กองบรรณาธิการ
ฮัมเมอร์ เอช 2
ความงามที่ลงตัวของ "เอสยูที"
ในที่สุด พิคอัพดับเบิลแคบ เวอร์ชันของ เอช 2 ก็ได้ฤกษ์บุกตลาดญี่ปุ่น แม้จะมีจุดต่างจากรถแบบแวกอน แค่ตรงส่วนท้ายรถที่เปลี่ยนเป็นแบบกระบะ แต่ก็น่าแปลกที่จุดต่างเพียงเท่านี้ ก็เปี่ยมเสน่ห์ชวนให้น่าติดตามอย่างชนิดที่แค่นึกก็สนุกแล้ว ฉบับนี้เราขอแนะนำรถที่ร้อนแรงที่สุดตอนนี้...ฮัมเมอร์ เอช 2 เอสยูที เอสยูที ที่มีความโดดเด่นเป็นหนึ่ง ไม่ว่าจะมองด้านไหน รูปโฉมด้านหลังของ เอช 2 เป็นแบบเรียบๆ ไม่ค่อยน่าประทับใจ เมื่อเทียบกับใบหน้าที่ดูท้าทายและดุดัน การจัดทำโครงด้านหลังของ เอช 2 ที่ดูคล้ายกับเอา ฮอนดา สเตพแวกอน มายืดให้ขยายออกทางด้านข้างนั้น ไม่ค่อยประทับใจมาตั้งแต่แรกแล้ว จึงไม่คิดที่จะถ่ายรูปด้านหลังของ เอช 2 แต่ เอช 2 เอสยูที ที่ได้รับการใส่ชื่อ เอสยูที หรือ สปอร์ท ยูทิลิที ทรัค นั้นต่างไปโดยสิ้นเชิง เมื่อมองจากด้านหน้าจะดูไม่ต่างจากรุ่นแวกอน แต่เมื่อมองด้านข้างก็จะประหลาดใจกับรูปแบบดับเบิลแคบ ซึ่งมีกระบะบรรทุกของทั้งๆ ที่ตัวถังสั้น และถ้าหันไปมองด้านข้างเต็มๆ ก็จะเห็นการออกแบบแนวปั๊มนูนแสนเท่ ที่ทำให้ส่วนหน้าของแนวเชื่อมตั้งแต่ชายกระโปรงหน้าไปจนถึงขอบล่างของหน้าต่างข้างถูกแยกออกโดยเด็ดขาด จากนั้นเมื่อเลยผ่านไปจนสุดที่ยางอะไหล่เส้นโต จะรู้ว่า รถรุ่นนี้ไม่ใช่สักแต่ว่าคันใหญ่โตเท่านั้น แต่เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อขนานแท้ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง สิ่งที่น่าประทับใจอันดับแรกของ เอช 2 เอสยูที คือ มันเหมือนสาวงามที่ทำให้เราต้องเหลียวหลังมอง จากการมีบั้นท้ายที่ทรงเสน่ห์อย่างเต็มตา นั่นเอง จุดเด่น นอกจากหน้าตา ยังอยู่ที่ความสะดวกในการใช้งาน พื้นที่บรรทุกสัมภาระแบบเปิดหลังคา ซึ่งเป็นจุดเด่นของ เอช 2 เอสยูที นั้น ถ้ามองในแง่ความสะดวกในการใช้งานแล้ว ที่จริงก็ไม่ได้ดีมากมายอะไรนัก แม้จะมีความกว้างของรถเกินกว่าสองเมตรก็เถอะ แต่ความยาวของห้องบรรทุกสัมภาระสั้น และเนื่องจากตัวยึดยางอะไหล่เป็นแบบบานสวิง ทำให้ไม่สามารถวิ่งไปทั้งๆ ที่เปิดฝาปิดท้ายกระบะได้ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถบรรทุกสัมภาระ เช่น จักรยานภูเขาไปในสภาพที่เปิดฝาปิดท้ายกระบะได้ อีกทั้งพื้นและฝาปิดท้ายกระบะก็อยู่ในระดับสูงด้วย ทำให้นำสัมภาระที่อยู่ลึกออกมาได้ยาก แต่สิ่งที่ไม่ถูกใจ ดังกล่าวนี้ คงไม่มีความหมายอันใดเลยกับพวกที่เตรียมจะเป็นเจ้าของเอสยูที เพราะก่อนที่จะถกกันเรื่องความสะดวกในการใช้งานในฐานะของพิคอัพ สิ่งสำคัญที่ต้องรักษาไว้เหนือสิ่งอื่นใดคือ "ลักษณะที่ดูสมเป็น