ในที่สุด ก็มาถึงวันที่ผู้ใช้รถยนต์ต้องยอมรับความจริงอันเจ็บปวดว่า ยุคน้ำมันราคาถูกได้ผ่านพ้นไปแล้วและยุคของเชื้อเพลิงซึ่งกลั่นจากน้ำมันดิบใต้ผืนดิน ก็เหลือเวลาอีกไม่นานเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ เมื่อยุคของพลังงานในฝัน เช่น ไฮโดรเยน หรือเซลล์เชื้อเพลิงยังมาไม่ถึง แนวทางปฏิบัติเพื่อรับมืกับสถานการณืน้ำมันแพง และสภาวะขาดแคลนในอนาคต สำหรับประเทศที่ไม่มีน้ำมัน เป็นทรัพยากรอย่างเราก็คือ การประหยัด พร้อมทั้งพยายามแสวงหาพลังงานจากแหล่งอื่นมาใช้ทดแทน

เริ่มจากเบนซิน นอกจากการรณรงค์ให้ลดปริมาณการใช้ลงแล้ว เรายังนำเอธานอล หรือเอธิลแอลกฮอล์ที่ผลิตได้จากพืชผลการเกษตรมาผสมในเนื้อน้ำมันลิตรต่อลิตร โดยเรียกเบนซินผสมเอธานอลนี้ว่า แกสโซฮอล

แกสโซฮอล เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2528 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเล็งเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน และพืชผลการเกษตรราคาตกต่ำ จึงทรงมีพระราชดำริให้โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ฯ นำอ้อยมาแปรรูปเป็นเอธานอล ผสมกับเบนซิน ทดลองใช้กับรถยนต์ในโครงการฯ ปรากฏว่าได้ผลดี จนรัฐบาล และบริษัทน้ำมันน้อมรับแนวพระราชดำริไปสานต่อ ทำให้การใช้แกสโซฮอลแพร่หลายอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง

ที่สำคัญตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งทั่วประเทศจะจำหน่ายแกสโซฮอล 95 แทนเบนซิน 95 ตามนโยบายรัฐบาล

ด้านน้ำมันดีเซลจะมีไบโอดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันที่ได้มาจากพืช และไขมันสัตว์ที่ใช้แล้ว และผลิตขึ้นใหม่ให้เลือกใช้ 3 ประเภทตามความต้องการของเครื่องยนต์ คือ น้ำมันพืช หรือน้ำมันสัตว์ล้วนๆ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู และน้ำมันพืช หรือน้ำมันสัตว์ผสมกับเบนซิน สำหรับเครื่องยนต์เกษตร และอุตสาหกรรม ส่วนน้ำมันไบโอดีเซลที่ผ่านการแปรรูปด้วยกระบวณการทางเคมี เพื่อให้มีคุณสมบัติเหมือนน้ำมันดีเซลมากที่สุดใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลในรถยนต์

และเช่นเดียวกับแกสโซฮอล รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนา และส่งเสริมการผลิตไบโอดีเซล ด้วยการสนับสนุนการปลูกปาล์มน้ำมันในภาคใต้ และภาคตะวันออก พร้อมกำหนดเป้าหมายการใช้ไบโอดีเซลให้มีปริมาณวันละ 8.5 ล้านลิตร ภายในปี 2555

นั้นหมายความว่า ภายในระยะเวลาเพียง 5 ถึง 10 ปีนับจากนี้ เชื้อเพลิงจากชีวภาพ ทั้งแกสโซฮอล และไบโอดีเซล จะมีการผลิตและจำหน่ายภายในประเทศอย่างทั่วถึงทำให้เราสามารถประหยัดเงินตราในการนำเข้าสารเพิ่มค่าออคเทน รวมทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศได้ปีละหลายพันล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังช่วยให้เกษตรกรไทยจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น ส่งผลดีแก่เศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนรวม ทั้งก่อให้เกิดการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอันเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศที่ถูกต้อง และยั่งยืนอีกด้วย

นี่คือที่มาของแนวคิดประจำงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 23" - "ทุกเส้นทางทุกแห่งหน...ยานยนต์พลังชีวภาพ" เพื่อบอกกล่าวแก่คนรักรถทั้งหลายว่า แม้ยุคน้ำมันราคาถูกจะไม่หวนกลับมา แต่อย่างน้อยในยุคที่ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยยานยนต์พลังชีวภาพ ก็มีอากาศสะอาดที่สามารถหายใจได้เต็มปอด ซึ่งบางที ในความเป็นมนุษย์ เราอาจไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้

   
This year's concept | This year's highlight | News
Activities calendar | Photo gallery | Who's exhibiting
How to get there |  All about organizer | Sponsors
 
© 1996-2006 by Inter-Media Consultant Co., Ltd. All Right Reserved.