บรรเจิด
สี่แผ่นดิน
-
คุณ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ได้กรุณาสร้างละครเรื่อง "สี่แผ่นดิน" เพื่อลงทางช่องโมเดิร์นไนน์ โดยจะเริ่มตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป
เป็นธรรมดาที่คนในวัยผม ฟังแล้วก็ตื่นเต้น เพราะจะได้ชมละครเอกเรื่องนี้ทางทีวีอีกครั้ง หลังจากได้เคยดูไปนานต่อนานแล้ว
ในการกลับมาสร้าง "สี่แผ่นดิน" จากบทประพันธ์ของบรมครู มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช อีกครั้งหนึ่งนี้ คุณมิ่งขวัญ ได้สวมบท อากู๋ แห่งทีมสโมสรเชลซี เป็นเจ้าบุญทุ่มลงทุนมากกว่า 80 ล้านบาท ฟังแล้วไม่น่าเชื่อว่าเพียงละครทีวีเล่นให้ดูกันฟรีๆ จะต้องลงทุนมากมายหวิด 100 ล้าน
โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก สมัยก่อนนั้น "สี่แผ่นดิน" ลงทุนกันไม่กี่เฟื้องสลึง (ไม่ถึงชั่งด้วยซ้ำไป) สมัยนี้ คนมากขึ้น ในบรรดาจำนวนคนมากเหล่านี้ คนที่มีความรอบรู้ก็ย่อมต้องมีมากเช่นเดียวกัน อาจเป็นด้วยเหตุนี้ก็ได้ คุณมิ่งขวัญ จึงต้องสร้าง "สี่แผ่นดิน" ด้วยความรอบคอบเพื่อให้คนดูละครเรื่องนี้ มีอารมณ์ร่วมและเข้าไปถึงเนื้อหา ลีลา ของเรื่องอย่างเต็มร้อย
ประการแรก "สี่แผ่นดิน" เป็นละครประเภท พรีเรียด (PERIOD) ย้อนยุคอะไรทำนองนั้น เมื่อย้อนยุคแล้วสถานที่ก็ดี เครื่องแต่งกาย ตลอดจนทรงผม และเครื่องใช้ไม้สอยในฉาก ก็ต้องย้อนยุคไปทั้งหมด เหล่านี้ทำให้การสร้างละครย้อนยุคหรือการสร้างภาพยนตร์ย้อนยุคต้องลงทุนสูง ชนิดไม่มีทางเลี่ยง
คุณมิ่งขวัญ จึงไม่มีประตูเลือกต้องอัดด้วยเงินอย่างเดียว เพื่อทำ "สี่แผ่นดิน" ให้ตรงกับข้อเท็จจริงมากที่สุด และคุณมิ่งขวัญ ก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าจะต้องพาคนดูกลับไปสู่แผ่นดินสยาม ในรัชสมัยเสด็จพ่อ ร. 5 จนถึง รัชกาลที่ 8 ให้ได้
ผมยังไม่ได้เห็นตัวอย่างแม้แต่คัทเดียว แต่ก็เชื่อว่า คุณภาพของ "สี่แผ่นดิน" โดยคุณมิ่งขวัญจะไม่มีอะไรหย่อนยานหรือบกพร่องให้เป็นข้อตำหนิเอาได้
"สี่แผ่นดิน" มีตัวละครมากมาย แต่ที่เด่นสุดๆ ก็เห็นจะไม่แคล้ว คุณเปรม และแม่พลอย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า เรื่องราวที่ดำเนินไปนานถึงสี่แผ่นดินจะทำให้ผมรู้สึกว่า มีเพียง 2 คนเท่านั้นในเรื่อง เมื่อคิดอย่างนี้แล้วก็ทำให้ผมอยากดูว่า คุณตุ้ยผู้รับบทคุณเปรม และคุณอุ้มผู้รับบทเป็นแม่พลอย จะคุ้มค่ากับความโดดเด่นตามเรื่องหรือไม่ เมืองไทยเริ่มมีสถานีโทรทัศน์ในปีพุทธศักราช 2497 ประจวบเหมาะกับหลายหยดแห่งกาลเวลาละครเวทีหมดสิ้นไม่มีจะหยดอีกแล้ว และสถานีโทรทัศน์แห่งแรกก็คือ ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม หรือ ทอทอทอ ก็เรียกกัน
เจ้าหน้าที่ของช่อง 4 ระดับบริหารเท่าที่ผมยังจำได้มี ซูเพอร์สตาร์ทั้งหมด คุณจำนง รังสิกุล คุณพิชัย วาศนาส่ง ยังงี้ แถมยังมีผู้ประกาศงามๆ อีกหลายคน ขณะที่หนุ่มน้อย อาจินต์ ปัญจพรรค์ เริ่มเข้าทำงานแล้วก็ปั้นละครทีวีเป็นเรื่องแรกของเมืองไทยด้วยเรื่อง "สุนทรภู่"
