บทความ

“เถ้าแก่รถแทกซีหลุดก็ยังได้เงิน”


ขออนุญาต บก. คัดลอกข่าวแซ่บๆ ของ “ประสาท มีแต้ม” จากคอลัมน์โลกที่ซับซ้อน ซึ่งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ นำมาเผยแพร่ โดยเนื้อหาเป็นของ “TONY SEBA” อาจารย์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้พยากรณ์ถึงการพลิกโฉมใหม่ของพลังงาน และการขนส่ง จากเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ทำให้น้ำมัน นิวเคลียร์ แกสธรรมชาติ บริษัทผลิตไฟฟ้า และรถยนต์ในปัจจุบัน ตกยุคภายในปี 2030

สำหรับรถยนต์ที่เราใช้อยู่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน ปรากฏว่าพลังงานที่ได้มา ใช้สำหรับการขับเคลื่อนแค่ 17-21 % นอกนั้นเป็นความร้อนที่สูญเปล่า แถมใช้ชิ้นส่วนการขับเคลื่อนกว่า 2,000 ชิ้น ขณะที่รถไฟฟ้ามีเพียง 18 ชิ้น พลังงานที่ได้มาก็ใช้สำหรับการขับเคลื่อนเกือบทั้งหมด 85-99 %

ดังนั้น รถยนต์ไฟฟ้าจะเริ่มเบียดรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในปี 2017-2018 ภายในปี 2030 รถยนต์ใหม่ทั้งหมดจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า น้ำมันจะตกยุคภายในปี 2030 เนื่องจากแบทเตอรีถูกลง โซลาร์เซลล์ก็พัฒนาขึ้น และถูกลง เอาไฟมาใช้ตามบ้าน เลิกใช้ไฟฟ้าที่พึ่งสายส่ง และชาร์จรถไฟฟ้าได้สบายๆ อีกไม่นานเกินรอเลย

เหตุผลสำคัญ คือ แบทเตอรีถูกลง โซลาร์เซลล์พัฒนาขึ้น และถูกลง อาศัยการชาร์จแบทเตอรีด้วยโซลาร์เซลล์อีกต่างหาก

รีบซื้อรีบใช้รถที่มีเครื่องยนต์ในยุคนี้ให้หนำใจนะครับ อีกหน่อยได้เอาไปปลูกสะระแหน่ อึ้งกันเลยงานนี้

คดีความครั้งนี้น่าสนใจเช่นเคย

งานนี้เข้าข่าย “วันคาร์คัม วันคาร์โก ทูคาร์โครม วันแมนกระเด็นดาย” “นายบุญโอบ” สิ้นบุญคาที่ เมื่อรถแทกซีที่นั่งมา ชนกับรถเก๋งอีกคันหนึ่งอย่างแรง “นายมิด” คนขับแทกซี ซึ่งไม่รู้ว่าเหยียบมิดไหม กับ “นายมาแรง” คนขับรถเก๋ง ชื่อคนขับทั้งสองไม่น่าขับสวนกัน ไม่ได้หนีออกนอกประเทศ อย่างที่คนต้องคดีบ้านเราถนัด ตำรวจรวบตัว ส่งให้อัยการฟ้องไปที่ศาล เอาผิดทางอาญา แล้วพากันรับสารภาพผิด คดีถึงที่สุด

“นางบุญหอบ” มารดาของ นายบุญโอบ เห็นท่าจะไม่ได้เงินจากใคร เดือดร้อนต้องจ้างทนายเมื่อรอไม่ไหว ฟ้อง นายมาแรง นายมิด บริษัทประกันภัยสองเจ้า ฯ ซึ่งรถทั้ง 2 คัน ทำประกันชั้นหนึ่งเอาไว้ และฟ้อง “นายหนำใจ” เจ้าของรถแทกซี เป็นจำเลยที่ 1 ถึง 5 ร่วมกันจ่ายค่าเสียหาย เกือบ 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยพากันสู้คดี อ้างนั่นนี่ ขอให้ยกฟ้อง ใจคอจะให้ตายฟรี ทั้งๆ ที่เป็นผู้นั่งมาในรถ ไม่ได้เป็นคนขับ ที่จะอ้างว่า นายขับรถประมาท

