-


เราได้คุยกันเรื่อง ทำไมต้องทำประกันภัยรถยนต์ (ภาคสมัครใจ) ในฉบับที่ผ่านมาและได้ยกตัวอย่างปัญหาอุบัติเหตุจากรถยนต์ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวัน รวมถึงปัญหาที่เจ้าของรถยนต์ หรือผู้ขับขี่ต้องเผชิญกับทั้งความเสียหายจากอุบัติเหตุ และปัญหาการเคลมประกันภัยค่าสินไหมจากบริษัทประกันภัยฉบับนี้จะได้เข้าไปในเรื่องของประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีกี่ประเภท แต่ก่อนจะเข้าไปในรายละเอียด ก็ขอนำข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ของแต่ละปีมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง และถือเป็นข้อมูลสนับสนุนสำคัญในการตอบคำถามที่ว่า "ทำไมต้องทำประกันภัยรถยนต์ (ภาคสมัครใจ)" ด้วยย้อนหลังไปดูข้อมูลตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา มีสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์จากการเก็บของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้จำนวนผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรช่วงสงกรานต์ วันที่ 11-17 เมษายน ปี 2544-2546 ประเทศไทย


อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์

ศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน 2546 เกิดอุบัติเหตุทางถนนใน 75 จังหวัด ( ไม่รวมกรุงเทพมหานคร ) รวม 11,124 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 569 คน และบาดเจ็บ 37,647 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าวมี 2 จังหวัด คือ ภูเก็ต และอุบัติเหตุ สาเหตุของการเสียชีวิต และอุบัติเหตุ ได้แก่ เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย


คณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ หรือ กปอ. ระบุว่า สถิติปี 2547 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 654 คน บาดเจ็บ 36,642 คน ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการเมาสุราขณะขับรถ การไม่สวมหมวกนิรภัย การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด


นายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงผลการวิจัยมูลค่าความสูญเสียอันเนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2548 ว่า เพียง 10 วัน มีผู้เสียชีวิต 522 คน บาดเจ็บ 16,395 คน มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 2,624 ล้านบาท และถ้ารวมความสูญเสียด้านจิตใจเข้าไปด้วยจะมีมูลค่าความสูญเสียสูงถึง 3,263 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุจราจรทางบกตลอดทั้งปีจะสูงถึง 106,994 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลการศึกษาโดยใช้ข้อมูลปี 2545 เป็นฐาน


ความสูญเสียดังกล่าว แยกเป็นความสูญเสียเนื่องจากการขาดงานของผู้เสียชีวิต 1,709 ล้านบาท ค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บ 147 ล้านบาท ความสูญเสียจากการขาดงานของผู้บาดเจ็บ ระหว่างรักษาตัว 74 ล้านบาท ความสูญเสียด้านทรัพย์สิน 306 ล้านบาท และความสูญเสียเนื่องจากการขาดงานของผู้ได้รับบาดเจ็บจนพิการ 385 ล้านบาท


ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน สรุป อุบัติเหตุ 10 วันอันตรายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 7-16 เมษายน 2549 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 5,327 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 476 คน บาดเจ็บ 5,985 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ร้อยละ 8.81 โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ พิษณุโลก 20 ราย รองลงมา เชียงใหม่ 17 ราย นครราชสีมา 16 ราย ลพบุรี 15 ราย และระยอง 14 ราย


เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2548 อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 5.75 เสียชีวิตลดลงร้อยละ 8.81 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ 506 คน สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเป็นการเมาสุรา ร้อยละ 35.44 รองลงมา ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด ร้อยละ 18.55 ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 10.44 และขับขี่จักรยานยนต์แบบไม่ปลอดภัย ร้อยละ 10.31 ประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือ จักรยานยนต์ ร้อยละ 84.72 รองลงมา รถพิคอัพ ร้อยละ 7.75 และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ร้อยละ 2.12


