บทความ

ไลฟ์บอย เมียนมาร์


เจเนอเรชัน 2 รุ่นของคนไทย คงรู้จัก เนวิน ชิดชอบ แต่ไม่รู้จักนายพลเนวิน กับรุ่นที่รู้จักทั้ง นายพลเนวิน แห่งเมียนมาร์ กับ เนวิน แห่งบุรีรัมย์ พม่า เป็นชื่อเดิม ชื่อใหม่ “สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่า” ซึ่งต่อมาขอเปลี่ยนใหม่อีกเป็น “เมียนมาร์” เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า MYANMAR และมีการเลือกตั้งในที่สุดหลังห่างเหินไปนาน

พม่าจะชื่อเรียงเสียงไรนั้น แต่ก็เป็นประเทศปิด ชูนโยบายต่างประเทศด้วยความเป็นกลาง ใครมาหาก็คำนับ-ต้อนรับ ระหว่างปิดประเทศก็ใช้ระบอบสังคมนิยมปกครองด้วยทหาร การเรียกร้องอิสรภาพ เสรีภาพ และความเสมอภาคเป็นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน แต่ถึงที่สุดแล้วเมียนมาร์ก็ต้องเปลี่ยนแปลงด้วยการเปิดประเทศ

ตัวเหตุที่ทำให้เมียนมาร์ต้องเดินหน้า CHANGE คือ เศรษฐกิจแห่งชาติ ที่ทำให้ประชาชนชาวเมียนมาร์ยากจนลงเป็นลำดับ ทั้งๆ ที่เมียนมาร์ส่งข้าวออกขายให้ต่างประเทศเป็นอันดับ 1 ของโลก

เมียนมาร์โอดโอยกับสหประชาชาติ ขอรับสถานะ “ประเทศยากจนต่ำสุด” ผ่อนคลายมาตรการการควบคุมสินค้าอุปโภคบริโภค และเปิดเสรีการค้าขาย

เศรษฐกิจแห่งชาติ มีน้ำหนักต่อการเรียกร้องเอกราช และมากกว่าการต่อสู้ของ อองซาน ซูจี บุตรสาวของ นายพลอองซาน “นัย” เช่นนี้ รู้สึกจะเป็นประเด็นสากล ไม่ว่าบ้านไหนเมืองไหน ปกครองด้วยระบอบใด เศรษฐกิจแห่งชาติมักมาก่อนเสมอ

เมียนมาร์ CHANGE เมืองสำคัญ เดิมก็เป็นเมืองย่างกุ้ง ต่อมาไปสร้างเมืองหลวงใหม่ ชื่อไพเราะเพราะพริ้ง “เนปิดอว์” NAY PYI TAW แต่การปกครองก็ยังเป็นเผด็จการทางทหาร เมื่อเมียนมาร์ได้รับความกดดันจากปัญหาเศรษฐกิจในชาติ กับความกดดันจากมหาอำนาจ แต่ในที่สุดแล้ว ก็ต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2558

การเลือกตั้งดังกล่าว เป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 พรรคใหญ่ คือ พรรคยูเอสดีพี (USDP) กับพรรค เอนแอลดี (NLD) โดยมีพรรคยูเอสดีพี (พรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา) เป็นพรรครัฐบาลปัจจุบัน โดยมี พลเอกเต็ง เส่ง เป็นประธานาธิบดี และเป็นหัวหน้าพรรค

ส่วนพรรคเอนแอลดี (พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย) เป็นพรรคของ อองซาน ซูจี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มีมวลมหาประชาชนชาวเมียนมาร์ให้การสนับสนุน ตามสายตาผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งเชื่อว่า เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด และน่าจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง

รัฐบาลปัจจุบันของเรามี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว. กลาโหม ผู้ดูแลความมั่นคงแห่งชาติ มองไปทางเมียนมาร์ก็จะเห็นว่า นอกจากมี พลเอกเต็ง เส่ง แล้ว ก็มี พลเอกตานฉ่วย อดีตผู้นำสูงสุด เคียงข้างเป็นเพื่อนเลิฟดูแลความมั่นคง

การเลือกตั้งครั้งนี้ จะนำไปสู่ประธานาธิบดีคนใหม่ด้วยเช่นกัน เงื่อนไขสำคัญที่วางกันไว้เป็นการปิดประตูกีดกั้น อองซานซูจี มิให้เป็นประธานาธิบดีได้ ด้วยข้อห้ามที่ว่า บุคคลที่จะเป็นประธานาธิบดีเมียนมาร์นั้น ต้องไม่มีคู่สมรส และบุตรเป็นคนต่างชาติ

แต่ อองซาน ซูจี ซึ่งมีคู่สมรสเป็นชาวอังกฤษ ก็แสบพอสมควร โต้กลับกรณีดังกล่าวอย่างแรงว่า “I WILL BE ABOVE THE PRESIDENT.” หมายถึง ถ้าพรรคของนางชนะการเลือกตั้ง และได้จัดตั้งรัฐบาล นางก็จะเป็นผู้ที่อยู่เหนือประธานาธิบดี ซึ่งไม่ผิดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้บัญญัติอะไรเลยเกี่ยวกับบุคคลที่จะอยู่เหนือประธานาธิบดี

กว่าจะรู้ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เมียนมาร์คงใช้เวลานาน ไม่ใช่เลือกเช้ารู้ผลเย็นอย่างบ้านเรา ขณะที่เพื่อนๆ อ่านเรื่องนี้ คงรู้ผล อองซาน ซูจี ได้เป็น PRESIDENT OF THE PRESIDEN หรือยัง !?!



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2559
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/gKrdm
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง