส่วนมุมมองจากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ มองว่า ตลาดรถยนต์ในเดือนธันวาคม มีแนวโน้มเติบโตจากเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และแผนการลงทุนของภาครัฐที่มีความชัดเจน ล้วนมีส่วนสนับสนุนต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจช่วงปลายปี ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ประกอบกับสถิติการขายชี้ว่า เดือนธันวาคม จะเป็นเดือนที่มียอดขายสูงสุดของปี ทั้งจากการจัดงาน MOTOR EXPO รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จากค่ายรถยนต์ต่างๆ ตลอดจนความต่อเนื่องของกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ในต้นปีหน้า ที่ส่งผลต่อการเร่งการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดรถยนต์

ต่อด้วยข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนพฤศจิกายน ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน สูงสุดในรอบ 7 เดือน อยู่ที่ระดับ 85.8 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.7 ในเดือนตุลาคม อันเนื่องมาจากผู้ประกอบการเห็นว่า การบริโภคภายในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชัน กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และเครื่องจักรกล ขณะเดียวกันราคาน้ำ้มันเชื้อเพลิงที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อต้นทุนการขนส่งของผู้ประกอบการ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนในการปรับปรุงเครื่องจักร และเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินกิจการ

ขณะที่ค่าดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 104.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 103.4 ในเดือนตุลาคม เกิดจากองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิตและผลประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ดัชนี ฯ อยู่ที่ 94.2 เพิ่มจาก 94.1 แม้ว่าจะเพิ่มเพียงนิดเดียว แต่ก็ทำให้มองเห็นว่า ผู้ประกอบการมองอนาคตว่าอย่างไร

กลับมาดูภาคการเงินอีกครั้ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจประเทศไทย ในปี 2559 ปรับตัวดีขึ้น หลังจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 แม้การส่งออกจะหดตัว แต่จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นในภาคเอกชน คาดว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 เศรษฐกิจอาจฟื้นตัวอย่างช้าๆ และน่าจะชัดเจนในครึ่งปีหลัง อันจะทำให้ จีดีพี โดยรวมเติบโต 3.2
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2559 จากไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 ที่ภาครัฐได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งการเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทำให้มองเห็นถึงแนวโน้มของการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน เพิ่มขึ้นมาที่ 47.0 แม้ว่าจะต่ำกว่าระดับ 50 แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่น นับเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่ดีสำหรับการฟื้นตัวของการบริโภค

สำหรับปี 2559 เศรษฐกิจน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่ายังมีหลายตัวแปรที่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ ยังอยู่ภายใต้ปัจจัยความไม่แน่นอน ทำให้ยังคงมีมุมมองเชิงระมัดระวัง โดยเชื่อว่า ทั้งการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน จะยังคงมีบทบาทสำคัญ ทั้งในการผลักดันเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นภาคเอกชน โดยการฟื้นตัวน่าจะชัดเจนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง อันจะทำให้ จีดีพี โดยรวมเติบโต 3.2

สำหรับแนวโน้มธุรกิจที่อาจเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง ในปี 2559 อาทิ การประมง ซึ่งยังหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 5, ปิโตรเคมี ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ่, รถยนต์ ที่มีปัจจัยถ่วงด้านกำลังซื้อของครัวเรือน ทำให้ค่ายรถยนต์ยังต้องแข่งขันทำการตลาดอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และค้าปลีก ที่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงอย่าง HYPERMARKET อาจเติบโตต่ำกว่ารูปแบบอื่น

นั่นคือมุมมองทางด้านบวก ของสภาวะเศรษฐกิจบ้านเรา และจากหลากหลายแหล่งทั้งค่ายรถยนต์และสถาบันการเงิน ที่จะมีผลต่อเนื่องมายังยอดการขายรถยนต์ โดยภาพรวมแล้ว ปี 2559 น่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีพอควร หรืออาจพูดอีกอย่างหนึ่งว่า คงไม่ตกต่ำ่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว พอจะทำให้ใจชื้นกันขึ้นมาได้บ้างหรือเปล่า

หรือใครจะเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ว่ามา



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2559
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tCi6z
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th