ทั้งนี้เกิดอุบัติเหตุสะสมในช่วงดังกล่าว 5,327 ครั้ง ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ร้อยละ 5.75 หรือลดลง 325 ครั้ง โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5,985 คน ลดลง ร้อยละ 7.89 หรือลดลง 513 คน จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยจังหวัดขอนแก่นได้รับการวางให้เป็นจังหวัดนำร่องแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตลดลงจำนวนมาก เนื่องจากมีการรณรงค์ที่ดี โดยในปีนี้ผู้เสียชีวิต 7 คน จากปีที่แล้วที่มี 12 คน


ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีจะมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันและมีปริมาณการใช้รถใช้ถนนมากกว่าปกติ คือ ตั้งแต่วันที่ 13-16 เมษายน จะมีรถออกต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกับทุกปี อธิบดีกรมการประกันภัย จะต้องออกมาฝากเตือน ให้ผู้ขับขี่รถทุกท่านเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่จะขับขี่ พร้อมทั้งงดเครื่องดื่มประเภทมึนเมา และเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นด้วย


เพื่อบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากอุบัติเหตุ ขอแนะนำให้รถทุกคันทำประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกันภัยรถภาคบังคับ ซึ่งจะสามารถให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากรถ โดยในกรณีบาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท/ราย และถ้าเสียชีวิต หรือ สูญเสียอวัยวะ หรือ ทุพพลภาพถาวรจะได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 100,000 บาท/ราย หากผู้เป็นเจ้าของรถ ฝ่าฝืนไม่ทำประกันภัยรถภาคบังคับจะมีโทษปรับตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถต้องการจะได้รับความคุ้มครองรวมถึงทรัพย์สินด้วย ควรทำประกันภัยรถภาคสมัครใจประเภท 1-4 อย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มเติม ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองจากการประกันภัยรถภาคสมัครใจทั้ง 4 ประเภท ดังนี้


1. ประเภท1 (ชั้น 1) ให้ความคุ้มครอง 4 ความคุ้มครอง ดังนี้

- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ

- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

- ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถคันเอาประกันภัย

- ความรับผิดต่อความสูญหาย และไฟไหม้ของตัวรถคันเอาประกันภัย


2. ประเภท 2 (ชั้น 2) ให้ความคุ้มครอง 3 ความคุ้มครอง ดังนี้

- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ

- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

- ความรับผิดต่อความสูญหาย และไฟไหม้ของรถคันเอาประกันภัย


3. ประเภท 3 (ชั้น 3) ให้ความคุ้มครอง 2 ความคุ้มครอง ดังนี้

- ความรับผิดต่อร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ

- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก


4. ประเภท 4 (ชั้น 4) ให้ความคุ้มครอง 1 ความคุ้มครอง ดังนี้

- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก


หากมีปัญหาหรือต้องการข้อมูลด้านการประกันภัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนประกันภัย 1186 หรือส่วนคุ้มครองผู้เอาประกันภัยทุกเขต และสำนักประกันภัยจังหวัดทุกจังหวัด


เราจะได้พูดคุยกันในรายละเอียดของการประกันภัยแต่ละประเภทในฉบับต่อๆไป คอยติดตามนะครับ
------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
ภาพโดย : -
นิตยสาร formula ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2549
คอลัมน์ ทั่วไป
อัพเดทล่าสุด
7 Apr 2021

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Price (THB)
1.
6.6-10.1 ล้าน
2.
2.2-2.7 ล้าน
3.
2.6-4.7 ล้าน
4.
2.2 ล้าน
5.
21.5 ล้าน
6.
2.5 ล้าน
7.
0.7-1.0 ล้าน
8.
6.3-9.4 ล้าน
9.
4.6-6.0 ล้าน
10.
0.7-1.2 ล้าน
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
Body Type
  • COUPE
  • ESTATE
  • HATCH
  • MPV
  • PICKUP
  • SALOON
  • SPORT
  • SUV
  • VAN
  • ALL
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