ฮัมเมอร์" ยิ่งไปกว่านั้น มันยังใช้งานได้สะดวกกว่าแบบแวกอนที่มีการติดยางอะไหล่ขนาดใหญ่และที่นั่งแถวสามไว้ที่ห้องบรรทุกสัมภาระ อีกทั้งลูกเล่นในการทำผนังกั้นห้องบรรทุกสัมภาระกับห้องโดยสารให้พับได้ก็ช่วยให้สามารถบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดยาวได้โดยไม่ลำบากด้วย ยิ่งผนวกกับที่ว่างเหนือกระบะเปิดหลังคาด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มีความจุสัมภาระอย่างเทียบกันไม่ติดกับแบบแวกอน ก็เลยมาเห็นคุณค่าเอาตอนนี้ละ ระหว่างพี่กับน้อง เลือกคันไหนดี ตัดสินใจไม่ถูก ? ทั้งเครื่องยนต์ และระบบรองรับ ล้วนเป็นแบบเดียวกับรถแบบแวกอน เครื่องยนต์วอร์เทค 6,000 แบบ วี 8 ความจุ 6.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 50.4 กก.-ม. รับมือได้ดีกับการวิ่งบนทางด่วน โดยอาศัยแรงบิดที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำ ส่วนระบบรองรับของรถคันที่นำมาทดสอบซึ่งเป็นแบบแอร์สปริง (ด้านหลัง) ก็ทำให้ขับขี่ไปได้อย่างอารมณ์ดี ด้วยรสชาติที่ยอดเยี่ยม โดยมีอาการแกว่งเล็กน้อย ขณะที่ให้ความสบายในการขับขี่ที่นุ่มนวลแบบรถอเมริกัน สำหรับจุดที่เป็นห่วงเกี่ยวกับประสาทสัมผัสที่มีต่อความกว้างของรถนั้น เนื่องจากมีระดับสายตาสูงและรูปตัวถังที่เป็นทรงสี่เหลี่ยม ทำให้จับจุดได้ง่าย แม้ว่าจะต้องอาศัยความคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่คิดว่าขับได้ค่อนข้างง่าย จุดที่สร้างความประทับใจสูงสุดในระหว่างที่ลองขับจนบัดนี้ก็เป็นไปตามคาด คือ สายตาจากผู้คนโดยรอบ ซึ่งพอรับรู้ถึงความเป็น "เอสยูที" ทุกคนก็มองจ้องราวกับถูกตรึงสายตาไปชั่วครู่ ทั้งนี้ เอช 2 ที่สามารถพาคุณท่องไปในโลกที่ต่างจากธรรมดาได้ทันทีนับแต่ขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ยังทำให้ผู้คนที่จ้องมองจากภายนอกรู้สึกได้ชัดถึงพลังอำนาจที่ต่างจากธรรมดาด้วย อย่างไรก็ดี แม้จะคิดว่ารุ่น "เอสยูที" มีเสน่ห์เร้าใจกว่ารุ่นแวกอน แต่ก็ไม่ทราบว่าคุณๆ ทั้งหลายคิดจะเลือกรุ่นไหนกันแน่ ?
1. แค่ทำเป็นแบบกระบะ เท่านี้ภาพพจน์ก็กลายเป็นรถสำหรับคนชอบลุย
2. ประตูกลางที่กั้นห้องบรรทุกสัมภาระกับห้องโดยสาร สามารถพับลงได้ จึงใช้งานได้อย่างกว้างขวาง
3. หน้ารถค่อนข้างสั้น บรรจุเครื่องยนต์วอร์เทค แบบวี 8 ความจุ 6.0 ลิตร
4. ความสูงใต้ท้องรถ สามารถรักษาระดับ 267 มม. ไว้ได้ด้วยผลดีจากการใช้ยางรถวงโต ระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบโครงอิสระ ส่วนด้านหลังเป็นคานแข็ง-คอยล์สปริง
5. ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลล์ไทม์ มีการแบ่งแรงบิดออกไปไม่เท่ากัน ในอัตรา หน้า 40:หลัง 60 และในสภาพที่ใช้ดิฟฟ์ลอคหลัง และกลาง สามารถเลือกเข้าเกียร์ไฮหรือโลว์ได้ตามใจชอบ
6. เอช 2 สวมยางขนาด 315/70R17 ส่วนสลักของฮับก็มีถึงแปดตัว
7. แนวปั๊มนูนที่ลากตรงมาจากชายกระโปรงหน้า ได้รับการเน้นหนักมากกว่ารุ่นแวกอน และได้สมดุลดี ส่วนยางอะไหล่ก็เปลี่ยนไปอยู่ในจุดที่โดดเด่นขึ้น
8. ทัศนวิสัยของ เอช 2 ที่มีกระจกหน้ากว้างต่างจาก เอช 1 ที่กระจกหน้าเป็นแบบแบ่งส่วนนั้น ยอดเยี่ยม รู้สึกเหมือนมองดูจอภาพยนตร์
9. มาตรวัดแบบสองตาขนาดใหญ่ มองเห็นได้ง่าย และมีแถบตัวอักษรเท่านั้นที่เป็นสีขาว
10. คันเกียร์ที่ทำออกมาอย่างใหญ่โตเป็นแบบจับโยกในแนวระนาบ 1
1. เอช 2 ที่มีระบบควบคุมแรงฉุดทำงานอยู่เสมอนั้น เมื่อกดปุ่ม TC2 ก็จะเข้าสู่โหมดที่ยอมให้ล้อลื่นไถลได้เล็กน้อย จึงทำให้มีพลังเหนือชั้นในการวิ่งตามทางวิบากบางสภาพ เช่น พื้นทราย 1
2. ที่นั่งแถวหน้ามีกลไกปรับตำแหน่ง 8 ทิศทางในระบบเพาเวอร์ ติดตั้งอยู่ และสามารถบันทึกตำแหน่งที่นั่งสำหรับผู้ขับขี่/โดยสารสองคนด้านหน้าได้ 1
3. ที่นั่งแถวหลัง มีหูฟังกับปุ่มปรับระดับเสียงเตรียมไว้ให้ คนข้างหลังจึงสามารถฟังซีดีขณะที่คนข้างหน้าฟังวิทยุได้ด้วย ข้อมูลจำเพาะ ฮัมเมอร์ เอช 2 เอสยูที มิติ และน้ำหนัก
ย/ก/ส (มม.) 5,171/2,063/2,075
ความยาวฐานล้อ (มม.) 3,117
ความกว้างฐานล้อ (หน้า/หลัง) (มม.) 1,763/1,763
ความสูงท้องรถ (มม.) 267
น้ำหนักรถ (กก.) 2,906
ขนาดยางรถยนต์ LT 315/70R17 เครื่องยนต์
ชนิด วี 8 สูบ OHV ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ความจุ (ซีซี) 5,967
กำลังสูงสุด (พีเอส/รตน.) 320/5,200
แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รตน.) 50.4/4,000
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) 121 ระบบถ่ายทอดกำลัง
เกียร์อัตโนมัติ เดินหน้า 4 จังหวะ (รุ่น 4L65-E) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
ชนิด ฟูลล์ไทม์ 4x4 พร้อมกลไกทูสปีด อีเลคทรอนิคส์ คอนทโรล ระบบรองรับ
หน้า แบบโครงอิสระ ทอร์ชันบาร์
หลัง แบบคานแข็ง แอร์สปริง ระบบห้ามล้อ
หน้า/หลัง จาน พร้อมช่องระบายความร้อน




บทความที่เกี่ยวข้อง
 
กรุณาเลือกหมวดที่ท่านต้องการ
Event start date
นิสสัน เอนพี 300 นาวารา
โตโยตา ไฮลักซ์ วีโก ทีอาร์ดี สปอร์ทีโว 2
โวลโว เอกซ์ซี 60 ที 5
โพร์เช มากัน
โตโยตา แฮร์ริเออร์ ใหม่
 
 
 
 
 
Test Drive Data | Buyer's Guide | Articles & Event | Photo Gallery | Car Forum | Resource Center | Our Magazines | Our TV Programme | About Us | Site Map
Content is comming.