เห็นได้ชัดเจนว่า ไทยทีวีช่อง 4 เป็นยอดในการลงทุนสร้างละคร แม้ยามนั้นจะเป็นละครขาวดำไม่ใช่ละครสีโซนี คัลเลอร์เหมือนสมัยนี้ แต่การทำละครย้อนยุคอย่าง "สุนทรภู่" ก็ต้องลงทุนเหมือนกัน
พูดถึงละครทีวีย้อนยุคนั้น สมัยแรกเริ่ม คณะนาฏศิลป์สัมพันธ์ ดูจะผูกขาดซะเจ้าเดียว แค่คุณอารีย์ นักดนตรี คนเดียว ยังไม่ประกบกับพระเอก คุณประกอบ ไชยพิพัฒน์ ก็กินขาดแล้ว ที่จำได้ก็เห็นจะเป็นละครเรื่อง "นางไซซี" และตามมาด้วย "เจ้าหญิงกรรณิการ์" จากบทประพันธ์ของ คุณหลวงวิจิตรวาทการ และ "ศรอนงค์" จากเรื่องของ ขุนวิจิตรมาตรา
ถึงวันนี้ ผมยังนับถือคุณจำนง รังสิกุล เหมือนกับที่เวลานี้ผมกำลังนับถือคุณมิ่งขวัญ ยังไงยังงั้น เพราะการบริหารของคุณจำนง นี้แหละ ทำให้ผมได้ดูละครทีวีเรื่องดังๆ มาก และก็แปลกที่ช่อง 4 บางขุนพรหม ดังจากละครประเภทย้อนยุค
ในปี 2507 ไทยทีวีช่อง 4 ก็เสนอละครย้อนยุค "แผลเก่า" กระหึ่มด้วยเพลง "ขวัญเรียม" ผลงานของ "พรานบูรพ์" และเป็นฝีมือจากการแสดงของคุณกำธร สุวรรณปิยศิริ กับ คุณนันทวัน เมฆใหญ่ ผลลัพธ์ที่ตามมากลายเป็น คุณนันทวัน ตามคุณกำธร แต่งงานกันไปเรียบร้อยอยู่ร่วมกันมาถึงวันนี้
คุณกำธรนั้น เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับผม บ้านอยู่เคียงกันทางพรานนก ฝั่งธนบุรี
มาถึงปี 2519 ไทยทีวีช่อง 4 จึงมีชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น อสมท. และเป็นมาจนถึงยุคที่คุณมิ่งขวัญ อาสาเข้ามาบริหารพลิกความเก่าจำเจของช่อง 4 ขึ้นเป็นโลกแห่งไอที ปลุกปั้นให้เป็น ทีวีแห่งความทันสมัย หรือโมเดิร์นไนน์ แข่งขันกันระเบิดเถิดเทิงกับอีกหลายๆ ช่อง ทั้ง ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 และไอทีวี ตลอดจนถึงช่องเคเบิลทีวี อันที่จริง ความบันเทิงจากทีวีนั้นดูจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของผู้ชม คือไม่รู้จะไปไหนแล้วอยู่กับบ้านนอนดูละครไปเถอะ
และละครทีวีก็ได้รับการเลือกว่า เป็น ขยะ มากกว่าเป็นเมนูจานเด็ด ประกอบกับละครทีวีสมัยนี้ก็ถูกผู้จัดสร้างให้เข้ากันกับโลกวันนี้ คือ โลกแห่งฟาสต์ฟูด อะไรต้องเร็วไปหมด กาแฟจะมัวมาบดแล้วใส่ถุงลวกน้ำร้อนก็ช้าเกินไป มันต้อง อินสแตนท์คอฟฟี ละครน้ำเน่าจึงเหมาะสมกับการพักผ่อนของผู้คนที่ต้องอยู่กับความเร็ว
ละครทีวีเมื่อได้เข้ามาสู่สถานีโทรทัศน์หลายช่อง ก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาไม่มีความตื่นเต้นเหมือนสมัยก่อนนี้
จำเป็นต้องมีละครให้คนดูทุกคืน คืนหนึ่งอย่างน้อยก็ 2 เรื่อง ทำกันไปทำกันมาก็หนีไม่พ้นจะต้องหวนกลับไปเอาเรื่องเก่าๆ มาเล่าสู่กันฟังใหม่ บางเรื่องทำซ้ำกันไปซ้ำกันมาจนจำไม่ได้ว่า มาเป็นรูปแบบละครทีวีกี่สมัย อย่างเรื่อง "บ้านทรายทอง" เห็นเล่นกันจังแทบทุกช่อง
หรือบทประพันธ์อมตะอย่าง "ผู้ชนะสิบทิศ" ก็ถูก ลิเก เล่นกันจนถ้าเป็นหนังสือก็ถูกจับอ่านจนขาดวิ่นเป็นหน้าๆ ไปหมดแล้ว
