บทความ

ตัวช่วยทำงานอีกครั้ง


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2015/2014
ตลาดโดยรวม - 9.9 %
รถยนต์นั่ง - 24.2 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) + 47.8 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) - 23.3 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ - 11.3 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ + 33.7 %
อื่นๆ - 10.1 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-สิงหาคม 2015/2014
ตลาดโดยรวม - 15.1 %
รถยนต์นั่ง - 21.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) - 1.4 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) - 12.8 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ - 14.7 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ - 2.9 %
อื่นๆ + 0.5 %

ปกติเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าเมืองไทยมีงานรถยนต์ที่ถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศอยู่ 2 งาน หัวปีงานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ และปลายปีงาน MOTOR EXPO หรือ มหกรรมยานยนต์ ซึ่งทั้ง 2 งานเป็นเวทีที่รถยนต์ทั้งบแรนด์ใหญ่ และบแรนด์เล็ก ต่างไม่พลาดโอกาสที่จะจับจองพื้นที่ นำความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์, รถยนต์รุ่นใหม่ และรุ่นที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน เข้าร่วมแสดงในงาน จนบางบแรนด์ที่ตัดสินใจช้า พลาดโอกาสที่จะใช้เวทีทั้ง 2 งานให้เป็นประโยชน์ไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ 3 ปีให้หลังมานี้ มีอีกงานหนึ่งที่บริษัทรถยนต์ทั้งค่ายใหญ่และค่ายเล็กเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น ใช้เป็นเวทีในการเปิดตัวรถใหม่ และนำรถที่มีจำหน่ายอยู่พร้อมแคมเปญส่งเสริมการจำหน่ายสุดพิเศษ ชนิดกระชากจิตวิญญาณผู้บริโภคให้พิศวงงงงวย ลืมตัวลืมใจควักบัตรออกมารูดปรื้ด เป็นเจ้าของรถคันใหม่ไปในพริบตาได้ไม่ยากเย็นอีกงานหนึ่งแล้ว นั่นคือ งานมหกรรมของยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ ซึ่งใช้เวลาในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นระยะเวลาในการจัดงาน และในการจัดงานครั้งที่ 3 ประจำปี 2015 นี้ก็ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการดันยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในประเทศให้พุ่งปรู๊ดปร๊าดดูดีขึ้นได้เป็นอย่างมาก เป็นตัวเลขยอดจำหน่ายในเดือนกลางๆ ปีที่สวยหรูไม่แพ้ในช่วงเวลาของการจัดงานใหญ่ต้นปีและปลายปีเลยทีเดียว แถมบางค่ายยังใช้เวทีงานนี้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เป็นครั้งแรกอีกด้วย เช่น มิตซูบิชิ ที่ส่ง ปาเจโร สปอร์ท ใหม่ มาสกัดกระแสความนิยม โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ ใหม่ ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก และโมเดลพิเศษของรถยนต์ที่อยู่บนโชว์รูมผู้จำหน่ายแล้วอีกหลายรุ่น เช่น โมเดลพิเศษของ นิสสัน จูค และครูซ ใหม่ ของ เชฟโรเลต์ รวมไปถึงอีกหลายต่อหลายโมเดล

ที่ต้องยกเครดิทให้งานมหกรรมของยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ ว่ามีส่วนช่วยให้ตลาดซื้อขายรถยนต์ใหม่ป้ายแดงในช่วงกลางปีคึกคักคล่องตัวมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังซึมเซาเงียบเหงา แถมพ่อเจ้าประคุณธนาคาร หรือเงินทุน และไฟแนนศ์ทั้งหลาย ที่โฆษณาว่าตัดสินใจง่ายรวดเร็วทันใจ ก็ไม่เห็นจะจริงดังว่าสักเท่าไร ก็เพราะตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่เดือนสิงหาคมเพิ่มสูงขึ้นกว่าในรอบหลายๆ เดือนที่ผ่านมา บางตลาดถึงกับปรับตัวมียอดจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เคยทำเอาไว้ในเดือนสิงหาคมปีก่อนเสียด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าบรรดาบิกไฟว์รถยนต์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดอันประกอบด้วย โตโยตา, อีซูซุ, ฮอนดา, มิตซูบิชิ และนิสสัน เมื่อเทียบยอดจำหน่ายรวมทุกตลาดแล้ว ยังสู้ตัวเลขยอดจำหน่ายเดือนสิงหาคมปีที่แล้วไม่ได้ แต่ก็เป็นตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นจนน่าพึงพอใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่บรรดาพระรองหลายต่อหลายยี่ห้อมียอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงจนไม่เห็นตัวเลขที่เป็นสีแดงในเดือนนี้ เช่น มาซดา, ซูซูกิ และโวลโว ไม่นับรวมถึงค่ายรถหรู เมร์เซเดส-เบนซ์, บีเอมดับเบิลยู และซูบารุ ที่ค่อนข้างจะสบายตัวไปแล้วทั้งยอดจำหน่ายรายเดือน และยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีที่สูงกว่าในปี 2557 ไปนานแล้ว