ศาลชั้นต้นนั่งหน้ามุ่ย ตามสไตล์ตุลาการทั่วโลก ให้ดูน่าเกรงขาม ไม่ได้โกรธเคืองใครหรอก ฟังความทุกข้าง จะได้ไม่มีใครติฉิน แล้วตัดสินให้จำเลยร่วมกันรับผิดเกือบ 1 ล้าน 5 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ย โดยให้บริษัทประกันสองเจ้า ฯ รับผิดไม่เกิน 400,000 กับ 380,000 บาท ตามวงเงินประกัน แต่ให้ยกฟ้อง นายหนำใจ เจ้าของรถแทกซี เพราะคดีขาดอายุความ

นายมาแรง คนขับรถเก๋ง กับบริษัทประกันสองเจ้า ฯ พากันยื่นอุทธรณ์ เพื่อเด้งเชือก ไม่จ่ายเงิน

ศาลอุทธรณ์นั่งอ่านแต่สำนวนในห้องทำงาน ไม่เมื่อยในการออกนั่งบัลลังก์เหมือนตอนอยู่ศาลชั้นต้น แล้วพิพากษายืน ตามที่ศาลแรกว่าไว้

บริษัทประกัน ฯ ซึ่งรับประกันรถแทกซียังไม่ยอมจำนน มองว่าศาลยกฟ้องเถ้าแก่เจ้าของรถ ซึ่งเป็นคนซื้อประกันไปแล้ว บริษัทประกัน ฯ น่าจะลอยลำ ไม่ต้องรับผิด อีกอย่างบริษัท ฯ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับ นางบุญหอบ ผู้เป็นโจทก์ไปแล้ว นางบุญหอบ นำคดีมาฟ้องบริษัทประกัน ฯ ไม่ได้หรอก จึงยื่นฎีกา

ศาลฎีกาอ่านสำนวนคดีนี้ที่มาถึงคิว แล้วชี้ขาดด้วยความชำนิชำนาญว่า เรื่องสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ศาลอ่านดูแล้วละ เป็นเพียงบันทึกข้อตกลง ที่บริษัทประกัน ฯ ยอมรับผิดต่อ นางบุญหอบ เท่านั้น ไม่มีข้อความที่ นางบุญหอบ ตกลงจะไม่ฟ้อง ไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกัน ฯ แม้จะใช้คำว่าสัญญาประนีประนอมยอมความก็ตามทีเถอะ นางบุญหอบ ฟ้องคดีนี้ได้

ส่วนกรณีที่ศาลยกฟ้อง นายหนำใจ เถ้าแก่เจ้าของรถแทกซี ปรากฏว่ายกฟ้องเพราะขาดอายุความ ศาลไม่ได้ยกฟ้องโดยชี้ว่า นายหนำใจ ไม่ต้องรับผิด เมื่อเหตุวินาศภัยเกิดขึ้นแก่ นายบุญโอบ จากการขับรถประมาทเลินเล่อของ นายมิด คนขับรถแทกซี นายหนำใจ เจ้าของผู้ครอบครองรถแทกซีต้องรับผิดชอบด้วย บริษัทประกัน ฯ จึงดิ้นไม่หลุด ศาลล่างเขาตัดสินไว้ ถูกต้องแล้วครับ

ศาลฎีกายอมเมื่อยขาอีกงานหนึ่ง พิพากษายืน

แสดงว่า นางบุญหอบ ออกตัวช้า ฟ้องช้าไปนิดหนึ่ง จนเกิน 1 ปีนับแต่วันเกิดเหตุ ศาลจึงชี้ว่าคดีสำหรับ นายหนำใจ ขาดอายุความแล้ว ถ้ารถแทกซีไม่ทำประกันไว้ ก็เอาผิดทางแพ่งได้เฉพาะ นายมิด คนขับ นางบุญหอบ คงแย่ (ถ้าคดีนี้เล่นงานได้เฉพาะรถแทกซี) เอาอะไรไม่ได้ แม้ศาลจะตัดสินให้จ่ายเท่าไรก็ตาม

คดีนี้ศาลยังชี้ในข้อกฎหมายไว้น่าสนใจว่า เถ้าแก่รถแทกซีลอยลำ เพราะคดีขาดอายุความ บริษัทประกัน ฯ ก็ไม่ลอยตัวไปด้วย เพราะศาลไม่ได้ยกฟ้องโดยชี้ว่า เถ้าแก่รถแทกซีไม่ต้องรับผิดทางแพ่งในงานนี้ เข้าใจตามนี้นะขอรับ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7109/2557



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2559
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mBAOg
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th