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ถึงอย่างไร เพชร ก็ยังคงความเป็น เพชร ไม่มีอะไรจะไปลบคมมันได้ อมตะนิยายหลายเรื่องจึงสามารถเข้ามาถึงห้องนอนของคนดูทางบ้านได้อย่างไม่น่ารังเกียจ แม้ว่าโลกวันนี้จะพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้ามากมายและเร็วยิ่งกว่าวันวานสักเท่าไรก็ตาม
เหมือนกับช่อง 9 ที่คุณมิ่งขวัญเข้ามาเป็นหัวหอกขณะนี้ คุณมิ่งขวัญ ต้องทำให้ช่อง 9 เป็นทีวีแห่งความทันสมัย แต่ขณะเดียวกันเขาก็ยังไม่ลืมภาคแห่งความบันเทิง ความบันเทิงที่เป็นเอกลักษณ์ของช่อง 4 เก่าๆ ก็ยังวนเวียนในความคิดของคุณมิ่งขวัญ
ผมยังเชื่อว่า คุณมิ่งขวัญ คงจะหาทางพลิกความเก่ามาอยู่บนเส้นทางเดียวกันกับความทันสมัย คงไม่เอา อินเตอร์เนท มาลงช่อง 9 ถ่ายเดียว หรืออัดข่าวสารเข้าไปอย่างเดียว จนขาดความหลากหลายอันเป็นทางเลือกแห่งการพักผ่อนของคนดูทีวี ดังจะเห็นได้ว่า ช่อง 9 นั้นเลือกรายการคุณภาพลงไว้หลายตัว ทั้ง รายการสนทนาประสาคุณสรยุทธ ในภาคดึก และรายการเกมโชว์ ด้วยฝีมือของคุณปัญญา เป็นต้น
กลับไปพูดถึงละครทีวีดังๆ ในสมัยเก่า ผมก็ยังคิดเอาเองอีกว่า คุณมิ่งขวัญ คงไม่ได้มองแค่ "สี่แผ่นดิน" เพียงเรื่องเดียว ดีไม่ดีท่านก็อาจจะคิดสร้าง "แผลเก่า" หรือนิยายดังๆ ขึ้นมาอีกก็ได้ ใครจะรู้
ขอบใจ คุณมิ่งขวัญ ครับ ซีอีโอ สี่แผ่นดิน เอ๊ย สี่ชาติ ไปร่วมก๊วนเล่นกอล์ฟด้วยกัน ถึงหลุม 5 มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ซีอีโอแคนาดารีบคว้ามือถือออกจากถุงกอล์ฟ
"โอเค...ซื้อเลย หุ้นไมโครซอฟท์พันหุ้น" ซีอีโอแคนาดาพูดและหันมาบอกเพื่อน "ผมเป็นคนสำคัญ เพราะฉะนั้นลูกน้องต้องเรียกผมได้ทุกเมื่อ นี่เป็นเหตุผลที่ผมต้องใช้มือถือ"
ถึงหลุม 8 มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คราวนี้เป็นรอบของ ซีอีโออเมริกัน เขารับสายด้วยมือถือพิเศษด้วยเทคโนโลยี คือใช้นิ้วชี้ทิ่มปากและใช้นิ้วหัวแม่มือทิ่มไปในหู เริ่มพูดจนจบข้อความหันมาบอกเพื่อน
"ผมเป็นบุคคลสำคัญ บริษัทต้องติดไมค์ใส่นิ้วชี้และติดลำโพงใส่หู"
หลุม 14 เป็นรอบสายโทรศัพท์ของ ซีอีโอเยอรมัน เขายืนตรงและพูดเลย "โอเค ขายบริษัทไปเลย" หันมาบอกเพื่อน "ผมก็เป็นคนสำคัญ บริษัทจึงติดไมค์ใส่ปากผม แล้วติดลำโพงไว้ที่หู"
หลุม 17 เสียงโทรศัพท์ดัง คราวนี้เป็น ซีอีโอญี่ปุ่น เขาเผ่นหายไปหลังพุ่มไม้ เพื่อนตามไปดูเห็นเขาปลดขากางเกงทำท่าเหมือนจะถ่ายทุกข์ระดับเบา เพื่อนๆ พากันถอนหายใจแบบโล่งอกไปที พากันกล่าวคำขอโทษเพื่อให้เขาอยู่ลำพังเป็นการส่วนตัว แต่ญี่ปุ่นคนนี้ยิ้มและบอกเพื่อน
"ไม่เป็นไร ผมกำลังรอแฟกซ์น่ะ"




บทความที่เกี่ยวข้อง
 
กรุณาเลือกหมวดที่ท่านต้องการ
Event start date
ถนนโรดแมพ
น่าจะดี
หัวใจเมือง-เมืองกังวล
เศรษฐีญี่ปุ่นถวิลหากลิ่นอายยุโรป
งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 38
 
 
 
 
 
Test Drive Data | Buyer's Guide | Articles & Event | Photo Gallery | Car Forum | Resource Center | Our Magazines | Our TV Programme | About Us | Site Map
Content is comming.