บทความ

ยอดส่งออก แซงขึ้นมานำ


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2015/2014

ตลาดโดยรวม  – 9.9 %
รถยนต์นั่ง – 24.2 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 47.8 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) – 23.3 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 11.3 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ 33.7 %
อื่นๆ – 10.1 %

 

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม-สิงหาคม 2015/2014

ตลาดโดยรวม – 15.1 %
รถยนต์นั่ง – 21.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) – 1.4 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) – 12.8 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 14.7 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ – 2.9 %
อื่นๆ 0.5 %

 

จากยอดการผลิต การขาย การส่งออก ของยานยนต์ประเทศไทย 8 เดือนที่ผ่านมา การผลิตทำได้ 1,260,584 คัน เพิ่มขึ้น 1.31 % แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง จำนวน 525,800 คัน คิดเป็น 41.71 % ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 8.54 % ในจำนวนนี้ เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 789,486 คัน คิดเป็น 62.63 % ของยอดผลิตรวม เพิ่มขึ้น 6.63 % และเป็นยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 471,098 คัน คิดเป็น 37.37 % ลดลงจากปีก่อน 6.5 %

 

ขณะที่การส่งออกรถยนต์ในช่วง 8 เดือนของปีนี้ (มกราคม-สิงหาคม 2558) มียอดส่งออกรวม 780,414 คัน เท่ากับ 98.85 % ของการผลิตเพื่อการส่งออก โดยส่งออกเพิ่มขึ้น 5.26 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 366,981.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.49 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

สำหรับยอดการส่งออกแบ่งเป็น รถยนต์นั่ง จำนวน 320,542 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 18.21 % รถกระบะขนาด 1 ตัน จำนวน 468,944 คัน ลดลง 0.07 % โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก 134,245 คัน เพิ่มขึ้น 64.42 % รถกระบะดับเบิลแคบ 285,863 คัน ลดลง 16.72 % รถกระบะ พีพีวี 48,836 คัน เพิ่มขึ้น 10.15 %

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยอดการขายในประเทศจะไม่สวยหรู ดูดี มีสกุล แถมยังตกเอาๆ แบบไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น แต่เมื่อกลับมาดูภาพรวมของทั้งโลก จะเห็นข่าวการตกต่ำทางเศรษฐกิจ อยู่ในทุกภูมิภาคของโลกใบนี้ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศยักษ์ใหญ่ ก็ไม่มีข่าวว่าประเทศไหน เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นฟู แต่ยานยนต์ที่ผลิตจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นอีโคคาร?์ หรือรถกระบะ กลับสามารถส่งออกไปขายได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นประเทศชื่อใหม่ๆ ที่ไม่ค่อยได้ยินกัน ก็ต้องยอมรับว่า ในเมื่อฐานการผลิตแข็งแกร่งดีแล้ว ฐานลูกค้าก็ยังแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน

 

ขอยกเครดิทความดีนี้ ให้กับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศไทยทุกท่าน

 

แถมด้วยข่าวการเพิ่มเม็ดเงินการลงทุนอีก 2 เจ้า หลังจากที่มีค่ายแหลมฉบัง เปิดสนามทดสอบเฉพาะเป็นของตัวเองไปแล้ว ค่ายยักษ์ใหญ่ก็อดรนทนไม่ได้ ยึดถนนบางนา-ตราด กม. 3 เปิดศูนย์ขับทดสอบรถยนต์ โตโยตา เตรียมให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไป-ตัวแทนจำหน่าย-คาร์คลับ ได้มาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ ทั้งในแบบออนโรด และโฟร์วีล ซึ่งถือเป็นศูนย์ขับทดสอบรถยนต์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

 

ศูนย์ดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ และได้รับการออกแบบจากบริษัท INGENAIX GMBH ประเทศเยอรมนี และพื้นที่ทั้งหมดจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน อาคารต้อนรับ 3 ชั้น, ส่วนที่ 2 สนามทดสอบในรูปแบบออนโรด และส่วนที่ 3 สนามทดสอบในรูปแบบโฟร์วีล โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ฝึก MOBILITAS ประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงนักแข่งจากทีมไทยแลนด์ ที่จะมาร่วมฝึกสอนการขับขี่รูปแบบที่ถูกต้อง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถสมัครเข้าร่วมฟรี เพียงเข้าไปลงทะเบียนที่ www.toyotadrivingexperiencepark.com

 

โดยปกติแล้ว สนามทดสอบรถยนต์ของแต่ละยี่ห้อ ค่อนข้างจะเป็นสนามปิด เพราะไม่ต้องการให้ผู้บริโภคได้เห็นสินค้าโมเดลใหม่ๆ ที่จะวางจำหน่ายในอนาคต แต่จุดเด่นของที่นี่ คือ ให้บริการฟรี และไม่ปิดบังสภาพสนามแต่อย่างใด แต่ก็เชื่อว่า พี่เขาก็ต้องหาทางเอารถรุ่นใหม่มาทดสอบที่นี่จนได้แหละ และจะทำให้เกิดสปายชอทกันเป็นกิจจะลักษณะ ให้ผู้สื่อข่าวได้สนุกสนานกันอีกครั้ง

 

เรื่องการลงทุนผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็เป็นข่าวดีอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อสหรัฐอเมริกาเปิดส่วนขยายโรงงานผลิตเกียร์แห่งใหม่ ด้วยมูลค่าการลงทุนราว 1,400 ล้านบาท กำลังการผลิตรวม 6 แสนชุด/ปี เพื่อรับตลาดรถยนต์ขนาดกลางในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โรงงานผลิตเกียร์ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดในจังหวัดระยอง ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทย

 

ดาน่า โฮลดิ้ง ฯ เชื่อมั่นต่อการลงทุนในไทย เพราะเป็นศูนย์กลางการส่งออกสำคัญของภูมิภาค แม้ที่ผ่านมาไทยจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ ปัจจุบัน ดาน่า โฮลดิ้ง ฯ ดำเนินการผลิตชุดเฟืองเกียร์ให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในไทย ด้วยการผลิตเพลา เกียร์ และเพลาขับ ให้กับลูกค้า อาทิ ฟอร์ด เรนเจอร์, มาซดา บีที-50, นิสสัน นาวารา และ ซูซูกิ

 

เห็นแค่เม็ดเงินการลงทุน การเตรียมการต่างๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ บอกได้เลยว่า เศรษฐกิจปี 2559 จำเริญโชติช่วงแน่



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2558
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/IYdCl
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th