ทั้งการผลักดันให้ผู้อยากได้รถคันใหม่ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้นง่ายขึ้น ในระหว่างการจัดงานมหกรรมของยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของแต่ละโชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้เดือนสิงหาคม ปี 2558 มีการซื้อขายรถใหม่ป้ายแดงไปรวมทั้งสิ้น 61,991 คัน น้อยกว่าเดือนสิงหาคมปีที่แล้วเพียง 9.9 % ส่งผลให้ยอดรวมตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาขยับไปอยู่ที่ 491,963 คัน แตกต่างจากช่วงเดียวกัน ปี 2557 อยู่ 15.1 % โดยยอดจำหน่ายรวมสูงสุด 5 อันดับแรกยังคงประกอบด้วย โตโยตา จำหน่ายไปแล้วรวม 166,703 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 33.9 % อีซูซุ 91,337 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 18.6 % ฮอนดา 71,427 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 14.5 % มิตซูบิชิ 32,475 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.6 % และนิสสัน 32,374 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.6 % เท่ากับ มิตซูบิชิ ซึ่งโอกาสที่ นิสสัน จะแซง มิตซูบิชิ ขึ้นไปได้ ถ้าดูจากตัวเลขยอดจำหน่ายที่เกิดขึ้นนี้ก็คงจะพอมีโอกาสอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อดูจากการที่ มิตซูบิชิ เพิ่งจะกดปุ่มเปิดผ้าคลุม ปาเจโร สปอร์ท รุ่นใหม่เข้าสู่สังเวียนยานยนต์ในกลุ่มรถเอสยูวี ซึ่งถ้าการส่งมอบรถให้กับผู้สั่งจองไว้ลื่นไหลไม่สะดุด ก็น่าจะทำให้ยอดจำหน่ายรวมของ มิตซูบิชิ ทิ้งห่าง นิสสัน ไปมากขึ้น และนั่นหมายถึง การยึดหัวหาดในอันดับที่ 4 จะยังคงมั่นคงแข็งแรงต่อไป ส่วนอันดับหัวแถว 1-3 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน

สำหรับตลาดพิคอัพ 1 ตัน ที่แยกออกเป็นประเภทขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ภาพของการซื้อขายโดยรวมในเดือนสิงหาคม ปี 2558 พระเอกของตลาดนี้ยังคงต้องเทไปที่ความสดใหม่ร้อนแรงของ โตโยตา ไฮลักซ์ รีโว ใหม่ ที่เชื่อว่าใครก็ตามที่สนใจรถพิคอัพคันใหม่ ยังไงก็ต้องแวะโฉบไปดู ไฮลักซ์ รีโว ใหม่ กันเสียก่อน ส่วนที่จะตัดสินใจคบหาเป็นพาหนะคู่ใจต่อไปหรือไม่ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง ซึ่งความสำเร็จของ ไฮลักซ์ รีโว ใหม่ เห็นได้อย่างชัดเจนในตลาดพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มียอดจำหน่ายสูงกว่าพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อของ อีซูซุ ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 ถึงเกือบ 2 เท่าตัว และยังช่วยฉุดให้ตลาดพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ มียอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่ายอดจำหน่ายเดิมในเดือนสิงหาคมปีที่แล้วถึง 33.7 % โดยสิงหาคมปีนี้ พิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ จำหน่ายไปได้รวม 2,965 คัน ในจำนวนนี้เป็น โตโยตา ถึง 1,529 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 51.6 % อีซูซุ จำหน่ายได้ 536 คัน สูงเป็นอันดับที่ 2 มีส่วนแบ่งการตลาด 18.1 % อันดับ 3 มิตซูบิชิ 478 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 16.1 % อันดับ 4 ฟอร์ด 340 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 11.5 % และอันดับ 5 นิสสัน 58 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 2.0 %

พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ อาจเป็นเพราะรุ่นย่อยของ ไฮลักซ์ รีโว ใหม่ ที่เป็นตัวขับเคลื่อน 2 ล้อยังเดินหน้าไม่เต็มสูบในการส่งมอบให้แก่ผู้ที่สั่งจองไว้ ทำให้ยังไม่สามารถแซง ดี-แมกซ์ ของ อีซูซุ ขึ้นไปยึดอันดับ 1 ได้ในเดือนสิงหาคม แต่อีกไม่นานโอกาสที่จะขึ้นถึงอันดับ 1 คงเกิดขึ้นหาก อีซูซุ ไม่กางแผนการตลาดบทใหม่ออกมาสกัดดาวรุ่งให้อยู่มือเสียก่อน พิคอัพขับ 2 ที่เป็นตลาดใหญ่นี้ เดือนสิงหาคมมียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 23,393 คัน ลดลงจากสิงหาคมปีก่อน 11.3 % อันดับ 1 ของตลาดยังเป็น อีซูซุ ด้วยยอดจำหน่าย 8,641 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 36.9 % โตโยตา เป็นอันดับ 2 ด้วยยอด 8,076 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 34.5 % อันดับ 3 เป็น ฟอร์ด ที่มียอดจำหน่ายสูงกว่า มิตซูบิชิ เพียงคันเดียว ฟอร์ด จำหน่ายได้ 1,640 คัน มิตซูบิชิ 1,639 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 7.0 % เท่ากัน อันดับที่ 5 นิสสัน 1,466 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 6.3 %

ยอดรวม 8 เดือน พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ อยู่ที่ 18,809 คัน ลดลง 2.9 % จากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2557 โตโยตา หายห่วง เป็นแชมพ์แน่นอนสำหรับตลาดนี้เพราะจำหน่ายไปแล้วถึง 9,707 คัน มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 51.6 % ขณะที่อันดับ 2 อีซูซุ จำหน่ายได้ 3,493 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 18.6 % อันดับ 3 มิตซูบิชิ 2,521 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 13.4 % ฟอร์ด 2,123 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 11.3 % อยู่อันดับที่ 4 และนิสสัน 734 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 3.9 % อันดับที่ 5



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2558
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/B1Ys6

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
22 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th